Title
การบริหารความขัดแย้ง : กรณีศึกษาสำนักงานเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร
Creator
Name: มาโนช สุขเหลือ
Subject
ThaSH: การบริหารความขัดแย้ง
Classification :.DDC: 658
Description
Abstract: การศึกษาเรื่องการบริหารความขัดแย้ง : กรณีศึกษาสำนักงานเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุของความขัดแย้ง : และแบบแผนของการบริหารความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสำนักงานเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร โดยการศึกษา โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้ค่าสถิติร้อยละ (percent tage) เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์แล้วเปรียบเทียบข้อมูลในอดีตที่ ศาสตราจารย์ อรุณ รักธรรม ได้เคยศึกษาไว้เมื่อ 17 ปี ผลการศึกษาพบว่าข้าราชการในสำนักงานเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ซึ่งทำงานด้านการให้บริการประชาชน มีความภาคภูมิใจในงานที่ตนเองรับผิดชอบอยู่มาก ส่วนสาเหตุในเรื่องความขัดแย้งต่าง ๆ รวมพึงวิธีการบริหารความขัดแย้งยังมีแนวคิดเหมือนเดิม ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของศาสตราจารย์ อรุณ รักธรรม (2528) ในเรื่องความขัดแย้งของกรุงเทพมหานคร กรณีศึกษาเฉพาะระดับเขต
Publisher
มหาวิทยาลัยบูรพา. สำนักหอสมุด.
Address: ชลบุรี (Chonburi)
Email: buulibrary@buu.ac.th
Contributor
Name: พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Date
Created: 2545
Issued: 2549-12-28
Modified: 2550-02-09
Type
วิทยานิพนธ์/Thesis
ISBN
ISBN: 9746165747
Source
CallNumber: 658.4053 ม456ก
Language
tha
Coverage
ไทย (ภาคกลาง)
กรุงเทพมหานคร
Thesis
DegreeName: รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต
Level: ปริญญาโท
Descipline: การบริหารทั่วไป
Grantor: มหาวิทยาลัยบูรพา
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยบูรพา
Title
การบริหารความขัดแย้งของปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดเชียงราย
Title Alternative
Conflict Management of the Chief Administrator of the Sub-district Administrative Organization Chiang Rai Province
Creator
Name: จำรอง อ่อนพุทธา
Subject
keyword: การบริหารความขัดแย้ง เชียงราย
Classification :.DDC: วพ658.4053
; ความขัดแย้งทางสังคม เชียงราย
Description
ศึกษาปัญหาความขัดแย้งและการบริหารความขัดแย้งของปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดเชียงราย ในด้านบุคลากร การเงิน วัสดุอุปกรณ์และการจัดการ
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สำนักวิทยบริการฯ
Address: ปริญญาโท
Email: library@cru.in.th
Contributor
Name: ประกายศรี ศรีรุ่งเรือง
Role: อาจารย์ที่ปรึกษาการศึกษาอิสระหลัก
Name: กิตติศักดิ์ นิวรัตน์
Role: อาจารย์ที่ปรึกษาการศึกษาอิสระร่วม
Date
Created: 2553
Modified: 2557-09-08
Issued: 2555-06-25
Type
วิทยานิพนธ์/Thesis
Format
application/pdf
Language
tha
Coverage
Spatial: ปริญญาโท
Thesis
DegreeName: รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต
Level: ปริญญาโท
Descipline: รัฐประศาสนศาสตร์
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
Title
การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารที่ส่งผลต่อสุขภาพองค์การของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1
Title Alternative
The administrator’s conflict management effecting to Organizational health under the office of chachoengsao primary educational service area 1
Creator
Name: ณัฐณิการ์ แก้วสุธา
Organization : มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
Subject
keyword: การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหาร
ThaSH: การบริหารความขัดแย้ง
Classification :.DDC: 371.201
ThaSH: ผู้บริหารโรงเรียน
Description
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารของโรงเรียน 2) ศึกษาระดับสุขภาพองค์การของโรงเรียน 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารกับสุขภาพองค์การของโรงเรียน 4) ศึกษาการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารที่ส่งผลต่อสุขภาพองค์การของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 ในปีการศึกษา 2563 จำนวน 313 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ โดยใช้วิธี stepwise ผลการวิจัยพบว่า 1) การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 2) สุขภาพองค์การของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 โดยภาพรวมและรายด้าน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 3) การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารกับสุขภาพองค์การของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 มีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับมาก (rxy = .608) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) การบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารส่งผลต่อสุขภาพองค์การของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: ฉะเชิงเทรา
Email: thanattha.wat@rru.ac.th
Contributor
Name: กัญภร เอี่ยมพญา
Role: อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก
Name: นิวัตต์ น้อยมณี
Role: อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
Date
Created: 2563
Modified: 2022-06-08
Issued: 2565-06-08
Type
วิทยานิพนธ์/Thesis
Format
application/pdf
Identifier
URL:http://opac.rru.ac.th/cgi-bin/koha/opac-detail.pl?biblionumber=54841
Source
CallNumber: Th. 371.201 ณ321ก
Language
tha
Thesis
DegreeName: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Level: ปริญญาโท
Descipline: การบริหารการศึกษา
Grantor: มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
ภาวะผู้นำกับการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3
พระมหาสุพล อระมูล
บัวผัน ชัยวงศ์ษา
อติพร สายแวว
คณะครุศาสตร์
สืบสกุล บุญประสิทธิ์
นราพร นันโท
อภิชยา ทองกุล
ปัญญา ตรีเลิศพจน์กุล
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำกับการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำกับการปฏิบัติ งานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราช ธานี เขต 3 จำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ในการบริหารและ ขนาดโรงเรียน ใช้วิธีวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 ได้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็กจำนวน 107 คน ผู้บริหารสถานศึกษาขนาดกลาง จำนวน 98 คน ผู้บริหารสถานศึกษาขนาดใหญ่ จำนวน 3 คน ข้าราชการครูสถานศึกษาขนาดเล็กจำนวน 545 คน ข้าราชการครูสถานศึกษาขนาดกลางจำนวน 1,301 คน ข้าราชการครูสถานศึกษาขนาดใหญ่จำนวน 85 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,931 คน ใช้แบบสอบถามประมาณคค่า 5 ระดับในการเก็บข้อมูล มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .95 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) และการทดสอบ ค่าเอฟ (F-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้ภาวะผู้นำกับการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับ มาก 2) การเปรียบเทียบภาวะผู้นำกับการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 จำแนกตามตำแหน่ง ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน โดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ยกเว้นขนาดของโรงเรียนที่มีความแตกต่างกัน 3) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำกับการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 ในด้านจินตนาการ พบว่า ผู้บริหารควรเป็นผู้นำที่มีลักษณะของการเป็น ผู้ที่มีสติปัญญาอันเฉลียวฉลาด มีความรอบรู้ ตลอดจนเป็นผู้นำที่มีไหวพริบดีในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดแบบเดิมๆ เพื่อการพัฒนาสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ด้านความยืดหยุ่น พบว่า ผู้บริหารควรมีพฤติกรรมของความยืดหยุ่นผ่อนปรน สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมตามความเหมาะสมกับเวลาและสถานที่ เปิดโอกาสให้บุคลากรหรือผู้ใต้บังคับบัญชาได้แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ ด้านวิสัยทัศน์พบว่า ผู้บริหารควรมีทักษะในการสร้างวิสัยทัศน์ในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา โดยสามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและบริบทของสถานศึกษาได้อย่างสร้างสรรค์และเป็นนักแก้ปัญหาได้ดี ทั้งนี้เพื่อการพัฒนาที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศ ด้านแรงจูงใจ พบว่า ผู้นำที่มีศักยภาพจะต้องมีทักษะในด้านการพัฒนาภาวะผู้นำคือ มีทักษะในด้านความรู้ความสามารถในการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นกำลังใจที่สำคัญในสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม และด้านความไว้วางใจ พบว่า ผู้บริหารควรสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับคณะครูในการจัดการเรียนการสอนหรือแสดงความคิดเห็นในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาและผู้บริหารควรเปิดโอกาสและยอมรับความคิดเห็น ของบุคลากรในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ
คำสำคัญ: ภาวะผู้นำ; แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำ; แรงจูงใจในการทำงาน
วินัย ปานแดง
นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
คำสำคัญ: ภาวะผู้นำ
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุผลของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและหลักธรรมาภิบาลที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการดำเนินงานโรงเรียนมัธยมศึกษา (2) เพื่อกำหนดรูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและหลักธรรมาภิบาลที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการดำเนินงานโรงเรียนมัธยมศึกษา (3) เพื่อรับรองรูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและหลักธรรมาภิบาลที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินงานโรงเรียนมัธยมศึกษา หน่วยตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 400 คนได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลมี 2 ชุด คือ ชุดที่ 1 เป็นแบบสอบถาม ชุดที่ 2 เป็นแบบการสนทนากลุ่มเพื่อพิจารณาความน่าเชื่อถือ และความสอดคล้องของรูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและหลักธรรมาภิบาลที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการดำเนินงานโรงเรียนมัธยมศึกษา ข้อมูลวิเคราะห์ด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ เส้นทางสัมพันธ์ (Path Analysis) ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา (Cronbach’s Alpha) ค่าความสอดคล้อง และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า (1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและหลักธรรมาภิบาลส่งผลต่อประสิทธิผลการดำเนินงานของโรงเรียนมัธยมศึกษา (2 ) รูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง และหลักธรรมาภิบาลที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลการดำเนินงานโรงเรียนมัธยมศึกษา มี 10 องค์ประกอบ คือ การสื่อสาร การดูแล การให้อำนาจ การมีวิสัยทัศน์ การทำงานเป็นทีม ความคิดสร้างสรรค์ บุคลิกภาพ การมีส่วนร่วม ความโปร่งใส และความคุ้มค่า (3) รูปแบบมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความถูกต้อง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
ชนม์ชนก จันโทริ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
คำสำคัญ: ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม, สัปปุริสธรรม, การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล
บทคัดย่อ
ในยุคที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความซับซ้อนต่างๆ ผู้บริหารสถานศึกษาจำเป็นต้องมีภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมที่สามารถขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม การนำนวัตกรรมมาใช้อย่างขาดความเข้าใจในมิติทางคุณธรรมอาจก่อให้เกิดปัญหาใหม่ได้ บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกรอบแนวคิดการบูรณาการภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมตามหลักสัปปุริสธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นคุณธรรมสากล ได้แก่ ธัมมัญญุตา (รู้จักเหตุ), อัตถัญญุตา (รู้จักผล), อัตตัญญุตา (รู้จักตน), มัตตัญญุตา (รู้จักประมาณ), กาลัญญุตา (รู้จักกาล), ปริสัญญุตา (รู้จักบริษัท), และปุคคลัญญุตา (รู้จักบุคคล) มาเป็น "เข็มทิศภายใน" เพื่อชี้นำการตัดสินใจ การประยุกต์ใช้หลักธรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถรับมือกับความท้าทายดิจิทัล เช่น การสร้างสมดุลและสุขภาวะดิจิทัล (มัตตัญญุตา) และการสร้างความเท่าเทียมทางดิจิทัล (ปริสัญญุตา) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์สูงสุดคือการยกระดับผู้บริหารสู่การเป็น "ผู้นำนวัตกรรมดิจิทัลอย่างมีปัญญาและคุณธรรม" ที่สามารถนำพาองค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน