ชื่อ นางสาวพรรณจิตต์ เขียนศรีอ่อน
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
โรงเรียนบ้านกำพี้
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1
สอนรายวิชา คณิตศาสตร์ และ
8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ปีการศึกษา 2569 โรงเรียนบ้านกำพี้
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 30 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
🔺คณิตศาสตร์ (ป.6) จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺ภาษาไทย (ป.6) จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺วิทยาศาสตร์ (ป.6) จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺ภาษาอังกฤษ (ป.6) จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺สังคมศึกษา (ป.6) จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺ประวัติศาสตร์ (ป.6) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺การงานอาชีพ (ป.6) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺พลศึกษา (ป.6) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺สุขศึกษา (ป.6) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺ศิลปศึกษา (ป.6) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺ดนตรี+นาฏศิลป์ (ป.6) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺ลูกเสือ (ป.6) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺ชุมนุม (ป.6) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺แนะแนว (ป.6) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺งานตรวจการบ้าน/ภาระงาน/ข้อสอบของนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺งานที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺งานวิจัยในชั้นเรียน จำนวน 0.5 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺งานเยี่ยมบ้าน งานติดตามนักเรียน ทุนการศึกษา จำนวน 0.5 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺กิจกรรมชุมชนการเรียนทางวิชาชีพ PLC จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺งานหัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺งานหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺งานบริหารทั่วไป จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺งานสถานศึกษาปลอดภัย จำนวน 0.5 ชั่วโมง/สัปดาห์
🔺งานโรงเรียนสุจริต จำนวน 0.5 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา เรื่องอัตราส่วนที่เท่ากัน โดยใช้นวัตกรรมแบบฝึกทักษะและเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ รายวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 16101 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนบ้านกำพี้ประสบปัญหาที่คล้ายคลึงกันกับโรงเรียนอื่นๆ คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนไม่เป็นที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ จากการวิเคราะห์เนื้อหาในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ พบว่า หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ร้อยละและอัตราส่วน เป็นเนื้อหาที่นักเรียนขาดทักษะการคิดคำนวณ การทำความเข้าใจความหมายของร้อยละและอัตราส่วน รวมถึงการนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้โจทย์ปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปรียบเทียบปริมาณ การแบ่งสัดส่วน และการคำนวณหาค่าร้อยละของจำนวนต่างๆ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่เป็นปัญหาสำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก นั่นคือถ้านักเรียนขาดทักษะการคิดคำนวณ แล้วทำให้นักเรียนเกิดความสับสนไม่สามารถแก้ปัญหาหรือหาคำตอบได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นักเรียนจะต้องได้รับการแก้ปัญหาและพัฒนาทักษะนี้ เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ
จากปัญหาดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงมีแนวความคิดว่าอยากพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา เรื่องอัตราส่วนที่เท่ากัน โดยใช้นวัตกรรมแบบฝึกทักษะและเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ รายวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค 16101 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจและเกิดทักษะด้านการคิดคำนวณ ที่ถูกต้อง สามารถนำความรู้และทักษะที่มีไปใช้ในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ในหัวข้ออื่น และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านกำพี้ ในเรื่องของ มาตรฐานการเรียน และตัวชี้วัด ของเนื้อหา หน่วยการเรียนรู้ ร้อยละและอัตราส่วน
2.2 จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง อัตราส่วนที่เท่ากัน
2.3 ให้คุณครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช่วยกันวิพากษ์ ตรวจสอบความถูกต้อง ในเนื้อหา การเฉลยของตัวอย่าง กิจกรรม และแบบฝึกหัด พร้อมทั้งเสนอแนะ เพื่อปรับปรุง แก้ไข
2.4 ครูผู้สอนนำแผนการจัดการเรียนรู้มาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์โรงเรียนบ้านกำพี้
2.5 นำแผนการจัดการเรียนรู้ไปทดลองใช้กับผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้ผู้เรียนเสนอแนะข้อคิดเห็น เพื่อปรับปรุง แก้ไข หรือผู้เรียนมีความสับสนในข้อความใด ให้ดำเนินการปรับกิจกรรมการเรียนรู้
2.6 นำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง อัตราส่วนที่เท่ากัน รายวิชา คณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค16101 ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กับผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 โดยปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทผู้เรียน
2.7 บันทึกผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่เกิดขึ้นจากการกิจกรรมการเรียนรู้ ในโปรแกรม Microsoft Excel และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบเป็นระยะ หากมีผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในเรื่องใด ให้ใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน และการสอนซ่อมเสริมด้วยคลิปวีดีทัศน์ที่ครูจัดทำขึ้นและรวบรวมขึ้น สำหรับใช้แก้ไขปัญหาการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ศึกษา และทำการทดสอบใหม่ จนผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านกำพี้ ร้อยละ 85 ได้รับการพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา เรื่องอัตราส่วนที่เท่ากัน โดยใช้นวัตกรรมแบบฝึกทักษะและเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ ไปในทางที่ดีขึ้นจากเดิม
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านกำพี้ ร้อยละ 85 เกิดความรู้ความเข้าใจ เรื่องอัตราส่วนที่เท่ากัน โดยใช้นวัตกรรมแบบฝึกทักษะและเทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจในสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ผู้สอนได้ ริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น
คลิกเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ .pdf
นางสาวพรรณจิตต์ เขียนศรีอ่อน
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
สถิติผู้เยี่ยมชม