หลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง
1.1 การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ
กิจกรรมที่มีการจัดให้กับผู้เรียนและประชาชนทั่วไปจะเน้นเนื้อหาความรู้และทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับสภาพของแต่ละภูมิภาคแต่ละพื้นที่แต่ละท้องถิ่นอาทิเช่นให้ผู้เรียนมีทักษะในการจัดการระบบบัญชีการตลาดและการบริหารอย่างครบวงจรสามารถประกอบอาชีพสมัยใหม่หรืออาชีพที่ก้าวหน้าในอนาคตหรืการรวมกลุ่มกันเพื่อประกอบอาชีพได้รู้จักนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมุ่งเน้นการฝึกทักษะอาชีพระยะสั้นให้ประชาชนได้ฝึกและพัฒนาทักษะอาชีพเบื้องต้นเพื่อให้สามารถมองเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพและนำความรู้ ทักษะมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่
- ฝึกทักษะพื้นฐานอาชีพ (ผู้เรียน 2 กลุ่มคือ ผู้เรียนปกติ และผู้เรียนพิการ)
- จัดกลุ่มพัฒนาอาชีพ
- ฝึกอาชีพโดยใช้เทคโนโลยี
1.2 การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
กิจกรรมนี้จัดเพื่อพัฒนาทักษะของประชาชนโดยเน้นการกระตุ้นให้เกิดวิธีคิดให้มีความรู้สึกเห็นคุณค่าเกียรติศักดิ์ของตนเองซึ่งมีเนื้อหาของกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกวันได้แก่ครอบครัวศึกษาดนตรีกีฬายาเสพติดประชาธิปไตย การอนุรักษ์-ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณธรรมจริยธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น โบราณคดี ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเข้าค่าย การแข่งขัน การศึกษาดูงาน กลุ่มเป้าหมาย ส่วนใหญ่เน้นผู้สูงอายุและเยาวชน
1.3 การศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบได้แก่
1. ศูนย์การเรียนชุมชน กิจกรรมนี้ จัดเพื่อเป็นฐานของการพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน
2. อาสาสมัครส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (อส.กศน.) กิจกรรมนี้ จัดเพื่อส่งเสริมให้ผู้ที่มีจิตอาสาข้าราชการบำนาญตลอดจนผู้รู้หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อาสาเข้ามามีบทบาท ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การศึกษานอก ระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน อำเภอละ 1 - 3 คน
3. การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกิจกรรมนี้จัดเพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและใช้กระบวนการเรียนรู้ทางการศึกษาในการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่และรายได้ของประชาชนสำหรับกิจกรรมประกอบด้วยการส่งเสริมการทำเวทีชาวบ้านเพื่อจัดทำแผนชุมชน ส่งเสริมการเรียนรู้ เช่น หลักสูตรระยะสั้น การรวมกลุ่มพัฒนาอาชีพ การจัดทำศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน และการสร้างเครือข่าย การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เป็นต้น
4. การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา กิจกรรมนี้ จัดในศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทย“แม่ฟ้าหลวง”โดย พนักงานราชการ ซึ่งในส่วนนี้ได้แบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร ได้แก่
1.3.1.1 หลักสูตรระยะสั้น (ปกติ)
1.3.1.2 หลักสูตรการศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา (ปกติ)
การจัดการศึกษาสายสามัญ
ระดับประถมศึกษา
ผู้เรียนต้องเรียนกลุ่มหมวดวิชาพื้นฐาน 4 หมวดวิชา ประกอบด้วยหมวดวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษาต่างประเทศ รวม 20 หน่วยกิต และกลุ่มหมวดวิชาประสบการณ์ 4 หมวดวิชาประกอบด้วย หมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชน พัฒนาทักษะชีวิต 1 พัฒนาทักษะชีวิต 2 และพัฒนาอาชีพ รวม 28 หน่วยกิต รวมตลอด หลักสูตรไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต และต้องทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ผู้เรียนต้องเรียนกลุ่มหมวดวิชาพื้นฐาน 4 หมวดวิชา ประกอบด้วยหมวดวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และภาษาต่างประเทศ รวม 24 หน่วยกิต และกลุ่มหมวดวิชาประสบการณ์ 4 หมวดวิชาประกอบด้วย หมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชน พัฒนาทักษะชีวิต1 พัฒนาทักษะชีวิต2 และพัฒนาอาชีพ รวม 32 หน่วยกิต รวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 56 หน่วยกิต และต้องทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต(กพช.) ไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ผู้เรียนต้องเรียนกลุ่มหมวดวิชาพื้นฐาน 4 หมวดวิชาประกอบด้วย หมวดวิชา ภาษาไทย คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และภาษาต่างประเทศ รวม 28 หน่วยกิตและกลุ่มหมวดวิชาประสบการณ์ 4 หมวดวิชา ประกอบด้วยหมวดวิชาพัฒนาสังคมและชุมชนพัฒนาทักษะชีวิต1 พัฒนาทักษะชีวิต2 และพัฒนาอาชีพ รวม 48 หน่วยกิต รวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 76 หน่วยกิตและต้องทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง ทั้งนี้ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียนหมวดวิชา เพิ่มเติมตามความต้องการในกลุ่มหมวดวิชาพื้นฐานและกลุ่มหมวดวิชาประสบการณ์
คุณสมบัติของผู้สมัคร
1. สัญชาติไทย หรือคุณสมบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยหลักฐาน วัน เดือน ปีเกิด ในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้าเรียนในสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๓๕
2. เป็นผู้พ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
ระดับประถมศึกษา ไม่จำกัดพื้นความรู้
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ต้องสอบได้วุฒิประถมศึกษาหรือเทียบเท่า
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องสอบได้วุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า30
วิธีการเรียนรู้
1. การเรียนรู้จากกลุ่ม
2. การเรียนรู้ด้วยตนเอง
3. การเรียนรู้จากการเสริมความรู้
4. การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
1. การวัดและประเมินผลหมวดวิชา
2. การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต
3. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
4. การประเมินการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน
การเทียบโอนผลการเรียน
ผู้เรียนสามารถนำความรู้ ทักษะและประสบการณ์ที่ได้จากการศึกษา การเรียนรู้ และหรือจากการทำงาน การประสบการณ์ชีวิตหรือจากการประกอบอาชีพ มาเทียบโอนเป็นผลการเรียนตามหลักสูตรได้
เวลาเรียน
ใช้เวลาเรียนไม่น้อยกว่า 4 ภาคเรียน ยกเว้นกรณีที่เทียบโอนผลการเรียนสามารถจบหลักสูตรก่อนได้การลงทะเบียน ทุกระดับการศึกษา ลงทะเบียนภาคเรียนละไม่เกิน 2 หมวดวิชา กลุ่มหมวดวิชาพื้นฐาน 1 หมวดวิชา กลุ่มหมวดวิชาประสบการณ์ 1 หมวดวิชา
การศึกษาตามอัธยาศัย
การศึกษา (Education)ในมาตรา 4 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 นิยาม ความหมายของการศึกษา มีความหมายว่า "กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรมการสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคมการเรียนรู้ และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต" และมาตรา 15 ได้กำหนดระบบการศึกษา ในการจัดการศึกษามีสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
การศึกษาตามอัธยาศัย ไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นการศึกษาที่มีมาตั้งแต่มนุษย์เกิดขึ้นในโลก มนุษย์เรียนรู้จากธรรมชาติ เช่นในสังคมเกษตรกรรมมนุษย์เรียนรู้การหนีภัยจากธรรมชาติ และการหาอาหาร การทำสวนครัวจากพ่อแม่ หรือสมาชิกในครอบครัว แต่ในสังคม อุตสาหกรรม มนุษย์เรียนรู้มากขึ้นจากการติดต่อค้าขาย การอ่านการเขียน การฟังวิทยุ การดูโทรทัศน์ ในปัจจุบันสังคมมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ทำให้มนุษย์ต้องมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา
ความหมายของการศึกษาตามอัธยาศัย
ในพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 ได้ให้คำจำกัดความของการศึกษาตามอัธยาศัย ไว้ว่า “การศึกษาตามอัธยาศัย” หมายความว่า กิจกรรมการเรียนรู้ในวิถีชีวิตประจำวันของบุคคลซึ่งบุคคลสามารถเลือกที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ตามความสนใจ ความต้องการ โอกาส ความพร้อม และศักยภาพในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ พุทธศักราช 2542 มาตรา 15 ได้นิยามการศึกษาตามอัธยาศัย ไว้ว่า “การศึกษาตามอัธยาศัย” เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่นๆ
"การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง วิธีการที่หลากหลายที่นำไปสู่การเรียนรู้อาจเกิดขึ้นโดยการถูกผลักดันให้เกิดขึ้นผ่านกระบวนการสนทนา เกี่ยวข้องกับการสำรวจ และขยายประสบการณ์ โดยไม่อาจทำนายล่วงหน้าได้ เป็นสิ่งที่บังเอิญเกิดขึ้นอุบัติขึ้น(วิศนี ศิลตระกูล และอมรา ปฐภิญโญบูรณ์, 2544:2-3)"
การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึง การศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถีชีวิตที่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ จากการทำงาน จากบุคคล จากครอบครัว จากชุมชน จากแหล่งความรู้ต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีลักษณะที่สำคัญคือ ไม่มีหลักสูตร ไม่มีเวลาเรียนที่แน่นอน ไม่จำกัดอายุ ไม่มีการลงทะเบียน และไม่มีการสอน ไม่มีการรับประกาศนียบัตร มีหรือไม่มีสถานที่แน่นอน เรียนที่ไหนก็ได้ ลักษณะการเรียนส่วนใหญ่เป็นการเรียนเพื่อความรู้และนันทนาการ อีกทั้งยังไม่จำกัดเวลาเรียน สามารถเรียนได้ตลอดเวลาและเกิดขึ้นในทุกช่วงวัยตลอดชีวิต(กรมการศึกษานอกโรงเรียน,2538:83)
ศูนย์ส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย กรมการศึกษานอกโรงเรียน (2544) ให้นิยามการศึกษาตามอัธยาศัยว่า เป็นการจัดสภาพแวดล้อม สถานการณ์ ปัจจัยเกื้อหนุน สื่อ แหล่งความรู้ และบุคคล เพื่อส่งเสริมให้บุคคลได้เรียนรู้ตามความสนใจ
ปฐม นิคมานนท์ (2532 : 112) ให้ความหมายว่า การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นกระบวนการตลอดชีวิต ซึ่งบุคคลได้เสริมสร้าง เจตคติค่านิยม ทักษะ และความรู้ต่างๆ ในสภาพแวดล้อม เช่น การเรียนรู้จากครอบครัว เพื่อนบ้าน จากการทำงาน การเล่น จากตลาด ร้านค้าห้องสมุด ตลอดจนเรียนรู้จาก สื่อมวลชนต่างๆ ตัวอย่าง เช่น เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาและคำศัพท์ต่างๆ จากบ้าน เด็กหญิงเรียนรู้วิธีทำกับข้าว การเลี้ยงน้อง การจัดบ้านเรือน การอบรมสั่งสอน และการสังเกตจากมารดา เด็กผู้ชายเรียนรู้ด้านอาชีพจากบิดา เรียนรู้การเฝ้าดูและสังเกตธรรมชาติ หรือ แม้แต่การค้นพบสิ่งต่างๆโดยบังเอิญหรือเรียนรู้โดยไม่ได้ตั้งใจเป็นต้น
ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ และคณะ (2544 : 33-34) ให้นิยามการศึกษาตามอัธยาศัยว่า เป็นการจัดสภาพแวดล้อม สถานการณ์ ปัจจัยเกื้อหนุนสื่อ แหล่งความรู้ และบุคคล เพื่อส่งเสริมให้บุคคลได้เรียนรู้ตามความ สนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งของตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม
นักการศึกษาคนสำคัญชื่อ Coombs และ Ahmed (1974)ให้ความหมายว่าเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งบุคคลแสวงหาและรับความรู้ ทักษะ ทัศนคติความเข้าใจที่กระจ่างชัดที่เกี่ยวกับประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน และการแสดงออกต่อสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวบุคคล (La Belle, 1982:161)
การศึกษาตามอัธยาศัย หมายถึงผลของการเรียนรู้อันเกิดจากสถานการณ์ที่ผู้เรียน หรือแหล่งความรู้อย่างใดอย่างหนึ่ง มีเจตจำนงเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ แต่ไม่ใช่ทั้งสองปัจจัยเกิดตรงกัน (Evan, 1981:chapter II)
รูปแบบการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
การจัดการศึกษาตามอัธยาศัยไม่มีรูปแบบการศึกษา หรือการเรียนรู้ที่ตายตัว ไม่มีหลักสูตรเป็นตัวกำหนดกรอบกิจกรรม หรือขอบข่ายสาระการเรียนรู้ การเรียนรู้ขึ้นอยู่กับความต้องการ และแรงจูงใจใฝ่รู้ของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ดี เราสามารถจัดกิจกรรม เพื่อเสริมให้เกิดการเรียนรู้ตามอัธยาศัยได้ดังนี้
1. จัดกิจกรรมในแหล่งการเรียนรู้ประเภทต่างๆ เช่นห้องสมุดประชาชน การเรียนรู้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ พิพิธภัณฑ์ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน การจัดกลุ่มเสวนา หรือการอภิปราย กิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรม กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเผยแพร่ข่าวสารข้อมูล และความรู้ต่างๆ ฯลฯ
2. ส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ได้แก่ สนับสนุนสื่อแก่หน่วยงานและแหล่งความรู้ต่างๆ
3. ส่งเสริมให้หน่วยงานเครือข่ายจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น ห้องสมุดในสถานที่ราชการ สถานประกอบการ ฯลฯ
4. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนากลุ่มต่างๆ ตามความต้องการ และความสนใจ เช่น กลุ่มดนตรี กลุ่มสิ่งแวดล้อม พัฒนาชุมชน ฯลฯ
หลักการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย
• จัดให้สนองกลุ่มเป้าหมาย ทุกเพศและวัย ตามความสนใจ และความต้องการ
• จัดให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต
• จัดโดยวิธีหลากหลายโดยใช้สื่อต่างๆ
• จัดให้ยืดหยุ่น โดยไม่ยึดรูปแบบใดๆ
• จัดให้ทันต่อเหตุการณ์
• จัดได้ทุกกาลเทศะ
• จัดบรรยากาศ สถานการณ์ และสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
สรุป
อาจกล่าวได้ว่า การศึกษาตามอัธยาศัย ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) ที่เติมเต็มความต้องการของมนุษย์ที่แสวงหา ต้องการเรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆ นอกเหนือการเรียนในระบบโรงเรียน โอกาสของการเรียนรู้ตามอัธยาศัยเกิดขึ้นได้ ในทุกเวลา ไม่จำกัดสถานที่ และเรียนรู้ได้จากสื่อต่างๆ (อาทิ รายการวิทยุ-โทรทัศน์กระจายเสียง ภาพยนตร์ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ CD-DVDแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ต)