การวางแผนเมนูในงานแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของ “รสชาติ” เท่านั้น แต่คือการวางแผน “ประสบการณ์การกิน” ตั้งแต่ต้นจนจบให้แขกที่มาร่วมงานรู้สึกประทับใจและจดจำได้ในระยะยาว เมนูที่ดีควรเริ่มต้นอย่างนุ่มนวลด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย ต่อด้วยจานหลักที่อิ่มท้อง และปิดท้ายอย่างงดงามด้วยของหวานที่ประณีต ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่การจัดอาหารให้ครบ แต่คือการสร้าง “ลำดับของอารมณ์” ที่แขกจะสัมผัสผ่านทุกคำที่ลิ้มลอง
อาหารเรียกน้ำย่อย (Appetizer) เปรียบเสมือนการเปิดม่านของงานเลี้ยง จุดมุ่งหมายคือการกระตุ้นความอยากอาหารและสร้างความตื่นเต้นให้กับแขก เมนูที่เหมาะควรเป็นอาหารเบาๆ รสชาติละมุน ไม่หนักเกินไป เช่น สลัดผลไม้ ซุปใส คานาเป้ หรือเมนูฟิงเกอร์ฟู้ดที่หยิบทานง่าย
ในงานแต่งที่มีไลน์บุฟเฟต์หรือค็อกเทลปาร์ตี้ การมีจุดเสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อยจัดไว้สวยงาม จะช่วยให้แขกมีส่วนร่วมตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้ามาในงาน และช่วยให้ช่วงเวลารอก่อนเริ่มพิธีหลักไม่รู้สึกนานหรือเงียบเกินไป
จานหลัก (Main Course) ควรเป็นหัวใจของมื้ออาหารที่ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและปริมาณ ควรเลือกเมนูที่มีความหลากหลายและสมดุล ทั้งโปรตีน (เช่น ไก่ ปลา เนื้อ) คาร์โบไฮเดรต (เช่น ข้าว มันฝรั่ง พาสต้า) และผัก
ในงานแต่งงาน อาจเลือกเสิร์ฟเมนูที่มีความเป็นทางการ เช่น เนื้ออบพร้อมซอส ไก่ย่างสมุนไพร หรือเมนูไทยอย่างข้าวอบสับปะรด ผัดไทยกุ้งสด แกงเขียวหวานไก่ ที่สามารถจัดจานให้สวยงามและยังเข้าถึงรสชาติได้ง่าย
หากต้องการสร้างความพิเศษ ลองเพิ่มเมนูแบบ Live Cooking เช่น พาสต้าปรุงสด หรือ carving station สำหรับหั่นเนื้อสด ซึ่งจะช่วยให้จานหลักกลายเป็น “โชว์” ที่น่าจดจำอีกหนึ่งอย่างของงาน
ของหวาน (Dessert) คือบทสรุปของประสบการณ์การรับประทานอาหาร และมักเป็นช่วงเวลาที่แขกจดจำได้ดีที่สุด ของหวานในงานแต่งไม่ควรมีไว้แค่ “ครบเซต” แต่ควรเป็นไฮไลต์ของงาน ไม่ว่าจะเป็นเค้กแต่งงานที่มีการตัดเค้กอย่างเป็นทางการ หรือ dessert bar ที่จัดเต็มทั้งขนมไทยและขนมตะวันตก
ตัวเลือกยอดนิยมได้แก่ มูสผลไม้ เค้กสไตล์ฝรั่งเศส ข้าวเหนียวมะม่วง ลูกชุบ ขนมเปี๊ยะ ขนมเบื้อง หรือแม้แต่ไอศกรีมโฮมเมดพร้อมท็อปปิ้งให้เลือกเอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับแขก และเป็นอีกหนึ่งจุดที่ชวนถ่ายรูป
หากจัดงานเย็น การเพิ่มมุมกาแฟสด ชานม หรือค็อกเทลของหวาน (เช่น Espresso Martini หรือ Mocktail แบบหวานนุ่ม) ก็สามารถปิดท้ายงานอย่างสมบูรณ์ได้อย่างลงตัว
การจัดลำดับเมนูไม่ใช่แค่เรียงจากเบาไปหนัก แต่ต้องคำนึงถึง “รสชาติที่ต่อเนื่อง” และ “โทนของงาน” ด้วย เช่น หากเลือกซุปข้นเปิดมื้อ อาจเลือกจานหลักที่ไม่มันเกินไป และปิดท้ายด้วยของหวานรสเบา เช่น มูส หรือพานาคอตต้า แต่หากเริ่มต้นด้วยอาหารไทยที่มีรสจัด อาจปิดท้ายด้วยขนมไทยรสหวานมันตัดกัน
อย่าลืมว่าความประทับใจของแขกมาจากความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ แม้เพียงคำแรกหรือคำสุดท้ายของมื้ออาหาร ก็มีผลกับความรู้สึกต่องานแต่งทั้งหมดได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เมนูในงานแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของอิ่มท้อง แต่คือการเล่าเรื่องของคู่รักผ่านอาหารในแต่ละจาน ตั้งแต่คำแรกไปจนถึงคำสุดท้าย การใส่ใจในรายละเอียด การเลือกเมนูที่หลากหลาย และการจัดลำดับอย่างมีชั้นเชิง จะทำให้งานแต่งของคุณกลายเป็นประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ และน่าจดจำสำหรับแขกทุกคน
ติดต่อเรา
1000/25-26, 10th Floor, Liberty Plaza Building, Sukhumvit Soi 55, Khlong Tan Nuea, Watthana District, Bangkok 10110
0853666690