ชาวบ้านตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี มีรายได้ดี จากการขายข่าอ่อน หลักจากแบ่งที่ดินประมาณ 1 ไร่เศษทดลองปลูกข่า ปรากฏว่าได้ผลดี เนื่องจากข่าแดงเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทนแล้ง ต้านทานโรคได้ดี ปลูก ดูแลง่าย มีความนิยมสูง นอกจากนำไปเป็นส่วนประกอบในหลากหลายเมนูอาหารตามบ้านเรือนแล้ว ข่ายังเป็นที่ต้องการของตลาดสูงทั้งปีโดยเฉพาะโรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายยี่ห้อนำไปเป็นส่วนผสมผงปรุงรสต้มยำ รวมถึงนำไปบดเป็นข่าผงจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศ
ให้คุณจำแลง อินทโชติ ชาวบ้าน ม.6 ตำบลโขมง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี หันมาปลูกข่าเพื่อจำหน่าย บนพื้นที่ส่วนตัว ลงทุนครั้งแรก ต่อพื้นที่1ไร่ ใช้เงินทุนประมาณ 20,000 บาท ประกอบด้วยค่าพันธุ์ปลูก ค่าเตรียมดิน ค่าแกลบดำ ค่าฟาง ค่าแรง ปลูกครั้งแรก ก่อนเก็บเกี่ยวใช้เวลาปลูก 8 เดือนโดยเก็บผลผลิตได้ทุกๆ 4-6 เดือน ช่วงระยะการดูแลและบำรุงรักษาจะใช้น้ำหมักและปุ๋ยที่ผลิตขึ้นเอง สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 3 ตันต่อไร่ แล้วแต่ฤดูกาล ราคาประมาณ กิโลกรัมละ 29 บาท รวมแล้วจะมีรายได้ 70,000-84,000 ต่อไร่ ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้ยาวนานนับ 10 ปี ในทุกๆคุณจำแลงจะเก็บข่าขายประมาณวันละ 70-100 กิโลกรัมต่อวัน โดยใช้แรงงานจากในครัวเรือน ทั้งขุด และล้างข่า และใช้น้ำแรงดันสูงฉีดทำความสะอาด ตัดราก แพ๊คใส่ถุงโดย มีผู้มารับซื้อถึงหน้าบ้าน หรือจะส่งขายตามโรงงานทำน้ำพริก ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไทย “ข่าแดง 1 กอมี 40 ต้น ครั้งแรกที่ขุดขายให้ขุดข่าแบบยั้งกอ หรือเหลือกอเดิมไว้ 3-4 ต้น กลบดินคืน แล้วบำรุงด้วยขี้ไก่แกลบ อีก 2-3 เดือนกอข่าจะแตกหน่อออกมาเต็มเหมือนเดิมก็ตัดขายได้ ทำแบบนี้ก็ไม่ต้องลงทุนปลูกใหม่ ลงทุนปลูกแค่ครั้งเดียว”
เริ่มจากใช้จอบขุดหลุมลึก ประมาณ 1 หน้าจอบ แล้วนำเหง้าข่ามาวางลงไปพร้อมกับกลบดินและรดน้ำพอชุ่ม โดยวิธีการปลูกข่ามีทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ ปลูกแบบใช้ท่อนพันธุ์ข่า 1 เหง้า ใช้ระยะห่างระหว่างกอและแถว 60 x 80 เซนติเมตร เป็นการปลูกที่เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ทดลองปลูกข่า เพราะใช้ต้นทุนค่อนข้างต่ำทั้งยังจัดการแปลงได้ง่ายกว่าการปลูกแบบอื่น ๆ ซึ่งการปลูกโดยใช้ท่อนพันธุ์เหง้าเดียวใช้ต้นทุนค่าท่อนพันธุ์ประมาณ 15,000 บาท/ไร่ เมื่อนำผลผลิตไปขายจะได้ทั้งหมด 45,000 บาท/ไร่ วิธีที่ 2 ปลูกแบบใช้ท่อนพันธุ์ข่า 2 เหง้า ซึ่งใช้ระยะห่างระหว่างกอและแถว 80 x 80 เซนติเมตร ใช้ทุนค่าท่อนพันธุ์ 30,000 บาท/ไร่ เก็บเกี่ยวขายผลผลิตได้ 90,000 บาท/ไร่ วิธีที่ 3 ปลูกแบบใช้ท่อนพันธุ์ข่า 3 เหง้า ระยะห่างระหว่างกอและแถว 1 x 1 เมตร ใช้ต้นทุนค่าท่อนพันธุ์ 45,000 บาท/ไร่ เก็บเกี่ยวขายผลผลิตได้ถึง 120,000-135,000 บาท/ไร่ ส่วนวิธีสุดท้ายปลูกแบบใช้ท่อนพันธุ์ข่า 4 เหง้า ใช้ระยะห่างระหว่างกอและแถว 1.20 x 1.20เมตร
ต้นทุนและจำนวนเงินที่ขายได้ ทั้ง 4 แบบ จะแปรผันตามกันไป เมื่อใช้ท่อนพันธุ์มากขึ้นก็จะได้ผลผลิตข่าที่มากขึ้น ซึ่งการปลูกแบบที่ 1 และ 2 เหมาะสำหรับเกษตรกรรายย่อยหรือเกษตรกรที่เพิ่งทดลองปลูก เนื่องจากมีการจัดการแปลงเรื่องหญ้า ปุ๋ย แมลงที่ง่าย ตลอดจนได้ผลผลิตเหง้าใหญ่ รวมถึงใช้เงินลงทุนที่ต่ำกว่าด้วย ส่วนแบบที่ 3 และ 4 ใช้เงินลงที่สูงกว่า แต่ก็ได้ผลผลิตที่มากกว่า ทั้งยังช่วยจัดการในเรื่องของหญ้า เพราะทรงพุ่มที่ชิดติดกันทำให้หญ้าขึ้นได้ยาก แต่ทว่าผลผลิตข่าที่ได้เหง้าเล็ก
ในส่วนของตลาด ราคาข่าที่ได้ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ข่าอ่อน เป็นข่าที่เก็บผลผลิตในช่วงเดือนที่ 6 เมื่อนำไปขายจะได้ราคาดีมากถึงกิโลกรัมละ 30-35 บาท ส่วนอย่างที่สอง คือ ข่าแก่ เป็นข่าที่อยู่ในช่วงการเจริญเติบในเดือนที่ 8 ซึ่งหลงเหลือจากเก็บผลผลิตไม่ทันของครัวเรือน ซึ่งขายได้ราคากิโลกรัม 10-15 บาท ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบข่าแก่กับข่าอ่อนแล้วอัตราส่วนในแปลงที่ขุดได้แต่ละวันจะมีข่าอ่อนถึง 80-90 เปอร์เซ็นต์ จะมีข่าแก่เพียง 10-20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าพึงพอใจมาก เพราะตอนนี้ทางตลาดมีความยินดีที่จะรับทั้งข่าอ่อนและข่าแก และมีแนวโน้มที่รับอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะอุตสาหกรรมเครื่องปรุงรสอาหารกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากท่านใดที่กำลังที่คิดจะทำการเกษตร ข่าแดง จึงเป็นทางเลือกที่ดี
ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางเนาวรัตน์ ตันเฮง
ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นางจำแลง อินทโชติ