ชื่อ-สกุล นางสาววริษา ทรัพย์สำราญ
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรียนลาดยาววิทยาคม อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครสวรรค์
สอนรายวิชา ออกแบบและเทคโนโลยีเพิ่มเติม2 (ว20206) ชั้น ม.3/1-3/7
สอนรายวิชา ออกแบบและเทคโนโลยีเพิ่มเติม (ว20205) ชั้น ม.3/8-3/10
ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้น ม.6/4 (คอมพิวเตอร์)
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ภาคเรียนที่ 1/2567
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน......26.......ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชาออกแบบและเทคโนโลยีเพิ่มเติม2 จำนวน 14 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาออกแบบและเทคโนโลยีเพิ่มเติม จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ICT จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรม ชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน......7.......ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน...6..ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน.....-........ชั่วโมง/สัปดาห์
ภาคเรียนที่ 2/2566
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน......30.......ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชาออกแบบและเทคโนโลยีพื้นฐาน2 จำนวน 20 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ICT จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
การสื่อสารและการนำเสนอ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรม ชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรม ลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประชุมวิชาการ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน......7.......ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน...6..ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน.....-........ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการ คือ การแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การคิดแก้ปัญหาเป็นทักษะที่มีความสำคัญต่อ การพัฒนาด้านสติปัญญาของเด็ก ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กและเป็นเป้าหมายสำคัญของการจัดการศึกษา แต่ปรากฎว่าในสภาพปังจุบันการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหาของเด็กยังทำได้น้อยมาก ครูควรมีความตระหนักเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายและวิธีสอนให้เด็กคิดแก้ปัญหาเป็น และโดยทั่วไป พบว่า การสอนหักษะการคิดแก้ปัญหาโดยตรงยังทำกันน้อยมาก ครูส่วนใหญ่มักเนั้นการเรียนการสอนที่ยึดเนื้อหารายวิชามากกว่าการสอนกระบวนการแก้ปัญหา และเนั้นการปฏิบัติตามตัวอย่างและมุ่งสอนให้เด็กสอบได้คะแนนสูง ๆ มากกว่าจะสอนให้เด็กรู้จักคิดอย่างมีเหตุผล วิเคราะห์วิจารณ์หรือแก้ปัญหาเป็นวิธีการสอนของครูยังคงเป็นไปในรูปแบบเดิมที่ครูเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้การเสริมสร้างและพัฒนาการคิดให้แก่นักเรียนยังมิได้บรรลุอย่างแท้จริงในทางปฏิบัติ เพราะเด็กไทยส่วนใหญ่ยังคงเรียนรู้ตัวยวิธีการจคจำ และท่องจำให้ได้มากกว่าสามารถวิเคราะห์เนื้อหา สาระสิ่งที่เรียนรู้ใด้ นอกจากนี้การสอนเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาการคิดให้กับนักเรียนยังมิได้มี การปฏิบัติอย่างจริงจังใน โรงเรียน อันเนื่องมาจากการไม่เข้าใจในวิธีการสอน ตลอดจนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมทักษะและกระบวนการคิดแก้ปัญหาให้กับนักเรียนเนื่องจากปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้เด็กทักษะการคิด การแก้ปัญหา ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาทางค้านสติปัญญาของเด็ก ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาให้นักเรียนมีพัฒนากระบวนการแก้ปัญหา ดังกล่าว ผู้สอนจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนากระบวนการแก้ปัญหาและการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน โดยใช้สื่อการสอนเรื่อง “การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามสิทธิในการนำมาใช้” รายวิชาออกแบบและเทคโนโลยีเพิ่มเติม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้ แบบ Problem-based Learning ขึ้นมาทำให้นักเรียนมีทักษะในการแก้ปัญหาและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น
2.วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง 2560 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนลาดยาววิทยาคม ฉบับปรับปรุง 2564 พร้อมจัดทำโครงสร้างรายวิชาและแผน การจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดตามหลักสูตร
2.2 ออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยการจัดการเรียนรู้ แบบ Problem-based Learning ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง 2560 และหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนลาดยาววิทยาคม ฉบับปรับปรุง 2564 จัดทำแผนการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในการพัฒนากระบวนการแก้ปัญหาและการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน โดยใช้สื่อการสอนเรื่อง “การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยและถูกต้องตามสิทธิในการนำมาใช้” รายวิชาออกแบบและเทคโนโลยีเพิ่มเติม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดการเรียนรู้ แบบ Problem-based Learning
2.3. ประเมินผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน
2.4 ดำเนินกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ตามแผนที่วางไว้
2.5 ประเมินผลสัมฤทธิ์หลังเรียน
3.ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
3.1.1 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาออกแบบและเทคโนโลยี ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70
3.1.2 นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจต่อการเรียน อยู่ในระดับดี ขึ้นไปร้อยละ 70
3.2 เชิงคุณภาพ
3.2.1 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผ่านเกณฑ์การประเมินตัวชี้วัด ทักษะความสามารถในการคิดแก้ปัญหา และสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงานและแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และจริยธรรม
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/5 จำนวน 35 คน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกิจกรรมระหว่างเรียนเฉลี่ยร้อยละ 75.35 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยร้อยละ 81.31 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ ที่ตั้งไว้คือร้อยละ 70
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรวมของผู้เรียนในรายวิชาออกแบบและเทคโนโลยี (ว23103) ผ่านเกณฑ์ ระดับผลการเรียน 3 ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 86.67 (จำนวน 325 จาก 375 คน)
ภาพรวมของนักเรียนมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับ มากที่สุด