ปี ค.ศ. 1936
การฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าเริ่มต้นที่อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช. มีคนได้รับความรอดและมีการประชุมเป็นแห่งแรกในประเทศไทยโดยมีพี่น้องเหลย หมิง ชิง เป็นผู้นำพา.
วันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1957
คริสตจักรของพระเจ้าในกรุงเทพฯ เริ่มก่อตั้งขึ้นที่ ซอยสะพานยาว เขตบางรัก กรุงเทพฯ.
วันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 เกิดมรสุมครั้งแรก
เพราะเหตุมีมรสุมในคริสตจักรจึงเหลือพี่น้อง 2-3 ครอบครัว ซึ่งได้ย้ายมาประชุมที่ถนนสุขุมวิทซอย 7 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ.
วันที่ 15-18 มีนาคม ค.ศ. 1972
พี่น้องวิทเนส ลี มาเยี่ยมเยียนกรุงเทพฯ ถนนสุขุมวิทซอย 7 เขตวัฒนา โดยนำพาพี่น้องร้องออกพระนามพระเยซู, กินดื่ม, และรับสุขพระคริสต์.
วันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 1972
พี่น้องจ้าว จือปี้ และครอบครัวได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าให้มาทำการงานที่ประเทศไทย ณ สุขุมวิท ซอย 7 ในเวลานั้น.
เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1994
เยี่ยมเยียนพี่น้องลีครั้งแรกและร่วมสามัคคีธรรมเกี่ยวกับปัญหามรสุมของคริสตจักรในประเทศไทย โดยได้รับการหนุนใจให้ประกาศหลักความจริง และแปลหนังสือ 4 เล่ม คือทำความรู้จักกับชีวิต, ประสบการณ์ชีวิต, แผนการบริหารของพระเจ้า, และพระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง.
วันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1995
เยี่ยมเยียนพี่น้องลีครั้งที่ 2 สามัคคีธรรมเกี่ยวกับการงานด้านบรรณกิจ โดยเฉพาะเรื่องของพระคัมภีร์ ฉบับฟื้นฟู และได้รับการชี้แนะให้แปลโดยเร็ว อีกทั้งเรื่องการมุ่งหน้าของคริสตจักรในประเทศไทย.
การฟื้นฟูโต๊ะของวันองค์พระผู้เป็นเจ้า (หักขนมปัง) ครั้งแรกในกรุงเทพฯ หลังจากเกิดมรสุม
วันที่ 21-23 ตุลาคม ค.ศ. 1995
ณ โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ มีการฟื้นฟูโต๊ะของวันองค์พระผู้เป็นเจ้า (หักขนมปัง) ครั้งแรกในกรุงเทพฯ. มีพี่น้องมาร่วมประมาณ 1,200 คน โดยมีคนไทย 700 คน และต่างประเทศประมาณ 500 คน. มีการมอบถวายทรัพย์เพื่อซื้อที่ดินและสร้างห้องประชุมใหม่.
วันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1997
ห้องประชุมก่อสร้างเสร็จ โดยใช้งบประมาณเฉพาะค่าก่อสร้างประมาณ 17 ล้านบาท และค่าที่ดินประมาณ 28 ล้านบาท. ในวันเดียวกันก็ได้รับใบอนุญาตให้เปิดใช้อาคารได้ทันที.
วันที่ 5-7 ธันวาคม ค.ศ. 1997
ประชุมผสมผสานนานาชาติ ณ ห้องประชุมใหม่ หมู่บ้านรังสิยา กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก. พี่น้องที่มาร่วมทั้งหมดประมาณ 1,200 คน. พี่น้องจากต่างประเทศประมาณ 500 คนมาร่วมผสมผสาน.
กลางปีค.ศ. 1999
ไปดูงาน FTTT ที่ห้องประชุม 3 ไทเป มีพี่น้องวสันต์, พี่น้องจำรัส, พี่น้องสุดซึ้ง,และพี่น้องเหวิน เทียนเอี้ยว.
วันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1999 เริ่มต้นการฝึกอบรมเต็มเวลาในกรุงเทพฯ (FTTB) รุ่นที่ 1
เริ่มต้นการฝึกฝนเต็มเวลาในกรุงเทพฯ (FTTB) รุ่นที่ 1 โดยให้ พี่น้องเฉิน สึน มานำพา.
FTTB รุ่นที่ 1 มี 30 คน.
วันที่ 10 ตุลาคม ค.ศ. 2010
ซื้อที่ดินอีก 180 ตรว. ข้างห้องประชุมใหญ่ (เขต 1) หมู่บ้านรังสิยา อุดมสุข 58 เพื่อสร้างอาคารที่พักศูนย์ฝึกฝน (FTTB) และได้สร้างเสร็จเรียบร้อยด้วยงบประมาณที่ดินรวมอาคารประมาณ 29 ล้านบาท ซึ่งรับรองผู้ฝึกฝนได้ 104 คน มีห้องพักครอบครัว 2 ห้อง, ห้องรับรองผู้ร่วมงาน 3 ห้อง.
วันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2011
ฝ่ายการงานเพื่อคริสตจักรทั้งหลายในประเทศไทยซื้อที่ดิน 500 ตารางวา ห่างจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 800 เมตร ราคา 9,900,000 บาท และงบประมาณก่อสร้างอีกประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารที่พักศูนย์ฝึกฝนวัยกลางคน โดยสร้างเสร็จเรียบร้อยและเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1-2 พฤษภาคม ค.ศ.2015. สำหรับใช้ฝึกฝนวัยกลางคนและการงานนักศึกษา
วันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2015
เริ่มต้นการฝึกอบรมเต็มเวลาวัยกลางคน (FTTMB) รุ่นที่ 1
มีผู้สมัครรวม 54 คน โดยแบ่งเป็นไทย 32 คน และจีน 22 คน. ใช้สถานที่ฝึกฝน FTTB 2.
วันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2016
คริสตจักรของพระเจ้าในกรุงเทพฯ
ซื้อศูนย์นักศึกษาแห่งแรกในประเทศไทย
ตั้งอยู่ซอยงามวงศ์วาน 52 ตรงข้ามประตูงามวงศ์วาน 1 หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน. ตกแต่งต่อเติมเสร็จเรียบร้อย โดยใช้งบต่อเติมประมาณ 1,100,000 บาท บ้านพร้อมที่ดิน 52 ตรว. ราคา 9,800,000 บาท ค่าโอนประมาณ 3 หมื่นบาท.
วันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2016
ทำสัญญามัดจำซื้อห้องประชุมหาดใหญ่ในราคา 6,100,000 บาท ซึ่งมีเนื้อที่ 68 ตรว. บ้านเลขที่ 90 ถนนกาญจนวณิชย์ ซอย18/4 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยตั้งอยู่หน้ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) และโอนที่ดินอย่างราบรื่นในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 2016 เข้ามูลนิธิศูนย์ฝึกอบรมหลักความจริงเพื่อชีวิต. ค่าโอนคนละครึ่งประมาณ 35,000 กว่าบาท. ทั้งนี้คาดว่าจะต้องใช้งบซ่อมแซมต่อเติมอีกประมาณ 1 ล้านบาท.เพื่อใช้เป็นศูนย์นักศึกษาที่หาดใหญ่
ห้องประชุมเชียงใหม่ ซื้อที่ดินพร้อมห้องประชุมเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2016 ได้โอนเข้ามูลนิธิศูนย์ฝึกอบรมหลักความจริงเพื่อชีวิต ในราคา 8,700,000 บาท. ห้องประชุมนี้ใช้เป็นศูนย์นักศึกษาเพื่อการดำเนินชีวิตคริสตจักร และใช้เป็นหอพักพี่น้องหญิง ปัจจุบันมีอนุชนหญิงพัก 7คน