โลกวรรณกรรมและโลกวรรณศิลป์ คือ อ.สงัด ใจพรหม ชาวบางคนที จ.สมุทรสงคราม
ปัจจุบัน อายุ 95 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 2 ต.ยายแพง อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม สมรสกับ นางบุญเยื่อ ใจพรหม ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ มีบุตรเป็นธิดา 2 คน คือ น.ส.จุฑามาศ ใจพรหม (เป็นพยาบาล) และ น.ส.วรรธิดา ใจพรหม จบปริญญาตรีทั้ง 2 คน อ.สงัด ใจพรหม เรียนจบชั้นประถมที่โรงเรียนวัดบางน้อยใน และเรียนจบมัธยมที่โรงเรียนสายธรรมจันทร์ จังหวัดราชบุรี และเรียนต่อทีโรงเรียนเพาะช่าง (วิทยาลัยเพาะช่างในปัจจุบัน) จบวุฒิประโยคครูประถมการช่าง สาขาวิจิตรศิลป์ และวุฒิประโยคครูมัธยมการช่าง สาขาประติมากรรม เข้ารับราชการในตำแหน่งครูจัตวา ประจำกรมวิสามัญศึกษา พ.ศ.2496 พ.ศ.เดียวกัน ไปเป็นครูตรีโรงเรียนสกลวิสุทธิ์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม พ.ศ 2515 ได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์ 2 ระดับ 6 โรงเรียนอัมพวันวิทยาลัย อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จนเกษียณอายุราชการใน ปี พ.ศ 2531 ตลอดเวลาในชีวิตราชการและนอกเวลาราชการ สร้างผลงานไว้อย่างมากมาย เช่น ออกแบบและปั้นพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม พระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ที่ค่ายบางกุ้ง, รูปเหมือนเจ้าพระยาวงศาสุรศักดิ์ วัดบางแคใหญ่ , ปราสาทจัตุรมุขหน้าวัดภุมรินทร์กุฎีทอง, อนุสาวรีย์หลวงปู่เหมือน และพระครูสมุทรสุธี วัดกลางเหนือ, พระรูปเหมือน หลวงปู่เอี่ยมวัดปากลัด, ปราสาทจัตุรมุข สำหรับประดิษฐานพระบรมรูปท่านเจ้าคุณ พระราชสมุทรเมธี อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติการาม, พระรูปเหมือนหลวงปู่หอม วัดเหมืองใหม่, ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างลายอุโบสถวัดบางน้อยและศาลาวิหารหลวงพ่ออยู่, ซุ้มทรงไทยจัตุรมุข ทางเข้าวัดบางน้อยใน, ออกแบบปั้นอนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จัน ที่ลาดใหญ่ ซ่อมพระพุทธรูปศิลาแลง จำนวน 5 องค์ ที่ถูกทำลายเสียหายให้อยู่ในสภาพเดิม โดยใช้ปูนตำแบบโบราณ, ปั้นรูปพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อไปประดิษฐานที่จังหวัดตราดในปัจจุบัน ผลงานที่โดดเด่น ในจังหวัดสมุทรสงคราม คือ ออกแบบและปั้นรูปเหมือนรัชกาลที่ 5 หรือพระบรมรูปทรงม้า ณ บริเวณ หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ในปัจจุบัน และออกแบบปั้นหุ่นแฝดสยามอิน-จัน ฝาแฝดที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และจังหวัดสมุทรสงคราม ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ หมู่ 4 ต.ลาดใหญ่ อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม สถานภาพในสังคม ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านอาชีพให้กับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน, กรรมการผู้นำท้องถิ่นอำเภอบางคนที, อนุกรรมการลูกเสือ จังหวัดสมุทรสงคราม, อนุกรรมการวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรสงคราม, กรรมการสามัญศึกษาสมุทรสงคราม, ได้รับเลือกเป็นผู้สูงอายุดีเด่นประจำปี 2541, ได้รับเลือกจากคณะกรรมสภาวัฒนธรรมแห่งชาติให้เป็นศิลปินดีเด่น สาขาทัศนศิลป์ จังหวัดสมุทรสงคราม ประจำปี 2542, ที่ปรึกษา อบต.บางคนที และ อบต.จอมปลวก อนุกรรมการ อ.บางคนที เพื่อจัดตั้งและดำเนินการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง, กรรมการโครงการพัฒนาเศรษฐกิจระดับชุมชน สิ่งที่ภาคภูมิใจ คือ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก ชั้นที่ 5 ชื่อ จัตุรถาภรณ์
ในปัจจุบัน ยังประดิษฐ์ลวดลายบุษบกให้กับทางวัดวาอารามต่างๆ แกะสลักหนังใหญ่ให้กับวัดบางน้อยใน เนื่องจากของเดิมที่ทำไว้ถูกไฟไหม้หมด นำกะลามาประดิษฐ์เป็นของที่ระลึก และเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ และออกแบบปั้นพระพุทธรูปและรูปหล่อเหมือนให้กับวัดต่างๆ ทั้งในจังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียง และกำลังก่อสร้างศูนย์เรียนรู้วิชาช่างสาขาต่างๆ ณ บ้านของตนเอง โดยมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม ให้การสนับสนุนเรื่องงบประมาณ เป็นที่น่าแปลกใจว่า คนดีมีฝีมืออย่าง อ.สงัด ใจพรหม กลับถูกลืมจากโลกภายนอก ยิ่งเฉพาะหน่วยราชการต่างๆ การสร้างสรรค์งานศิลปะ เป็นงานที่ละเอียดอ่อน และหาผู้ที่มีใจรักได้ยาก และหาผู้สืบทอดได้ยากเช่นกัน ผลงานที่ อ.สงัดสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นพระบรมรูปทรงม้า รัชกาลที่ 5 หน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ทุกคนผ่านไปผ่านมากราบไหว้บูชากัน แต่ผู้สร้างกลับถูกลืม อนุสรณ์สถานแฝดสยาม อิน-จัน ก็เช่นกัน ปล่อยให้หุ่นปั้น อิน-จัน ผลงานที่ประทับใจของ อ.สงัด ไปยืนเฝ้านาเกลือ ที่ตำบลลาดใหญ่ ไร้คนและหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล พระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ก็เช่นกัน ปล่อยรกร้างอยู่ที่ค่ายบางกุ้ง อ.บางคนที โดยขาดแคลนการทำนุบำรุงรักษาจากหน่วยราชการ ทั้งๆ ที่เป็นค่ายลูกเสือสามัญเก่า มีผลงานของ อ.สงัด อีกหลายชิ้นที่ถูกลืม คนรุ่นหลังไม่รู้จัก รวมทั้งตัว อ.สงัดเองก็ถูกลืมไปด้วย
การถ่ายทอดภูมิ ปัญญาสู่ชนรุ่นหลัง
ปัจจุบันเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้แก่นักเรียน เยาวชน ในสถานศึกษาต่างๆถึงแม้ว่าจะมีอายุมากแล้วก็ตาม แต่ยังมีเยาวชนและประชาชนเข้ามาศึกษางานปูนปั้น งานปติมากรรม และการเขียนลายจิตรกรรม กับนายสงัด ใจพรหม อยู่เป็นประจำ โดยไม่คิดค่าตอบแทน