1. เลือกเมืองที่ปลอดภัยและระบบคมนาคมดี
หากคุณต้องการจะไปเที่ยวคนเดียวแบบประหยัด ควรเลือกเมืองที่มีระบบการเดินทางที่ดี เช่น รถใต้ดิน รถไฟฟ้า หรือเมืองที่มีจุดเชื่อมต่อการคมนาคมดี มีรถเมล์มาตรงเวลา ถ้าจัดทริปเองครั้งแรก อยากให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปเมืองที่มีความวุ่นวาย และการคมนาคมที่ไม่สะดวกสบาย เพราะไปเที่ยวทั้งที จะนั่งแต่แท็กซี่ก็คงเป็นไปไม่ได้นอกจากนี้ ก็ควรเตรียมตัวศึกษาแผนที่ของเมืองนั้น ๆ ให้ดีด้วย เวลาเดินทางจะได้ไม่หลงทิศ แล้วทำให้การไป เที่ยวนอก ของคุณหมดสนุกเปล่าๆ
2. จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า 2 – 3 เดือน
การวางแผนล่วงหน้านาน ๆ จะทำให้คุณสามารถตรวจสอบและเช็กราคาได้ว่า ปลายทางที่เราต้องการเดินทางไปเที่ยวนั้น มีกี่สายการบิน ตั๋วเครื่องบินของสายการบินอะไรที่ดูปลอดภัยและมีราคาประหยัดที่สุด ฉะนั้น การหาข้อมูลและจองตั๋วล่วงหน้านาน ๆ ก็จะทำให้คุณได้ตั๋วเครื่องบินที่ได้เวลาเดินทางที่ดี และมีราคาย่อมเยา ซึ่งขั้นตอนในการเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินยุคสมัยนี้ ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากเลยเพียงเข้าเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน ก็จะได้ข้อมูลแล้วว่า มีสายการบินไหนบ้าง มีช่วงเวลาในการบินกี่โมง เป็นบินตรงถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการเลย หรือว่าต้องไปต่อเครื่องอีกที ซึ่งบอกกันไว้ก่อนว่า ตั๋วแบบต้องต่อเครื่องนั้น มักราคาถูกกว่าตั๋วเที่ยวเดียวเสมอ และยังอาจทำให้แพลนเที่ยวระหว่างทางต่อได้อีกด้วย
3. ทำความรู้จักและจองโฮสเทล (Hostel) หลังจองตั๋วเครื่องบิน
เมื่อก่อนคนส่วนมากอาจจะไม่นิยมโฮสเทลเสียเท่าไร เพราะถ้าเทียบกับที่พักสไตล์โรงแรมแล้ว นับว่ามีความแตกต่างกันมากอยู่ แต่ปัจจุบันคุณภาพและการบริการของโฮสเทล หลายๆ ที่ นับว่าพัฒนาได้ดีขึ้นกว่าระยะเริ่มแรกมาก ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็ไม่ต้องเป็นกังวล แม้จะเป็นโรงแรมราคาประหยัด แต่ก็มีความปลอดภัยมากทีเดียว การจอง Hostel ในแต่ละท้องถิ่น จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกฉะนั้น ถ้ามีแพลนจัดทริป เดินทางต่างประเทศ แล้วตั้งใจว่าจะจองโฮสเทล คุณควรจองห้องพักล่วงหน้าเช่นกัน เพราะห้องพักประเภทนี้จะเต็มเร็วมากในช่วงไฮซีซั่น สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการไปเที่ยวคนเดียว สามารถเลือกห้องนอนแบบแยกหญิง – ชายได้ โดยถ้าอยากได้ความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ก็ควรหาข้อมูลโฮสเทล และเลือกที่เดินทางสะดวก เช่น โฮสเทลที่อยู่ห่างจากรถใต้ดิน หรืออยู่ในบริเวณที่รถเมล์ผ่าน เป็นต้น
4. ซื้อประกันภัยการเดินทาง
ประกันภัยการเดินทาง ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ แม้ว่าคุณจะมั่นใจว่า วางแผนการเดินทางไว้ดีแล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร อยากจะประหยัดเงินไว้ช้อปและที่ต่างประเทศมากกว่า ประเด็นนี้ ขอบอกเลยว่า ห้ามคิดแบบนี้เด็ดขาด เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิด สามารถเกิดขึ้นได้ทุกนาที มีประกันภัยการเดินทางไว้ ย่อมอุ่นใจว่า จ่ายเบี้ยไม่แพง แต่ให้ความครอบคลุมคุ้มค่า ตั้งแต่การดีเลย์ของสายการบิน กระเป๋าหาย รวมถึงประกันอุบัติเหตุ และค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดเจ็บป่วยกระทันหัน
5. เตรียมพร้อมแผนที่ของเมืองที่จะไป รวมทั้งแผนผังเวลาเดินรถใต้ดิน – รถประจำทาง
หากคุณไม่ได้หาซื้อแผนที่ของเมืองที่จะไปไว้ ก็ยังสามารถไปหาแผ่นพับพวกนี้ได้ตามสนามบิน สถานีรถไฟ หรือแม้กระทั่งในโฮสเทลที่คุณไปพัก ขอแนะนำว่า ควรเก็บมาให้ครบทุกแบบ เพราะหากดูแผนที่แบบแรกไม่เข้าใจ จะได้มีอีกแบบไว้เปรียบเทียบ เชื่อเถอะว่า แผ่นพับพวกนี้ มีประโยชน์มากเวลาคุณวางแผนการเดินทาง เพราะจะมีสถานที่แนะนำว่ามีที่ใดในเมืองน่าไปเที่ยวบ้าง และการจะไปถึงที่นั่นได้ต้องลงสถานีใด ซึ่งผังรถใต้ดินของหลาย ๆเมืองซับซ้อนกว่าในกรุงเทพมาก การที่คุณมีแผ่นพับในมือ จึงช่วยให้รู้ว่า จะต้องลงสถานีใดและไปต่อสายใด
6. แบกของให้น้อย พกพากระเป๋าสะพายแบบสายคล้องตัวไว้ด้านหน้า
การไปเที่ยวนอก หรือจัดทริป เดินทางต่างประเทศ ควรเลือกพกสัมภาระจำเป็นเท่าที่จะจัดได้ ไม่ควรติดชุดไปมากเกินความจำเป็น ถ้าเป็นทริปที่ต้องเดินเยอะๆ ควรเลือกใส่รองเท้าผ้าใบเพื่อความคล่องตัว ที่สำคัญสำหรับช่วงเวลานี้ สเปรย์แอลกอฮอลล์ ทิชชูเปียก หรือทิชชูซองเล็ก หน้ากากอนามัย ต้องมีพกติดตัวไว้ตลอด กระเป๋าถือ หรือเป้ใส่ของ ควรเลือกให้มีความกะทัดรัด ไม่ควรพกกระเป๋าถือที่มีไม่มีซิป หรือช่องปิดที่รัดกุม เพราะนั่นจะทำให้คุณตกเป็นเป้าหมายของโจรล้วงกระเป๋า หรือพวกวิ่งราวทรัพย์ได้
ทางที่ดีควรเลือกสะพายกระเป๋าแบบพาดตัว แล้วช่องใส่ของไว้ด้านหน้าเสมอ กระเป๋าแบบนี้ สามารถใส่พาสปอร์ตและแบงค์ใหญ่ได้ แถมยังเก็บของจำเป็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ได้อีกพอสมควร รับรองว่าใช้กระเป๋าแบบนี้ ช่วยให้การหยิบจ่ายระหว่างทางสะดวกขึ้นไม่น้อย แถมยังปลอดภัยจากโจรล้วงกระเป๋า หรือพวกวิ่งราวด้วย
7. ทำความรู้จักผู้คนใหม่ๆ แต่อย่าไว้ใจคนแปลกหน้าง่ายๆ
ไม่ใช่แค่โจรล้วงกระเป๋าเท่านั้นที่เป็นภัย แต่ยังมีพวกต้มตุ๋น หลอกขายทัวร์ท้องถิ่น หลอกเอาค่าผ่านทาง หลอกขายตั๋วรถไฟ รวมไปถึงหลอกให้ถ่ายรูป และคิดค่าบริการแสนแพงด้วย ซึ่งเป้าหมายของคนพวกนี้ย่อมมุ่งไปที่นักท่องเที่ยวต่างถิ่น ฉะนั้น หากคุณสะพายกล้องแบกเป้แล้วมีท่าทีเหมือนหลงทาง ระวังให้ดีว่า อาจจะเจอกลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาตีสนิทเสนอความช่วยเหลือให้คุณตายใจได้ กรณีที่ไม่รู้ว่าควรจะเดินต่อไปทางไหน หรือหลงทางไปแล้วจริงๆ ขอแนะว่าให้สอบถามจากร้านค้าหรือเจ้าหน้าที่ตามสถานที่ต่างๆ ในท้องถิ่นนั้นๆ จะดีกว่าแล้วถ้าอยากหาเพื่อนใหม่ หรือทำความรู้จักผู้คนใหม่ๆ ก็ควรเลือกเสียหน่อย สามารถสังเกตเพื่อนร่วมห้องนอนในโฮสเทลก็ได้ เพราะแม้จะเป็นคนแปลกหน้า แต่คนพวกนี้มักเป็นนักท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์ การทำความรู้จักและพูดคุยกับพวกเขาบ้าง จะทำให้คุณได้ข้อมูลและเคล็ดลับในการท่องเที่ยวมากมาย
ซึ่งเคสแบบนี้ ถือเป็นการแบ่งปันประสบการณ์การเดินทางที่ไม่มีอะไรเสียหาย อีกทั้งคุณยังถามพวกเขาได้ด้วยว่า ในเมืองที่คุณไปเที่ยวนั้น อาหารที่ไหนอร่อย ตลาดไหนของถูก หากไม่กล้าทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมห้อง ก็ลองสนทนากับเจ้าหน้าที่ในโฮสเทล หรือที่พักที่คุณจองไว้ก็ได้ เพราะคนทำงานบริการด้านนี้ ถือเป็นแหล่งข้อมูลในการท่องเที่ยวท้องถิ่นชั้นดี