ผู้ขอรับการประเมิน ได้ออกแบบและจัดทำแผนการนิเทศการศึกษาอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับบริบทของ สถานศึกษา หรือผู้รับการนิเทศ และริเริ่ม คิดค้น พัฒนา การนิเทศการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพ ครูและผู้เรียน และเป็นแบบอย่าง โดยใช้ SWOT ANALYSISช่วยวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย และใช้กระบวนการนิเทศแบบ LUDDA MODEL ออกแบบและจัดทำแผนการนิเทศการศึกษาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติมาตรฐานการศึกษและหลักสูตรการศึกษารวมทั้งนโยบายจุดเน้นสภาพแวดล้อม ปัญหาและความต้องการจำเป็นให้ครูสถานศึกษาให้หน่วยงานการศึกษา สามารถจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาสมรรถนะและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเฉพาะเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หลักสูตรฐานสมรรถนะพร้อมทั้งการจัดการเรียนเชิงรุก (Active Learning) ซึ่งมี 5 ขั้นตอน ได้แก่
ขั้นที่ 1 การเรียนรู้ปัญหา (Learning-L) :
ศึกษาข้อมูล สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการของผู้รับการนิเทศเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบท วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานสถานศึกษา ครูผู้สอน นักเรียนความต้องการในการพัฒนาบริบทและสภาพแวดล้อมรวมถึงปัญหาและอุปสรรคกำหนดเป้าหมายการนิเทศร่วมกับสถานศึกษาครูผู้สอน นักเรียน
วิธีดำเนินการ
ขอข้อมูลจากครู ผู้บริหารสถานศึกษา
ขั้นที่2การสร้างความเข้าใจร่วมกัน (Understanding -U)
สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทาง เป้าหมาย และวิธีดำเนินงานร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศดำเนินการผ่านการสื่อสาร การประชุม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนา โดยเน้นบรรยากาศแบบกัลยาณมิตรและความร่วมมือ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน เห็นเป้าหมายร่วมกัน และสามารถดำเนินงานนิเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพอันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพ การจัดการศึกษาอย่างยั่งยืน
วิธีดำเนินการ
2.1 ประชุมวางแผนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันระหว่างผู้รับการนิเทศและผู้นิเทศ ดำเนินการอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการเตรียมข้อมูล สร้างบรรยากาศที่ดี เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์ปัญหาร่วมกัน และร่วมวางแผนพัฒนา โดยเน้นความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เพื่อให้การนิเทศเกิดประสิทธิภาพและนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง
2.2 ชี้แจงแนวทางการดำเนินการการนิเทศ
2.3 จัดทำแผนการนิเทศ ติดตามที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษาหรือผู้รับการนิเทศ และสามารถแก้ไขปัญหาการนิเทศการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพครูและผู้เรียน
ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติงาน (Doing-D)
ดำเนินการนิเทศและพัฒนางานตามแผนการนิเทศที่กำหนดโดยเน้นการมีส่วนร่วมและการปฏิบัติจริง ขั้นตอนนี้คือการลงมือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ ครู (ผู้รับการนิเทศ) จะนำความรู้และแนวทางที่ได้รับไปปฏิบัติจริงในห้องเรียนในขณะที่ผู้นิเทศจะดำเนินการนิเทศตามบทบาทที่ตกลงกันไว้เช่น การสังเกตขั้นเรียน (Classroom Observation) หรือการโค้ช (Coaching)
ขั้นที่ 4 การพัฒนาและปรับปรุง (Development-D)
นำผลการนิเทศมาวิเคราะห์ สะท้อนผลและปรับปรุงการปฏิบัตงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นวิเคราะห์จุดเด่น และจุดที่ควรพัฒนา การประเมินมาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนและดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ขั้นที่ 5 การประเมินผลและต่อยอด (Assessment-A)
ประเมินผลการนิเทศ ติดตามความก้าวหน้าและต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนผู้ขอรับการประเมินได้รวบรวมข้อมูลผลการนิเทศมาวิเคราะห์และสรุปผลโดยใช้กระบวนการนิเทศแบบ LUDDA MODEL
1. เน้นการมีส่วนร่วมในการพัฒนา
2. ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน
3. พัฒนางานอย่างต่อเนื่อง
4. ใช้ข้อมูลจริงในการปรับปรุงงาน
5. สร้างบรรยากาศการนิเทศเชิงบวกและสร้างสรรค์
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้รับการนิเทศหรือสถานศึกษา พบว่า
1. สถานศึกษาได้รับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้สู่การปฏิบัติและการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (active learning) คิดเป็นร้อยละ 85
2. สถานศึกษาและครูได้รับการนิเทศ ติดตาม ได้จัดการศึกษาอย่างเป็นระบบด้วยกระบวนการ ตามแผนการนิเทศการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา หรือผู้รับการนิเทศ และสามารถแก้ไขปัญหาการนิเทศการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพครูและผู้เรียนคิดเป็นร้อยละ 85
คัดสรร สร้าง พัฒนา สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีโดยศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจัย หรือวิธีการอื่นๆ ที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับแผนการนิเทศการศึกษาเพื่อช่วยเหลือส่งเสริม สนับสนุนให้ครู สถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษา สามารถจัดการศึกษาได้บรรลุผลผู้ขอรับการประเมินได้พัฒนาองค์ความรู้ให้ตนเองโดยดำเนินการริเริ่ม คิดค้น พัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี ให้สอดคล้องกับแผนการนิเทศการศึกษา บริบทของสถานศึกษาหน่วยงานการศึกษาหรือผู้รับการ นิเทศ โดยเน้นการมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาการนิเทศการศึกษาให้มีผลต่อคุณภาพครูและผู้เรียนและเป็นแบบอย่างได้ โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
1. ศึกษา ค้นคว้า วิธีการนิเทศที่เหมาะสมสอดคล้องกับแผนการนิเทศการศึกษาที่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ร.บ.การศึกษา มาตรฐานการศึกษาชาติ หลักสูตรการศึกษา นโยบาย และจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม ตลอดจนสภาพและบริบทของสถานศึกษาในสังกัด รวมทั้งความต้องการจำเป็นของครู สถานศึกษาที่รับผิดชอบ
2. วิเคราะห์ สังเคราะห์ การพัฒนาวิธีการนิเทศที่เหมาะสมสอดคล้อง กับแผนการนิเทศการศึกษา โดยวิธีการนิเทศแบบ LUDDA MODEL ซึ่งเป็นวิธีการนิเทศวิธีการหนึ่งที่จะช่วย ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาและพัฒนาสมรรถภาพการทำงานของครู
3. วิจัย เพื่อพัฒนาวิธีการนิเทศที่เหมาะสมสอดคล้องกับแผนนิเทศการศึกษาโดยได้มีการศึกษา เรื่อง การพัฒนาสมรรถนะครูภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาให้เป็นผู้อำนวยการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้กระบวนการนิเทศ แบบ LUDDA MODEL ซึ่งเป็นผลการพัฒนางานที่เป็นประเด็น ท้าทายเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ หรือการจัดการศึกษาของผู้รับการนิเทศ หรือการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนในหน่วยงานการศึกษาที่รับผิดชอบ
4. สร้างหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีการนิเทศการศึกษาที่เหมาะสมสอดคล้องกับ แผนการนิเทศ เพื่อพัฒนาสมรรถนะและแก้ปัญหาของผู้เรียน รายวิชาภาษาไทยโดยใช้เทคโนโลยีส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ฉลาดรู้ รักการอ่าน เรียนรู้ตลอดชีวิต
5. ห้องนิเทศออนไลน์ ศน.Ladda ผ่าน Google site ซึ่งเป็นช่องทางที่เก็บรวบรวม ข้อมูลสารสนเทศที่เอื้ออำนวยต่อการส่งเสริม สนับสนุน ครูผู้สอน ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้ที่มีความสนใจที่ต้องการศึกษาหรือค้นคว้าข้อมูล และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่จะนำไปใช้เพื่อเกิดประโยชน์ทางการศึกษาต่อไป
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้รับการนิเทศหรือสถานศึกษา พบว่า
1. สถานศึกษาได้รับการพัฒนาการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยมีการใช้สื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับแผนการนิเทศการศึกษา
2.ครูได้รับการพัฒนาสมรรถนะในการจัดการเรียนการสอนโดยมีการใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับแผนการนิเทศการศึกษาที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพครูและผู้เรียน
มีการแนะนำ ชี้แนะ เป็นพี่เลี้ยง ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนางานวิชาการ ประสานงานกับหน่วยงาน สถานประกอบการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาให้ครู สถานศึกษา และหน่วยงานการศึกษา สามารถจัดการศึกษาได้บรรลุผล
ผู้ขอรับการประเมินมีการดำเนินงาน ดังนี้
ผู้รายงานได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ 186/256๘ เรื่อง การนิเทศ ติดตาม การจัดการศึกษา ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม ปีงบประมาณ 256๙ ครั้งที่ 1ระหว่างวันที่ ๒๒-2๔ ธันวาคม 256๘ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่9-11 มิถุนายน 2569 มอบหมายให้คณะกรรมการดำเนินการนิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาในทีมที่ 3 รับผิดชอบสหวิทยาเขต “บรบือ” ซึ่งเป็นการนิเทศในรูปแบบ ออนไลน์ ได้มีการประชุมวางแผนร่วมกันของกลุ่มงานนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา การนิเทศ ติดตาม คุณภาพการศึกษาตามนโยบาย จุดเน้น สำนักงานเขตพื้นทีการศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม ที่สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบาย จุดเน้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีประเด็นการนิเทศ ติดตาม จำนวน 13 ประเด็น จากการนิเทศ ติดตาม ในรูปแบบออนไลน์ ในครั้งนี้ โรงเรียนในสหวิทยาเขต บรบือ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนวทางการพัฒนาใน ๑๓ ประเด็น พร้อมรับการนิเทศ ติดตามและประเมินผล ครั้งที่ ๒ มีประเด็นการนิเทศ ติดตาม การจัดการศึกษาที่ผู้ขอรับการประเมินได้จัดทำแผนการนิเทศ 12 นโยบาย ได้แก่
นโยบายที่ ๑ ปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ
นโยบายที่ ๒ ส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และประชาธิปไตย
นโยบายที่ ๓ ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้หลากหลายด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
นโยบายที่ ๔ ส่งเสริมการอ่านให้เป็นวิถีปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เรียนค้นหาและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง
นโยบายที่ ๕ ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
นโยบายที่ ๖ พัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
นโยบายที่ ๗ ส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคลสู่ความเป็นเลิศ
นโยบายที่ ๘ เสริมสร้างความปลอดภัยของผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา
นโยบายที่ ๙ เพิ่มโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
นโยบายที่ ๑๐ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะที่ทันสมัย
นโยบายที่ ๑๑ จัดการเรียนรู้และวัดประเมินผลที่มุ่งเน้นพัฒนาการตามศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล
นโยบายที่ ๑๒ พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว ประโยชน์ ประหยัด โปร่งใส
และตรวจสอบได้
นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
Quick Win ๑ ลดภาระงานครู
Quick Win ๒ เพิ่มสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา
Quick Win ๓ ส่งเสริมการเรียนดี มีคุณธรรมเอกสารสนับสนุนการปฏิบัติงาน
การเผยแพร่ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการนิเทศการศึกษาผู้จัดทำได้ดำเนินการเผยแพร่ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการนิเทศการศึกษา เรื่อง
“การนิเทศเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ด้วยกระบวนการนิเทศแบบ SPACE Model” เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขยายผลสู่เครือข่ายทางวิชาการ โดยได้นำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการเสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 9 (The 9th National Graduate Research Conference) ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568การเผยแพร่ดังกล่าวเป็นการนำเสนอองค์ความรู้ แนวคิด กระบวนการดำเนินงาน
และผลสำเร็จของการนิเทศแบบ SPACE Model ซึ่งเป็นนวัตกรรมการนิเทศที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะครูผู้สอนและยกระดับคุณภาพผู้เรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยเฉพาะรายวิชาประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ผ่านกระบวนการนิเทศเชิงพัฒนา การโค้ช
การสะท้อนผล และชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
ประสานงานกับหน่วยงาน สถานประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ให้ครู สถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษา สามารถจัดการศึกษาได้บรรลุผลตามแผนการนิเทศการศึกษาโดยเน้นการมีส่วนร่วมและสามารถพัฒนาการนิเทศการศึกษา เพื่อให้ผู้รับการนิเทศพัฒนาการจัดการเรียนรู้หรือการจัดการศึกษา ให้มีผลต่อคุณภาพครูและผู้เรียนข้าพเจ้าได้ดำเนินการเข้าไปมีส่วนร่วมกับหน่วยงานทุกส่วน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริม สนับสนุน ให้ครู สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาโดยมีส่วนร่วม ได้บรรลุผล โ ครงการส่งเสริมสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ดำเนินการดังนี้
1 ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องตามโครงการฯ เช่น ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดมหาสารคาม ร่วมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเรียนรวม เป็นต้น
2.ประสานความร่วมมือกับสถาบันภาษาไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีกลุ่มไลน์ในการประสานงาน
๓. ประชุมขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเรียนรวม สำหรับสถานศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๔. ร่วมออกติดตามกับร่วมกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา COUTH CARE TEAM ณ โรงเรียนบรบือ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้รับการนิเทศหรือสถานศึกษา พบว่า
ครูและสถานศึกษาได้รับการส่งเสริม สนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร หรือสถานประกอบการ รวมถึงภูมิปัญญาหรือผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ ที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่สถานศึกษาเพื่อการพัฒนาการจัดการศึกษาและเสริมสร้างความเข้มแข็ง คิดเป็นร้อยละ 80
1.ศึกษาและวิเคราะห์นโยบาย เป้าหมาย และมาตรฐานการศึกษา
ศึกษานโยบาย จุดเน้น และเป้าหมายของหน่วยงานต้นสังกัดวิเคราะห์มาตรฐานการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษา และแผนปฏิบัติการกำหนดประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามและประเมินผล
2. กำหนดวัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
กำหนดวัตถุประสงค์ของการติดตามและประเมินผลให้ชัดเจนกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพกำหนดค่าเป้าหมายและเกณฑ์การประเมินผล
3. วางแผนการติดตามและประเมินผล
จัดทำแผนและปฏิทินการติดตาม กำหนดกลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ และระยะเวลากำหนดวิธีการ เครื่องมือ และผู้รับผิดชอบวางแผนการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ
4. จัดทำและพัฒนาเครื่องมือ
เครื่องมือที่ใช้ เช่นแบบติดตาม แบบประเมินแบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบรายงานผล แบบตรวจสอบรายการ (Checklist)
5. ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล
ดำเนินการติดตามจากหลากหลายวิธี เช่น การนิเทศติดตามในสถานศึกษา การตรวจเยี่ยมและสังเกตการปฏิบัติงาน
การศึกษาเอกสารและหลักฐานเชิงประจักษ์ การสัมภาษณ์ผู้บริหาร ครู ผู้เรียน และผู้เกี่ยวข้อง การสอบถามความคิดเห็นและความพึงพอใจ
6. วิเคราะห์และประเมินผลข้อมูล
ตรวจสอบความครบถ้วนและความน่าเชื่อถือของข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับเป้าหมายและตัวชี้วัดวิเคราะห์จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา ปัญหา และอุปสรรค
7. สรุปผลและจัดทำรายงานสารสนเทศ
สรุปผลการติดตามและประเมินผลให้ครอบคลุม ผลการดำเนินงาน
ระดับความสำเร็จตามตัวชี้วัด จุดเด่นและแนวปฏิบัติที่ดีปัญหาและอุปสรรคข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา
8. สะท้อนผลและให้ข้อมูลย้อนกลับ
นำเสนอผลต่อผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องสะท้อนผลการดำเนินงานแก่สถานศึกษาให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์เพื่อปรับปรุงและพัฒนาส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดี
9. นำผลไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุง
นำผลการประเมินไปปรับปรุงแผนและการดำเนินงานวางแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างตรงประเด็น
กำหนดมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนเพิ่มเติมพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
มีการรายงานโดยการวิเคราะห์ สังเคราะห์ สะท้อนผลการนิเทศต่อครู สถานศึกษา หน่วยงานหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลสารสนเทศในการพัฒนางานวิชาการและการจัดการศึกษาที่เกิดผลสัมฤทธิ์สูง
ผู้ขอรับการประเมินมีการดำเนินการ ดังนี้
1. รายงานผลการนิเทศที่ดำเนินการเพื่อเป็นข้อมูลสารสนเทศในการพัฒนางานวิชาการ และการจัดการศึกษาของโรงเรียนที่รับผิดชอบ ได้แก่ โรงเรียนบรบือ โรงเรียนบรบือวิทยาคาร โรงเรียนเหล่ายาววิทยาคาร โรงเรียนโนนแดงวิทยาคมและโรงเรียนโนนราษีวิทยา
2. รายงานผลการนิเทศที่เกิดจากการนิเทศ ติดตาม และตรวจเยี่ยมสถานศึกษา รวมทั้งการศึกษาข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บริบทของโรงเรียน ข้อมูลทั่วไป กิจกรรมของโรงเรียน จากเว็บไซต์ของสถานศึกษา ฯลฯ พบว่า โรงเรียนในสหวิทยาเขตบรบือทั้ง 5 โรงเรียน ได้ดำเนินการ ครบทั้ง 13 ประเด็น ตามนโยบาย จุดเน้น สำนักงานเขตพื้นทีการศึกษามัธยมศึกษา ที่สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และนโยบาย จุดเน้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นต้น
3. รายงานผลการนิเทศโดยนำข้อมูลข้อค้นพบที่ได้ มาสังเคราะห์ เพื่อชี้แนะ แนะนำ ส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนมีผลการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล และศึกษานิเทศก์เข้าไปเป็นพี่เลี้ยงให้โรงเรียนในการพัฒนาครูและสถานศึกษาเกี่ยวกับงานวิชาการ เช่น แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้เกิดสมรรถนะสำคัญสำหรับผู้เรียน ฯลฯ
4. ในการนิเทศการศึกษาทุกครั้งจะมีการรายงานและสะท้อนผลการนิเทศต่อครู
สถานศึกษา ผ่านกระบวนการ PLC ส่งผลให้โรงเรียนมีการพัฒนางานวิชาการ