“เมืองเล็กท่ามกลางหุบเขา ภูมิหลังที่ต้องจารึก”
“เมืองเล็กท่ามกลางหุบเขา ภูมิหลังที่ต้องจารึก”
เมื่อกล่าวถึงจังหวัดกาญจนบุรี ใคร ๆ ย่อมรู้จักว่าเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไทย ลุ่มน้ำไทรโยค (แควน้อย) และลุ่มน้ำศรีสวัสดิ์ (แควใหญ่) เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำใสสะอาด สัตว์ป่าที่จะใช้เป็นอาหาร ในน้ำเต็มไปด้วย หอย ปู ปลา มีที่ราบบริเวณเชิงเขาถ้ำ ตามริมแม่น้ำมีพื้นที่ทำการเพาะปลูก และได้มีการขุดค้นพบเครื่องมือมนุษย์ สมัยหินเก่า เครื่องมือหิน โครงกระดูกมนุษย์ สมัยหินกลาง สมัยหินใหม่ที่บ้านเก่าจนถึงยุคโลหะตอนปลายที่บ้านดอนตาเพชร การพบตะเกียงโรมัน (อเล็กซานเดรีย) ที่ตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา การพบปราสาทเมืองสิงห์ที่อำเภอไทรโยค เป็นต้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นหลักฐานที่แสดงว่าจังหวัดกาญจนบุรีเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมของมนุษย์ในดินแดนที่เป็นประเทศไทยปัจจุบัน ต่อมาในสมัยประวัติศาสตร์ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี กาญจนบุรีมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านที่มีความสำคัญต่อการอยู่รอดของไทยอย่างมากเหตุการณ์ที่ปรากฏ เช่น การเดินทัพผ่านด่านเจดีย์สามองค์ การรบที่ทุ่งลาดหญ้า ท่าดินแดงและสามสบ จวบจนการย้ายเมืองกาญจนบุรีมาตั้งที่ปากแพรกหรือลิ้นช้างเหตุการณ์ครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้ใช้เส้นทางยุทธศาสตร์สายนี้เกณฑ์เชลยศึกทำทางรถไฟไปพม่า เรียกกันว่า ทางรถไฟสายมรณะ ทำให้เชลยศึกต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก และฝั่งอยู่ที่สุสานทหารสหประชาชาติมาจนถึงสงครามอินโดจีน กาญจนบุรีเป็นดินแดนที่เป็นที่ฝึกซ้อมรบเพื่อเตรียมการรบในเวียดนาม ลาวและกัมพูชา ตลอดจนเรื่องราวของชนกลุ่มน้อยที่น่าสนใจ สามารถแบ่งออกเป็นยุคสมัยตามหลักฐานที่พบ ได้ดังนี้
ปราสาทเมืองสิงห์
เริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มกำเนิดมีมนุษย์ขึ้นในโลก จากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีภูเขา แม่น้ำ ป่าไม้ สัตว์นานาชนิดจากสภาพภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์เหมาะที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบหลักฐานทางด้านโบราณคดีมากมาย ได้แก่ เครื่องมือหินกะเทาะ เครื่องมือสมัยหินใหม่ เครื่องมือสมัยโลหะ โครงกระดูกมนุษย์ ภาชนะดินเผา เครื่องประดับภาพเขียนสีที่ผนังถ้ำโลงศพ ฯลฯ ตามถ้ำเพิงผา และตามลำน้ำแควน้อย แควใหญ่ ตลอดไปจนลุ่มแม่น้ำแม่กลอง
ในราวพุทธศตวรรษที่ 11 - 16 ชาวอินเดียได้เดินทางเข้ามาติดต่อค้าขายและเผยแพร่พุทธศาสนายังแคว้นสุวรรณภูมิ ซึ่งตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทย จังหวัดกาญจนบุรีได้มีการค้นพบโบราณวัตถุและโบราณสถานสมัยทวาราวดีหลายแห่งที่ได้รับอิทธิพลศิลปะสมัยคุปตะจากอินเดีย ในการสำรวจและขุดดินตามลำน้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่กลอง ที่บ้านวังปะโท่ อำเภอทองผาภูมิ บ้านท่าหวี บ้านวังตะเคียน อำเภอเมืองกาญจนบุรี และตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา โบราณวัตถุสถานที่พบ เช่น ซากเจดีย์ วิหาร พระพุทธรูปพระพิมพ์ เสมาธรรมจักร ระฆังหิน เครื่องประดับ ภาชนะดินเผา และที่สำคัญพบตะเกียงแบบกรีก – โรมันทำด้วยสำริดอายุราวปี พ.ศ.600 นับเป็นโบราณวัตถุที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย
พระพุทธรูป
เสมา
ตะเกียงแบบกรีก – โรมันทำด้วยสำริด
สมัยอิทธิพลขอม
จากหลักฐานทางเอกสารพงศาวดารเหนือที่มีความเก่าแก่ที่สุดกล่าวว่า “กาญจนบุรีเป็นเมืองพญากง พระราชบิดาของพระยาพาน เป็นเมืองสำคัญของแคว้นอู่ทอง หรือสุวรรณภูมิ มีผู้สันนิษฐานว่าพญากง สร้างขึ้นราว พ.ศ.1350” ต่อมาขอมได้แผ่อิทธิพลนำเอาศาสนาพุทธมหายานเข้ามาประดิษฐานในเมืองกาญจนบุรี ปรากฏหลักฐานคือปราสาทเมืองสิงห์ เมืองครุฑ ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค และเมืองกลอนโด ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย จนอำนาจอิทธิพลขอมเสื่อมลงไป
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
เมืองกลอนโด ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย
สมัยอยุธยาเป็นราชธานี
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองกาญจนบุรีปรากฎชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วไป “เมืองหน้าด่านทางทิศตะวันตก” ตั้งอยู่บริเวณตำบลลาดหญ้า เพราะอยู่ติดกับประเทศคู่สงคราม คือ พม่า กาญจนบุรีจึงเป็นเส้นทางเดินทัพและสมรภูมิ มีช่องทางเดินติดต่อกับพม่า คือ ด่านพระเจดีย์สามองค์ และด่านบ้องตี้ ยังปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์และพงศาวดารว่าพื้นที่นี้เป็นสมรภูมิสำคัญและเส้นทางเดินทัพหลักตลอดการทำสงครามไทยกับพม่ารวม 24 ครั้ง โดยปัจจุบันยังคงเหลือร่องรอยทางโบราณคดีของผังเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าและศาสนสถานร้าง จำนวน 7 แห่ง ที่สะท้อนถึงบทบาทความสำคัญในการพิทักษ์ความมั่นคงของราชธานีจนกระทั่งเสียกรุง ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310
ด่านเจดีย์สามองค์
เจดีย์สามองค์
สมัยกรุงธนบุรีเป็นราชธานี
ในสมัยกรุงธนบุรี เมืองกาญจนบุรี ยังคงตั้งอยู่ ณ บริเวณเดิมใกล้กับเขาชนไก่ โดยมีบทบาทสำคัญเป็นด่านหน้าในการรับศึกพม่าที่มีการสู้รบรวมทั้งสิ้น 10 ครั้ง โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2317 พื้นที่ตำบลท่าดินแดงกลายเป็นสมรภูมิสกัดกั้นทัพข้าศึกที่รุกรานตามเส้นทางด่านพระเจดีย์สามองค์ แม้กองทัพไทยจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบในเบื้องต้น แต่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงใช้กลยุทธ์การตั้งรับเชิงรุกจนสามารถเผด็จศึกทัพพม่าได้สำเร็จในยุทธการที่บางแก้ว นอกจากนี้กาญจนบุรียังทำหน้าที่เป็นประตูชัยสำคัญในการรองรับการอพยพของครัวมอญเข้าสู่พระราชอาณาจักร และมีการรับสั่งให้ไปตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่ปากเกร็ด แขวงเมืองนนทบุรี ที่สามโคกแขวงเมืองปทุมธานี
กรุงธนบุรีเป็นราชธานี
เขาชนไก่
สมัยรัตนกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี
ในสมัยรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี เมืองกาญจนบุรีเป็นเมืองหน้าด้านและสมมรภูมิในการทำสงครามระหว่างไทยกับพม่า สงครามครั้งสำคัญ ๆ ได้แก่ สงครามลาดหญ้าหรือสงคราม 9 ทัพ และสงครามท่าดินแดง ก่อนจะมีการย้ายศูนย์กลางจากทุ่งลาดหญ้ามายังตำบลปากแพรกเพื่อความเหมาะสมทางชัยภูมิและการคมนาคมทางน้ำ โดยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าให้สร้างกำแพงเมืองและป้อมปราการขึ้นเป็นถาวร โดยมีพระประสงค์ส่วนใหญ่เพื่อติดต่อค้าขาย ครั้งกลับเข้าไปเฝ้าโปรดเกล้าว่าเมืองกาญเป็นเมืองอังกฤษ พม่า รามัญ ไปมาให้สร้างเมืองก่อกำแพงขึ้นไว้จะได้เป็นชาน พระนครเขื่อนเพชรเขื่อนขัณฑ์มั่นคงไว้แห่งหนึ่ง ในปัจจุบันกำแพงถูกทำลายลงโดยธรรมชาติและหน่วยราชการเพื่อประโยชน์ อย่างอื่นเหลือเพียงประตูเมืองและกำแพงเมืองบางส่วน