เว็บไซต์เก็บผลงานออนไลน์ (E-Portfolio):::นางสาววริษรา จันทาเวียง โรงเรียนบ้านหนองโค้ง
ประจำปีงบประมาณ 2568 (1 ตุลาคม 2568 - 30 กันยายน 2569)
ประจำปีงบประมาณ 2568 (1 ตุลาคม 2568 - 30 กันยายน 2569)
ชื่อ-นามสกุล นางสาววริษรา จันทาเวียง
ตำแหน่ง ครูอัตราจ้าง
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองโค้ง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งครูอัตราจ้าง
เมื่อวันที่ 1 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เลขที่ 66409000219972
ออกให้เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
วัน/เดือน/ปี ที่หมดอายุ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2571
วันเดือนปีเกิด 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน ตำแหน่งครูอัตราจ้าง
ซึ่งดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
-กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา การอ่านภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
-กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา การเขียนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
-กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา การคิดคำนวณ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
-กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชาเศรษฐกิจและการเงิน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
-กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา บูรณาการ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา แนะแนว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ชุมนุม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนจัดการเรียนรู้ 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การสร้างและพัฒานาสื่อการเรียนการสอน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การทำวิจัย/นวัตกรรม เพื่อพัฒนาผู้เรียน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานที่ปรึกษา งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานตามคำสั่งโรงเรียนบ้านหนองโค้ง 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานตรวจการบ้านนักเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมจิตศึกษา 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานจุดเน้น สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ และเขตพื้นที่การศึกษา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชื่อประเด็นท้าทาย: การพัฒนาทักษะการจำพยัญชนะและสระไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ชุดแบบฝึกทักษะประสาทสัมผัสร่วมกับกิจกรรม Active Learning ผ่านเกมการเรียนรู้
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณภาพ ทำให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยี ข้อมูล ข่าวสารต่าง ๆ และเป็นกระบวนการพัฒนาอันจะนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ผู้เรียนสามารถพัฒนาเต็มตามศักยภาพของตน ให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้หรือสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง แนวการจัดการเรียนการสอนจึงมุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติที่สอดคล้องกับชีวิตจริง ทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม ดังจะเห็นได้จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความพร้อม ทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองที่ดี ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นเป็นสำคัญว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ
ภาษาไทยเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การแสวงหาความรู้ และเป็นรากฐานของการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับประถมศึกษาตอนต้น การปูพื้นฐานความรู้ทางภาษาไทยที่ถูกต้อง โดยเฉพาะทักษะการจำพยัญชนะ 44 ตัว และสระพื้นฐาน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการสร้างความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการเรียนรู้และการแจกลูกสะกดคำในระดับที่สูงขึ้น หากผู้เรียนขาดทักษะพื้นฐานด้านการจำรูปและเสียงอักษร ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการอ่านและการเขียนในชีวิตประจำวัน การจัดการศึกษาในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคม ซึ่งทักษะและความรู้ที่เคยเพียงพอในอดีตไม่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ หลักสูตรการศึกษาของชาติจึงมีความจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแนวคิดการจัดการศึกษาแบบอิงมาตรฐาน โดยเน้นการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ ทำให้การจัดการเรียนรู้บางครั้งยากต่อการบูรณาการ และให้ความสำคัญกับความรู้ความเข้าใจมากกว่าการนำความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา สะท้อนได้จากผลประเมินที่พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังมีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และขาดทักษะพื้นฐานที่จำเป็น ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาของชาติฉบับใหม่ คือ หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568 โดยยึดแนวคิดการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ (Competency-based Education) ซึ่งให้ความสำคัญกับสมรรถนะตามช่วงวัย มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีพื้นฐานการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตประจำวัน มีจินตนาการที่สร้างสรรค์ และมีความสุขในการเรียนรู้ โดยมีหลักการสำคัญคือเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การบูรณาการความรู้ และสร้างสถานการณ์ที่ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาผ่านประสาทสัมผัสและการลงมือปฏิบัติจริง ในส่วนของความสามารถด้านภาษาไทยและการสื่อสารนั้น หลักสูตร พ.ศ. 2568 กำหนดให้ผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาตอนต้นต้องสามารถรับรู้ เข้าใจ และจำแนกสัญลักษณ์ทางภาษาได้อย่างถูกต้อง ความรู้พื้นฐานสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ครอบคลุมถึงเรื่อง การจำรูปและเสียงของพยัญชนะไทย 44 ตัว และสระพื้นฐาน ซึ่งต้องใช้วิธีการเรียนรู้ผ่านรูปธรรมและการกระตุ้นประสาทสัมผัสที่หลากหลาย (Multisensory Approach) เพื่อสร้างเครือข่ายความจำในสมองอย่างยั่งยืน
จากการสังเกตการณ์ในชั้นเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1/2 พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) จากชั้นอนุบาล จึงยังปรับตัวกับการเรียนรู้สัญลักษณ์นามธรรม (Abstract Symbols) ของภาษาไทยได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้นักเรียนประสบปัญหาสำคัญ คือ "จำรูปและเสียงของพยัญชนะและสระไม่ได้" สับสนตัวอักษรที่มีรูปทรงคล้ายกัน (เช่น พ/ผ, ฟ/ฝ, ด/ต, ก/ถ/ภ) และวางตำแหน่งสระผิดพลาด นำไปสู่ปัญหาโดมิโนคืออ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และขาดความมั่นใจในการเรียน สาเหตุเกิดจากการจัดการเรียนรู้แบบเดิมที่เน้นการท่องจำเชิงสัญลักษณ์ (Rote Learning) ผ่านสื่อ 2 มิติที่ขาดการกระตุ้นประสาทสัมผัสทางกายภาพ ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย
จากเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ผู้จัดทำจึงได้พัฒนานวัตกรรม ชุดแบบฝึกทักษะประสาทสัมผัส ร่วมกับกิจกรรม Active Learning ผ่านเกมการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนสัญลักษณ์นามธรรมให้เป็นรูปธรรมผ่านการสัมผัสร่องอักษรนูน การแยกสีหัวพยัญชนะ และการลงมือปฏิบัติผ่านเกมเคลื่อนไหว ซึ่งสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2568 ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีความสุขในการเรียนรู้ มีทักษะพื้นฐานภาษาไทยที่เข้มแข็ง และพร้อมสำหรับการแจกลูกสะกดคำในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
2.วัตถุประสงค์
2.1 ด้านความรู้ความเข้าใจ (Knowledge)
2.1.1 เพื่อให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 สามารถบอกชื่อ ออกเสียง และจำแนกรูปพยัญชนะไทย 44 ตัว และสระพื้นฐานได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างรูปสัญลักษณ์นามธรรมกับรูปธรรม
2.1.2 เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในตำแหน่งการวางสระ และความสัมพันธ์ระหว่างรูปอักษรกับเสียงสระพื้นฐานในภาษาไทยได้อย่างถูกต้องตามหลักภาษา
2.2ด้านทักษะและกระบวนการ (Process & Skills)
2.2.1 เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก ประสาทสัมผัสทั้ง 4 (VAKT: Visual, Auditory, Kinesthetic, Tactile) และทิศทางการเขียนตัวอักษรของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 ให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย
2.2.2 เพื่อแก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และลดความสับสนของตัวอักษรที่มีรูปทรงคล้ายกัน (เช่น พ/ผ, ฟ/ฝ, ด/ต) ผ่านการปฏิบัติจริงด้วยชุดแบบฝึกทักษะและเกมการเรียนรู้
2.3 ด้านเจตคติและคุณลักษณะ (Attitude & Attributes)
2.3.1 เพื่อสร้างเจตคติที่ดี ความสุข และความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ภาษาไทย ลดความวิตกกังวลในการเรียน และส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในการแสดงออก
2.3.2 เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและการทำงานร่วมกับผู้อื่น ผ่านการทำกิจกรรม Active Learning และการเล่นเกมการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียน
3. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
3.1 จัดทำและพัฒนาชุดเกมการเรียนรู้ Multi-Sensory (VAKT)
วิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) พุทธศักราช 2568 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ออกแบบและจัดสร้างชุดเกมการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสโดยการทำอักษรนูนจากลังกระดาษ และการปั้นอักษรนูนจากดินน้ำมัน เพื่อพัฒนาทักษะการจำรูป-เสียงพยัญชนะและสระ
3.2 พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
ศึกษาหลักสูตรฯ และพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการกระบวนการเรียนรู้ ๕ ขั้นตอน ได้แก่:
ขั้นนำ (๑๐ นาที): Warm-up & Brain Gym กระตุ้นระบบประสาทและการรับรู้
ขั้นสอน (๑๕ นาที): สำรวจผ่านประสาทสัมผัส VAKT (บัตรกระดาษรูปพยัญชนะจากลังกระดาษ, ดินน้ำมัน)
ขั้นปฏิบัติ (๒๐ นาที): Active Learning ผ่านเกมการเรียนรู้ (ปั้นดินน้ำมันเป็นรูปพยัญชนะอักษรนูน)
ขั้นสรุป (๑๐ นาที): สะท้อนความรู้และทำแบบฝึกทักษะประสาทสัมผัส (Embossed Tracing)
ขั้นประเมิน (๕ นาที): ประเมินตามสภาพจริงและให้ข้อมูลย้อนกลับทันที (Formative Assessment)
3.3 วัด ประเมินผล และบันทึกผลการเรียนรู้
สรุปผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน บันทึกพฤติกรรมการจำรูป-เสียงพยัญชนะและสระ เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงการสอนและแก้ไขปัญหาผู้เรียนเป็นรายบุคคล
3.4 สำรวจความพึงพอใจของผู้เรียน
จัดทำแบบสำรวจเจตคติและความพึงพอใจของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยการปั้นดินน้ำมันเป็นตัวอักษร
3.5 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
นำปัญหาและผลการจัดกิจกรรมเข้าสู่กระบวนการ PLC ร่วมกับผู้บริหารและครูในกลุ่มสาระฯ เพื่อสะท้อนผลและวางแนวทางพัฒนาผู้เรียนร่วมกัน
3.6 สรุปและรายงานผลการดำเนินงาน
รวบรวมข้อมูล จัดทำรายงานผลการดำเนินการตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ประเด็นท้าทาย เพื่อนำเสนอต่อผู้อำนวยการสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
4. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
4.1 ด้านเชิงปริมาณ (Quantitative Outcomes)
· นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 มีคะแนนการจำรูปและเสียงของพยัญชนะและสระไทย หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
·นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 75 ผ่านเกณฑ์การประเมินการเขียนและการอ่านออกเสียง พยัญชนะและสระไทยตามที่กำหนด
4.2 ด้านเชิงคุณภาพ (Qualitative Outcomes)
ทักษะการจดจำแม่นยำขึ้น: นักเรียนสามารถเชื่อมโยงรูปอักษร เสียง และทิศทางการเขียนพยัญชนะ-สระไทยได้อย่างถูกต้อง ผ่านความคุ้นเคยของกล้ามเน้อมือ สายตา และการฟัง (VAKT)
เจตคติและความสนใจในการเรียน: นักเรียนมีความสุข สนุกสนาน และมีกระตือรือร้นในการเรียนรู้ภาษาไทย ลดความเครียดและความเบื่อหน่ายในการท่องจำแบบเดิม
เจตคติและการมีส่วนร่วม: นักเรียนมีทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น รู้จักการปฏิบัติตามกติกา กล้าแสดงออก และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีในชั้นเรียนผ่านกิจกรรมเกม Active Learning
4.3 ด้านประโยชน์ที่ได้รับต่อการจัดการเรียนรู้ (Impact & Secondary Benefits)
ได้ ชุดแบบฝึกทักษะประสาทสัมผัส และ นวัตกรรมเกมการเรียนรู้ สำหรับแก้ปัญหาเด็กจำพยัญชนะและสระไม่ได้ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในบทเรียนภาษาไทยอื่น ๆ หรือใช้ซ่อมเสริมเด็กกลุ่มเรียนรู้ช้าได้
ครูผู้สอนได้แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ตรงกับพัฒนาการตามวัยของเด็กชั้น ป.1
5.ข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรมและการใช้นวัตกรรม (Implementation Guidelines)
5.1 เน้นการเรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไป (Scaffolding): ควรเริ่มจากการกระตุ้นประสาทสัมผัสหยาบไป ละเอียด (เช่น จากการสัมผัสอักษรนูนจากลังกระดาษหรือดินน้ำมัน → ร่องอักษรนูน → การลากเส้นบนกระดาษ) เพื่อให้กล้ามเนื้อและสมองปรับตัวรับรู้สัญลักษณ์นามธรรม
5.2 การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment): ควรสังเกตพฤติกรรมรายบุคคลขณะทำกิจกรรมเกมการเรียนรู้ และบันทึกจุดที่นักเรียนยังสับสน เพื่อนำมาซ่อมเสริม (Remedial) ทันทีในชั่วโมงถัดไป
ลงชื่อ ........ นางสาววริษรา จันทาเวียง.......................
(นางสาววริษรา จันทาเวียง)
ตำแหน่ง ครูอัตราจ้าง
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
1 ตุลาคม พ.ศ. 2569
การจัดการเรียนรู้รายวิชาการอ่านภาษาไทย
และ การเขียนภาษาไทย