หน่วยที่ 2
การแก้ปัญหาด้วย Kidbright 32iP
หน่วยที่ 2
การแก้ปัญหาด้วย Kidbright 32iP
🏁 ผลการเรียนรู้ 🏁
1. ...
2. ...
🌐 สารบัญ 🌐
แบบทดสอบก่อนเรียน
แบบทดสอบหลังเรียน
บอร์ด KidBright 32iP คืออะไร ?
บอร์ด KidBright 32iP คือ บอร์ดสมองกลฝังตัว (Embedded Board) ขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาการคำนวณ (Computational Science) และการเขียนโปรแกรม พัฒนาต่อยอดมาจากโครงการโอเพ่นซอร์สของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีจุดเด่นที่ทำให้การเรียนรู้การเขียนโค้ดทำได้ง่ายผ่านการโปรแกรมแบบลากและวาง (Block-structured Programming)
ส่วนประกอบของบอร์ด KidBright 32iP
บอร์ด KidBright 32iP (ด้านหน้า) ประกอบไปด้วย ดังนี้
ไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller): ใช้ชิป ESP32 ทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลหลักและควบคุมการทำงานทั้งหมดของบอร์ด รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth
หน้าจอแสดงผล LED Matrix: หน้าจอขนาด 16x8 จุด (สีแดง) สำหรับแสดงตัวเลข ข้อความ หรือรูปภาพต่างๆ
เซ็นเซอร์พื้นฐาน:
เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ: ใช้วัดอุณหภูมิในสภาพแวดล้อม
เซ็นเซอร์วัดความเข้มแสง: ใช้วัดระดับความเข้มของแสง
ปุ่มกด (Buttons): มีปุ่มกดแบบกดติด-ปล่อยดับ 2 ปุ่ม (มักเรียกว่าปุ่ม A และ B) ใช้สำหรับรับข้อมูลหรือคำสั่งจากผู้ใช้
ลำโพง (Buzzer/Speaker): ใช้สร้างเสียงดนตรีหรือเสียงต่างๆ ตามที่ตั้งโปรแกรมไว้
นาฬิกาฐานเวลาจริง (Real-Time Clock - RTC): ช่วยให้บอร์ดสามารถทำงานเกี่ยวกับเวลาได้แม้ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
ช่องเชื่อมต่อ MicroUSB: สำหรับเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่ออัปโหลดโปรแกรมและจ่ายไฟเลี้ยงให้กับบอร์ด
ช่องเชื่อมต่อภายนอก (I/O Ports): มีพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมภายนอกเพิ่มเติม เช่น เซ็นเซอร์อื่นๆ หรือบอร์ดขยายความสามารถ (บางรุ่นอาจมีช่อง KB Chain, ช่อง USB Type-A เพิ่มเติม)
สวิตช์ Reset: ใช้เพื่อเริ่มต้นการทำงานของโปรแกรมใหม่
หลอด LED แสดงสถานะ: แสดงสถานะการทำงานต่างๆ ของบอร์ด
รางถ่าน: สำหรับใส่แบตเตอรี่เพื่อจ่ายไฟให้บอร์ดเมื่อไม่ได้เชื่อมต่อผ่าน USB
บอร์ด KidBright 32iP (ด้านหลัง) ประกอบไปด้วย ดังนี้
ไอซีฐานเวลานาฬิกาจริง (Real-Time Clock - RTC IC): ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเวลาและวันที่อย่างต่อเนื่อง
แบตเตอรี่สำรองสำหรับวงจรฐานเวลานาฬิกาจริง: เป็นแหล่งพลังงานให้ไอซี RTC ทำงานต่อไปได้แม้จะถอดปลั๊กไฟออก
โมดูลไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32: เป็น "สมอง" หลักของบอร์ด ทำหน้าที่ประมวลผลคำสั่งและควบคุมการทำงานต่างๆ ครับ
KidBright Simulator คืออะไร
KidBright Simulator คือ โปรแกรมจำลองการทำงานของบอร์ด KidBright แบบเสมือนจริง ที่พัฒนาโดยเนคเทค สวทช. ซึ่งช่วยให้นักเรียนและผู้ใช้งานสามารถทดลองเขียนโปรแกรมและเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเว็บเบราว์เซอร์ โดยไม่จำเป็นต้องมีบอร์ด KidBright จริง
จุดเด่นและประโยชน์ของ KidBright Simulator
ทดลองได้โดยไม่ต้องมีฮาร์ดแวร์: เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการเรียนการสอนในสถานที่ที่ไม่มีบอร์ด KidBright จริง หรือมีจำนวนจำกัด
แสดงผลเสมือนจริง: โปรแกรมจำลองจะแสดงหน้าตาของบอร์ด KidBright พร้อมหน้าจอ LED Dot Matrix และจำลองการทำงานของเซนเซอร์ต่างๆ เช่น เซนเซอร์วัดแสง, อุณหภูมิ และปุ่มกด ทำให้ผู้ใช้เห็นภาพการทำงานได้ชัดเจน
เรียนรู้ AI และ IoT: ในเวอร์ชันใหม่ๆ KidBright Simulator ได้เพิ่มความสามารถในการจำลองการเรียนรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) เช่น การนำเข้าภาพและเสียงเพื่อสร้างโมเดล AI และแสดงผลผ่าน Simulator
เสริมจินตนาการ: บางฟีเจอร์มีการนำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) มาใช้สร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงเพื่อเสริมการเรียนรู้
ใช้งานง่าย: ทำงานร่วมกับ KidBright IDE ซึ่งใช้การเขียนโปรแกรมแบบลากและวาง (Block-structured programming) ทำให้ง่ายต่อการเริ่มต้นเรียนรู้
KidBright IDE คืออะไร
KidBright IDE (Integrated Development Environment) คือ โปรแกรมสร้างและพัฒนาชุดคำสั่งสำหรับบอร์ด KidBright ที่พัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) โปรแกรมนี้ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นเรียนรู้การเขียนโปรแกรม โดยใช้แนวคิดการเขียนโปรแกรมแบบลากและวาง (Block-structured Programming หรือ Blockly)
คุณสมบัติหลักของ KidBright IDE
การเขียนโปรแกรมแบบบล็อก (Block-based Programming): ผู้ใช้สามารถสร้างชุดคำสั่งโดยการลากกล่องคำสั่งที่มีรูปแบบเข้าใจง่ายมาวางต่อกันเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ ช่วยลดปัญหาการพิมพ์คำสั่งผิดไวยากรณ์ (Syntax Error) และมุ่งเน้นไปที่กระบวนการคิดเชิงตรรกะและการแก้ปัญหาแทน
รองรับการทำงานกับฮาร์ดแวร์ KidBright: โปรแกรมมีบล็อกคำสั่งที่สอดคล้องกับคุณสมบัติและเซนเซอร์ต่างๆ บนบอร์ด KidBright โดยตรง เช่น หน้าจอ LED Dot Matrix, เซนเซอร์วัดแสง, เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ, ปุ่มกด, ลำโพง และพอร์ตเชื่อมต่อภายนอก
การแปลงและอัปโหลดโปรแกรม: เมื่อเขียนโปรแกรมเสร็จ KidBright IDE จะทำหน้าที่แปลง (Compile) บล็อกคำสั่งให้เป็นภาษาเครื่องที่ไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 บนบอร์ด KidBright สามารถเข้าใจและทำงานตามได้ จากนั้นจึงส่งโปรแกรมไปยังบอร์ดผ่านสาย USB
รองรับหลายแพลตฟอร์ม: มีทั้งเวอร์ชันสำหรับติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ (Windows, macOS) และเวอร์ชันออนไลน์ที่ทำงานบนเว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งสะดวกต่อการใช้งานโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม
รองรับ IoT และ AI: ในเวอร์ชันใหม่ๆ มีการเพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม IoT อย่าง NETPIE และรองรับการสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างง่าย เพื่อต่อยอดโครงงานที่ซับซ้อนขึ้นได้
รู้จัก อุปกรณ์ Input/เซนเซอร์
บอร์ด KidBright 32iP สามารถรองรับอุปกรณ์ Input และเซนเซอร์ได้ทั้งแบบที่มีมาในตัวบอร์ด และแบบที่ต้องเชื่อมต่อภายนอกผ่านพอร์ตต่าง ๆ
อุปกรณ์ Input/เซนเซอร์ที่มีมาในตัวบอร์ด KidBright 32iP
บอร์ด KidBright มีสวิตช์และเซนเซอร์พื้นฐานติดตั้งมาให้พร้อมใช้งานทันที ได้แก่:
สวิตช์กดติดปล่อยดับ (Switches): มี 2 ปุ่ม คือ S1 และ S2 ใช้รับค่าสถานะการกดจากผู้ใช้ (กด = จริง/1, ไม่กด = เท็จ/0)
เซนเซอร์วัดความเข้มแสง (Light Sensor): ใช้วัดระดับความสว่างของแสงโดยรอบ มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 100
เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ (Temperature Sensor): ใช้วัดอุณหภูมิโดยรอบตัวบอร์ด มีช่วงการวัดประมาณ 10-80 องศาเซลเซียส
อุปกรณ์ Input/เซนเซอร์ที่เชื่อมต่อภายนอก
ผู้ใช้สามารถต่อยอดการใช้งานโดยการเชื่อมต่อเซนเซอร์หรืออุปกรณ์ Input ภายนอกเพิ่มเติมผ่านพอร์ตต่างๆ บนบอร์ด ได้แก่:
1. พอร์ต I/O (IN1-IN4): สามารถใช้เชื่อมต่อกับเซนเซอร์แบบอะนาล็อกหรือดิจิทัลได้หลากหลายชนิด เช่น
เซนเซอร์วัดความชื้นในดิน สำหรับทำโครงงานเครื่องรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ
เซนเซอร์ตรวจจับควันและก๊าซไวไฟ (เช่น ZX-MQ2)
เซนเซอร์วัดระยะทาง
เซนเซอร์วัดการเคลื่อนไหว (PIR)
2. พอร์ต KB Chain (I2C): เป็นช่องทางสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมภายนอกแบบบัส I2C ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น หรือใช้ร่วมกับบอร์ดขยายพอร์ต (เช่น iKB-1) เพื่อควบคุมมอเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้มากขึ้น
3. พอร์ต USB Type-A: สามารถใช้เสียบอุปกรณ์ที่มีพอร์ต USB เพื่อควบคุมการทำงานได้
รู้จัก อุปกรณ์ Output
บอร์ด KidBright 32iP มีอุปกรณ์ Output ทั้งแบบที่มีมาในตัวบอร์ด และแบบที่สามารถเชื่อมต่อเพิ่มเติมภายนอกได้
อุปกรณ์เหล่านี้สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อสายไฟเพิ่มเติม:
อุปกรณ์ Output ที่มีมาในตัวบอร์ด KidBright 32iP
หน้าจอแสดงผล LED Dot Matrix: ขนาด 16x8 จุด สีแดง ใช้สำหรับแสดงผลตัวเลข ข้อความ หรือรูปภาพต่างๆ ตามที่ตั้งโปรแกรมไว้
ลำโพงเปียโซ (Piezo Speaker/Buzzer): ใช้สำหรับสร้างเสียงดนตรี เสียงเตือน หรือเสียงต่างๆ โดยสามารถกำหนดความถี่ (Hz) และระยะเวลาของเสียงได้
หลอด LED แสดงสถานะ: มี LED หลายดวงเพื่อแสดงสถานะการทำงานต่างๆ เช่น สถานะไฟเลี้ยง (Power), USB, WiFi, IoT, และไฟเลี้ยงเซอร์โวมอเตอร์
พอร์ต USB Type-A: สามารถใช้จ่ายไฟหรือควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ USB ภายนอกได้ (เช่น ไฟ LED แบบ USB)
อุปกรณ์ Output ที่เชื่อมต่อภายนอก
ผู้ใช้สามารถขยายความสามารถของบอร์ดโดยการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Output ภายนอกผ่านพอร์ตต่างๆ บนบอร์ด ได้แก่:
1. พอร์ต I/O (OUT1, OUT2): เป็นพอร์ต Output แบบดิจิทัลที่สามารถใช้เชื่อมต่อเพื่อควบคุมอุปกรณ์ภายนอกได้โดยตรง เช่น:
หลอดไฟ LED
รีเลย์ (Relay) เพื่อควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ (ต้องต่อผ่านวงจรขับหรือบอร์ดขยาย)
มอเตอร์กระแสตรง (DC Motor) (ต้องต่อผ่านวงจรขับมอเตอร์)
2. จุดต่อเซอร์โวมอเตอร์ (Servo Motor): มีช่องเฉพาะสำหรับต่อเซอร์โวมอเตอร์ 2 ช่อง ซึ่งอาจต้องการไฟเลี้ยงจากภายนอกเพิ่มเติม
3. พอร์ต KB Chain (I2C): ใช้เชื่อมต่อกับบอร์ดขยายพอร์ตหรือโมดูล Output อื่นๆ ที่รองรับการสื่อสารแบบ I2C (เช่น บอร์ด iKB-1 สำหรับควบคุมมอเตอร์ที่ซับซ้อน)
ตัวแปร (Variables)
ใน KidBright ตัวแปร (Variables) คือ ชื่อที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลหรือค่าต่างๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในขณะที่โปรแกรมกำลังทำงาน ข้อมูลที่เก็บไว้นี้สามารถนำไปใช้ในการคำนวณ แสดงผลบนหน้าจอ LED หรือใช้ในการตัดสินใจตามเงื่อนไขต่างๆ ในโปรแกรมได้
การใช้งานตัวแปรใน KidBright IDE (Blockly)
การใช้งานตัวแปรใน KidBright IDE ซึ่งใช้การเขียนโปรแกรมแบบลากและวาง (Blockly) มีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:
การสร้างตัวแปร :
ไปที่แถบเมนู Variables (ตัวแปร)
คลิกที่ปุ่ม Create variable... (สร้างตัวแปร)
ตั้งชื่อตัวแปร (แนะนำให้ใช้ชื่อภาษาอังกฤษเพื่อความเข้ากันได้ที่ดีกว่า) แล้วกดตกลง
จะมีบล็อกคำสั่งใหม่ปรากฏขึ้นในแถบ Variables ซึ่งเป็นชื่อตัวแปรที่ตั้งไว้
การกำหนดค่าให้ตัวแปร :
ใช้บล็อก set [ชื่อตัวแปร] to [ค่า/บล็อกคำสั่งอื่นๆ] เพื่อกำหนดค่าเริ่มต้นหรือเปลี่ยนค่าของตัวแปร
ค่าที่กำหนดให้ตัวแปรอาจเป็นตัวเลข, ค่าทางตรรกะ (จริง/เท็จ), หรือค่าที่ได้จากเซนเซอร์ต่างๆ (เช่น อุณหภูมิ, ความชื้น)
การเรียกใช้ตัวแปร :
ใช้บล็อกที่มีชื่อ [ชื่อตัวแปร] (ที่เป็นบล็อกวงรี) เพื่อเรียกค่าที่เก็บอยู่ในตัวแปรนั้นมาใช้งานในส่วนต่างๆ ของโปรแกรม เช่น นำไปแสดงบนหน้าจอ LED หรือใช้ในบล็อกคำสั่งทางคณิตศาสตร์
ตัวอย่างการใช้งานตัวแปร
ตัวอย่างเช่น หากต้องการสร้างโปรแกรมเพื่อนับจำนวนการกดปุ่ม คุณจะต้อง:
สร้างตัวแปรชื่อ temperature
ใช้บล็อก set temperature to 30 ในส่วนเริ่มต้นโปรแกรม
ใช้บล็อก change temperature by -1 เมื่อมีการกดปุ่ม S1
ใช้บล็อก change temperature by 1 เมื่อมีการกดปุ่ม S2
ใช้บล็อกแสดงผล LED โดยนำบล็อก temperature มาใส่เพื่อแสดงค่าปัจจุบัน
ฟังก์ชั่น (Functions)
ใน KidBright ฟังก์ชัน (Functions) คือ ชุดคำสั่งที่ถูกจัดกลุ่มไว้ด้วยกันเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้สามารถเรียกใช้งานซ้ำได้หลายครั้งในโปรแกรมหลักโดยไม่จำเป็นต้องเขียนชุดคำสั่งเดิมซ้ำๆ การใช้ฟังก์ชันช่วยให้โปรแกรมมีความเป็นระเบียบ ลดความซับซ้อน และง่ายต่อการแก้ไขหรือพัฒนาต่อยอด
การใช้งานฟังก์ชันใน KidBright IDE (Blockly)
ฟังก์ชันจะอยู่ในแถบเมนู Advance (ขั้นสูง) โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:
การสร้างฟังก์ชัน:
ไปที่แถบเมนู Advance
ลากบล็อก function [ชื่อฟังก์ชัน] ออกมาวางในพื้นที่ทำงาน
ตั้งชื่อฟังก์ชันตามที่ต้องการ (แนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษ)
ใส่ชุดคำสั่งที่ต้องการให้ทำงานภายในบล็อกฟังก์ชันนั้น
การเรียกใช้ฟังก์ชัน:
ในแถบเมนู Advance จะมีบล็อกใหม่ปรากฏขึ้นชื่อว่า call function [ชื่อฟังก์ชัน]
เมื่อต้องการให้ชุดคำสั่งในฟังก์ชันทำงานที่จุดใดในโปรแกรม ให้ลากบล็อก call function [ชื่อฟังก์ชัน] นั้นมาวางในลำดับที่ต้องการ
ประโยชน์ของการใช้ฟังก์ชัน
จัดระเบียบโค้ด: ช่วยแบ่งโปรแกรมออกเป็นส่วนย่อยๆ ทำให้เข้าใจง่ายขึ้น
ลดการเขียนซ้ำ: สามารถเรียกใช้ชุดคำสั่งเดิมได้หลายครั้ง ทำให้โค้ดสั้นลงและมีประสิทธิภาพ
ง่ายต่อการแก้ไข: หากต้องการแก้ไขการทำงาน เพียงแค่แก้ไขในบล็อกฟังก์ชันเดียว คำสั่งที่เรียกใช้ทั้งหมดก็จะอัปเดตตามไปด้วย
การใช้งานฟังก์ชันใน KidBright ช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาแนวคิดการเขียนโปรแกรมเชิงโครงสร้าง (Structured Programming) และจัดการกับโปรแกรมที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น คุณสามารถดูตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชันเพิ่มเติมได้จากคู่มือหรือบทเรียนออนไลน์ต่างๆ เช่น ใน doc.inex.co.th
ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชั่น
นี่คือตัวอย่างการใช้งานทั้ง ตัวแปร (Variables) และ ฟังก์ชัน (Functions) ใน KidBright IDE เพื่อให้เห็นภาพการทำงานร่วมกัน
ตัวอย่าง : ฟังก์ชันเพิ่ม/ลด/รีเซ็ตค่าอุณหภูมิควบคุมพัดลมในระบบสมาร์ทฟาร์ม
โปรแกรมนี้มีเกำหนดให้ค่าอุณหภูมิลดลง 1 องศา เมื่อกดปุ่มสวิทซ์ S1 ค่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 องศา เมื่อกดปุ่มสวิทซ์ S2 และ เมื่อกดสวิทซ์ S1 และ S2 พร้อมกันจะเป็นการรีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้น คือ 35 องศา ซึ่งจะแสดงค่าบนหน้าจอ LED
ส่วนประกอบที่สำคัญในตัวอย่าง
ตัวแปร : ชื่อ temperature ใช้เก็บค่าอุณหภูมิ
ฟังก์ชัน : ชื่อ add-reduce-temperature ใช้เก็บชุดคำสั่งสำหรับตั้งค่า temperaturer (บวก-ลบ) และแสดงข้อความ "temperature" บนหน้าจอ
ฟังก์ชัน : ชื่อ reset-temperature ใช้เก็บชุดคำสั่งสำหรับตั้งค่า temperaturer ให้กลับเป็นค่าอุณหภูมิ 35 และแสดงข้อความ "RST-TMP" บนหน้าจอ
ตัวอย่างการใช้งานฟังก์ชั่น
1. ขั้นตอนการสร้างใน KidBright IDE
สร้างตัวแปรชื่อ temperature
สร้างฟังก์ชันชื่อ add-reduce-temperature
สร้างฟังก์ชันชื่อ reset-temperature
2. การจัดวางบล็อกคำสั่ง
การใช้งาน KidBright แบบ IoT (Internet of Things) ช่วยให้บอร์ดสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับส่งข้อมูลและสั่งการควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ โดยมีขั้นตอนหลักและแนวทางดังนี้
หลักการทำงาน IoT ด้วย KidBright
KidBright มีไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32 เป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ทำให้สามารถสื่อสารข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์หรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนได้
การรับข้อมูลจากเซนเซอร์ : บอร์ดสามารถอ่านค่าจากเซนเซอร์ต่างๆ (เช่น อุณหภูมิ, ความชื้น, แสง) และส่งข้อมูลนั้นผ่านอินเทอร์เน็ตไปยังระบบคลาวด์เพื่อแสดงผลหรือบันทึกข้อมูล
การสั่งงานระยะไกล : ผู้ใช้สามารถส่งคำสั่งจากสมาร์ตโฟนหรือคอมพิวเตอร์ผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อควบคุมการทำงานของบอร์ด KidBright ได้ เช่น เปิด/ปิดไฟ, รดน้ำต้นไม้
ขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้น
โดยทั่วไป คุณจะต้องใช้โปรแกรม KidBright IDE ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบลากและวาง (Drag and Drop) ในการเขียนโค้ด
เชื่อมต่อ Wi-Fi : ใน KidBright IDE จะมีบล็อกคำสั่งสำหรับตั้งค่าการเชื่อมต่อ Wi-Fi คุณต้องระบุชื่อเครือข่าย (SSID) และรหัสผ่าน
ตั้งค่า IoT Platform : KidBright IDE มีบล็อกคำสั่งที่รองรับการใช้งานกับแพลตฟอร์ม IoT โดยเฉพาะ ซึ่งในเวอร์ชันแรกๆ จะใช้ร่วมกับแอปพลิเคชัน KidBright IoT บนสมาร์ตโฟน หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น NETPIE หรือ Blynk
เขียนโปรแกรม : ใช้บล็อกคำสั่ง IoT เพื่อกำหนดว่าข้อมูลใดจะถูกส่งออกไป หรือรับคำสั่งใดเข้ามาเพื่อสั่งงานอุปกรณ์ที่ต่อพ่วง
อัปโหลดโค้ด : เชื่อมต่อบอร์ด KidBright กับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย USB และอัปโหลดโปรแกรมที่เขียนไว้ลงในบอร์ด
ทดสอบการใช้งาน : เมื่อบอร์ดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้แล้ว คุณสามารถทดสอบการรับส่งข้อมูลและการควบคุมผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้
ตัวอย่างโครงงาน IoT ที่ทำได้
ระบบควบคุมอุณหภูมิผ่านสมาร์ตโฟน : อ่านค่าอุณหภูมิจากเซนเซอร์และแสดงบนแอปฯ พร้อมสั่งเปิด/ปิดพัดลมหรือระบบทำความเย็นได้
ระบบรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ : ใช้เซนเซอร์วัดความชื้นในดิน เมื่อความชื้นต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ให้สั่งงานปั๊มน้ำทำงาน และสามารถดูสถานะผ่านมือถือได้
ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีผู้บุกรุก : ใช้เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว เมื่อพบสิ่งผิดปกติ ให้ส่งการแจ้งเตือน (เช่น ผ่าน LINE Notify หรือแอปฯ KidBright IoT) ไปยังสมาร์ตโฟน
สำหรับข้อมูลเชิงลึกและวิดีโอสอนการใช้งาน สามารถดูเพิ่มเติมได้จากช่องทางอย่างเป็นทางการของโครงการ KidBright หรือดูบทเรียนออนไลน์ได้ทาง YouTube
เกม.................
เกม.................
ใบงาน..................
ใบงาน..................