ชื่อ-สกุล นางวิพรรัตน์ บุญประเสริฐ
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี
สอนรายวิชา สังคมศึกษาฯพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
ตารางสอน ภาคเรียนที่ 2/2568
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process) เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา พบว่ากระบวนการจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษาเป็นปัญหาสะสมมายาวนานเนื่องจากผู้สอนมักมองว่าเนื้อหาสังคมศึกษามีค่อนข้างมากกระบวนการเรียนการสอนจึงยังต้องใช้วิธีบรรยายเล่าเรื่องวิธีให้อ่านเนื้อหาแบบฝึกหัดวิธีให้ค้นตามหัวข้อที่ผู้สอนกำหนดบางครั้งอาจใช้กิจกรรมชุดการเรียนการสอนที่มีแต่การอ่านบัตรเนื้อหาตอบคำถามและอ่านเฉลย หรือใช้บทเรียนโปรแกรมทำให้นักเรียนเบื่อหน่ายบทเรียน จากการใช้กระบวนการเรียนการสอนวิธีดังกล่าว ส่งผลให้นักเรียนขาดกระบวนการคิดวิเคราะห์ในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และการขาดการประยุกต์ใช้ทฤษฎีพหุปัญญาของ โฮเวิร์ด การ์ดเนอร์ ทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ยังไม่สามารถตอบสนองความหลากหลายของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ ผู้เรียนบางคนอาจมีความถนัดทางดนตรี การเคลื่อนไหว หรือทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล แต่กลับถูกตีค่า “ไม่เก่ง” เพียงเพราะไม่สามารถทำคะแนนวิชาการได้สูงเท่าผู้อื่น
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและความท้าทายของสังคมซึ่งโลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านความถี่และความรุนแรง การรับมือกับภัยพิบัติยังต้องการทักษะที่หลากหลาย รวมถึงความคิดวิเคราะห์ในการแก้ปัญหาและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพจึงจำเป็นต้องมีการปรับวิธีการสอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น หนึ่งในวิธีการที่ถูกนำเสนอคือการใช้ “กระบวนการทางภูมิศาสตร์” (Geographic Inquiry Process) เป็นการสอนแบบสืบสอบทางภูมิศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการคิดอย่างเป็นระบบ เข้าใจและมีความรู้อย่าง ถูกต้องชัดเจน ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน 1. การตั้งคำถามเชิงภูมิศาสตร์ 2. การเก็บรวบรวมข้อมูล 3. การจัดการข้อมูล 4. การวิเคราะห์ข้อมูล และ 5. การสรุปข้อมูลเพื่อหาคำตอบ ช่วยให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมและเข้าใจปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process) เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ที่ต้องใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้สามารถเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผูเรียนซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ควบคู่กับทฤษฎีพหุปัญญา
จากสภาพปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น จึงมีความสำคัญในเชิงการพัฒนาการศึกษาเพื่อมุ่งพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process) ทฤษฎีพหุปัญญาในการจัดการเรียนรู้จึงไม่เพียงทำให้การเรียนรู้ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของผู้เรียน แต่ยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งต้องการผู้เรียนที่มีความสามารถหลากหลาย การนำพหุปัญญามาใช้ในการสอนจึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามศักยภาพที่แท้จริง และพัฒนาตนเองได้อย่างรอบด้าน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
วิธีการดำเนินการให้บรรลุผลสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) หลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จังหวัดอุดรธานี ศึกษามาตรฐาน ตัวชี้วัด สาระภูมิศาสตร์ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
2. ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูล แนวคิด และทฤษฎีพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process)
3. วิเคราะห์เนื้อหาเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว สึนามิ ภัยแล้ง น้ำท่วม ดินถล่ม
4. ออกแบบกิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process) ได้แก่ 1) การตั้งคำถามทางภูมิศาสตร์ 2) การรวบรวมข้อมูล 3) การวิเคราะห์ข้อมูล 4) การสรุปผลและอธิบาย 5) การนำเสนอแนวทางแก้ปัญหา และออกแบบกิจกรรมเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ พหุปัญญา 8 ด้าน เช่น ด้านภาษา :การเขียนรายงานสรุปภัยพิบัติ ตรรกะเหตุผล : วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบ มิติสัมพันธ์ : อ่านและสร้างแผนที่ ดนตรี : สร้างสื่อเตือนภัยเป็นจิงเกิล การเคลื่อนไหว : จำลองสถานการณ์อพยพ มนุษยสัมพันธ์ : ทำงานกลุ่มสำรวจข้อมูล เข้าตนเอง : สะท้อนคิดผลกระทบที่มีต่อตนเอง ธรรมชาติวิทยา : วิเคราะห์สภาพภูมิประเทศกับภัยพิบัติ
5. สร้างเครื่องมือวัดและประเมินผล เช่น แบบทดสอบก่อน - หลังเรียน แบบประเมินชิ้นงาน แบบสังเกตพฤติกรรมและทักษะภูมิศาสตร์
6. ประเมินผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process) เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยใช้แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน (Pre-test และ Post-test) เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
7. รวบรวมข้อมูลตอบกลับจากผู้เรียน (Feedback) ต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process) เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อวิเคราะห์ประเด็นในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ว่าช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
8. นำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่วง PLC เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางการพัฒนาตามประเด็นท้าทาย
9. นำผลที่ได้จากการพัฒนาแล้วจัดทำเป็นสารสนเทศเพื่อใช้แก้ปัญหาในรอบปีถัดไป
3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนรู้ผ่านการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process) ร้อยละ 80 มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความรู้ ความเข้าใจในเนื้อหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเรียนรู้ผ่านการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางภูมิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process) และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
รออัปเดตข้อมูล