ย้อนกลับไปในแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยายังเป็นราชธานี “ภาคีธรรม์อาถรรพ์” เร้นกายอยู่ ณ สถานที่ที่ไม่เคยปรากฏอยู่บนแผนที่บันทึกไหนๆ รวบรวมผู้เชี่ยวชาญไสยเวทจากทุกทิศทุกหัวเมืองเพื่อเป็นกำลังในการรบพุ่งและดูแลความสงบของพระนครอย่างลับๆ พวกเขาคือผู้คอยตรวจตราคุณไสยมนต์ดำของชนพาลที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ใช้ไสยศาสตร์กำจัดอริศัตรูผู้เป็นภัยต่อบ้านเมือง รวมทั้งประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ศิษย์รุ่นหลังสืบทอดศาสตร์แห่งอาถรรพ์นี้เพื่อที่จะก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ต่อไป เป็นกลุ่มผู้ใช้อาถรรพ์ที่ทางการรับรองว่าถูกกฏหมายเพียงหนึ่งเดียวในกรุงศรีอยุธยา
วันหนึ่ง “พรรณพยัคฆ์” หนึ่งในอาจารย์สุดโหดของภาคีกำลังจะสอนเรื่องการปราบผีให้เด็กๆรุ่นใหม่ของภาคี โดยมีอุปกรณ์พื้นฐานของภาคีแจกให้ เช่น สลักดักอาถรรพ์ ผ้าคลุมยันต์ ฯลฯ เขาบอกว่าแม้ของเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานการต่อสู้ของชาวภาคี แต่แท้จริงแล้วไสยศาสตร์นั้นมีทั้งหมด 5 สาย แต่ละสายมีจุดเด่นแตกต่าง และเด็กแต่ละคนก็จะมีความถนัดแตกต่างกันไป ได้แก่
1. สายของขลัง เป็นการผนึกคาถาอาคมลงในวัตถุเพื่อให้มีฤทธิ์เข้มขลัง
2. สายสัมภเวสี คือการฝึกจิตตนให้มีบารมีสามารถข่มกำราบผีให้อยู่ในโอวาท
3. สายคาถา คือการท่องมนต์เพื่อใช้ในทางอรรถประโยชน์ได้หลากหลาย
4. สายญาณ คือการบำเพ็ญจิตให้สงบนิ่งและฝึกจิตให้ข้ามขีดจำกัดการรับรู้ของมนุษย์ปกติ
5. สายพิธีกรรม คือศาสตร์ว่าด้วยการประกอบพิธีกรรมเพื่อผลลัพธ์ที่ทรงพลังแตกต่างกันไป
หลังจากเกริ่นเรื่องไสยศาสตร์ 5 สายแล้ว พรรณพยัคฆ์ก็ได้พาเด็กๆ ไปที่ “ห้องสนามรบจำลอง” ห้องนี้เป็นโถงที่กว้างใหญ่มาก ในห้องมีอุปกรณ์อาถรรพ์นานาชนิด และตำรับตำราทางไสยเวท วางไว้ตามมุมต่างๆ ทั่วห้อง กลางห้องเป็นพื้นที่ลานกว้าง มีครูชื่อ “นาคิณี” ยืนรอรับเด็กๆ อยู่
นาคิณีกล่าวต้อนรับเด็กๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย ว่าวันนี้บททดสอบของพวกเจ้า คือการปราบผีพวกนี้ซะ พูดจบเขาก็ปล่อยมีออกมาจากสลักดักอาถรรพ์ของตัวเอง ผีมากมายพวยพุ่งออกมากระจายเต็มห้อง เด็กๆทั้งตื่นเต้นทั้งหวาดกลัว แต่ก็แข่งกันจับผีอย่างสนุกสนานโดยใช้ทั้งอุปกรณ์พื้นฐานที่ได้รับแจกกันตอนแรก และวิ่งไปหาของอาถรรพ์อื่นๆที่กระจายอยู่ทั่วห้อง อาทิ น้ำมนต์ ข้าวสารเสก มีดหมด สายสิญจน์ ฯลฯ มาปราบผีที่อยู่ตรงหน้า
เด็กๆ สนุกสนานกันได้ไม่ทันไร อยู่ๆ “อัคชา” อาจารย์อีกคนของภาคีก็เปิดประตูปังเข้ามาในห้อง เขาบอกว่าได้รับรายงานมาว่ากลุ่มผีป่าเกิดคลุ้มคลั่งโดยไม่ทราบสาเหตุ พากันกรูเข้ามาประชิดพระนคร ภาคีต้องนำกำลังไปปราบโดยด่วน โดยเหล่าอาจารย์ได้แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่นำทัพออกไปสู้กับเหล่าผี อันได้แก่ สดายุ พรรณพยัคฆ์ และอัคชา และกลุ่มที่อยู่รักษาการณ์ที่ภาคี อันได้แก่ นาคิณี กุมิตัน กากนาสูร
กลุ่มเด็กๆจากภาคีธรรม์อาถรรพ์อย่าง เชียร เนตร พิกุล วิชฌา อองตอง ราม ก็ถูกเกณฑ์ให้ต้องออกไปต่อสู้กับเหล่าผีเพื่อปกป้องพระนครเช่นกัน แต่เชียรคิดกับกลุ่มเพื่อนว่าเหตุการณ์ดูแปลกประหลาด กลุ่มผีไม่น่าลุกฮือพร้อมกันได้แบบนี้ อาจมีใครอยู่เบื้องหลัง ภาคีอาจปกปิดอะไรพวกเขาอยู่ กลุ่มเชียรและเพื่อนจึงตัดสินใจว่าจะไปปราบผีพวกนั้น พร้อมกับสืบหาที่มาของเหตุการณ์ผีคลั่งครั้งนี้ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร มีใครอยู่เบื้องหลังกันแน่
ผู้นำสูงสุดแห่งภาคีธรรม์อาถรรพ์ในยุคปัจจุบัน เป็นชายนิสัยเยือกเย็นที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีที่ทำให้ผู้คนยอมศิโรราบได้อย่างง่ายดาย แม้เขาจะไม่ได้มีพลังอาถรรพ์อะไรมากมาย แต่เขาก็เก่งกาจด้านการใช้จุดอ่อนจุดแข็งของผู้ใต้บังคับบัญชาคนอื่นเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ครูสายพิธีกรรมและสัมภเวสี ผู้เป็นหนึ่งในคนสนิทของสดายุ มีความคลั่งไคล้ในการศึกษาศพ วิเคราะห์ศพ ดัดแปลงและตัดแต่งศพ เขาเป็นหลังค่อม ตาเข ทรงผมประหลาด แม้เขาจะไม่ได้เก่งกาจในทางการต่อสู้มากมายนัก แต่ก็นับว่ามีความสามารถในการพลิกแพลงสถานการณ์และการเอาตัวรอดอยู่ในระดับสูง
ครูสายสัมภเวสีและคาถา ผู้ที่ดูขี้เหล้า เมายาอยู่เป็นนิจ มีนิสัยเสียคือเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก ไม่ชอบกฎเกณฑ์ ชอบเล่นตลกกับชีวิตคน ไม่สนใจตรรกะเหตุผลใดๆ ขอแค่ตัวเองรู้สึกสนุกก็พอ เพราะเขารู้สึกว่าชีวิตนี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อได้แสวงหาความสนุกเท่านั้น
ครูสายของขลังผู้ฝึกฝนร่างกายมาเป็นอย่างดี จนมีพละกำลังมากดุจพญาช้างสาร ผิวกายสักยันต์น้ำมันทั้งตัว ทำให้อยู่ยงคงกระพัน หนังเหนียว ฟันแทงไม่เข้า เขาเป็นคนตรงไปตรงไป และยึดมั่นในหลักการของตัวเองเสมอ
ครูด้านของขลังและคาถา ผู้เชี่ยวชาญการปรุงยาและการใช้พิษเป็นพิเศษ มีงูพิษเป็นสัตว์คู่ใจ เขาถูกชุบเลี้ยงและเติบโตมาในภาคี จึงอุทิศชีวิตทั้งหมดให้ภาคีธรรม์อาถรรพ์ แม้ภายนอกจะดูมืดมนและไม่สนโลก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็นคนอ่อนโยน และใจดีคนหนึ่ง
อดีตครูสายญาณของภาคี ที่เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อตอนมีชีวิต เขาเก่งกาจการใช้ญาณมาประยุกต์ในการต่อสู้ระยะประชิดมาก มีความสุขุมนุ่มลึก และยึดมั่นใจคุณงามความดีในแบบของตัวเอง
อดีตครูสายของขลังของภาคี ที่เสียชีวิตไปแล้ว ด้วยความว่องไวและความไม่เคยลังเลที่จะลงมือฆ่าของเขา ทำให้เมื่อตอนเขามีชีวิต เขาเป็นนักฆ่าตัวฉกาจและสายสืบมือหนึ่งของภาคี
ครูสายญาณผู้เป็นหนึ่งในคนสนิทที่สดายุไว้ใจมากที่สุด และเป็นโหรประจำภาคี มีพลังในการทำนายอนาคต ภายนอกดูสุขุมเยือกเย็น ใบหน้าเรียบเฉยจนไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่