การเปลี่ยนแนวคิด "ทันควัน" จากทฤษฎี (Concept) ไปสู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ใช้งานได้จริง (Functional Prototype) ต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาที่เป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ (Phases) ดังนี้
Phase 1 : การคัดเลือกและทดสอบวัสดุ ( Material Sourcing & Validation )
ระยะนี้มุ่งเน้นการคัดเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดสำหรับองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วน
ผ้า (Cloth)
โจทย์: ต้องซึมซับสูง, ไม่ระคายเคืองผิวหนัง, ทนทานต่อการฉีกขาดขณะเปียก, และไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมี
ตัวเลือก: ผ้าสำลี(Fleece Fabric), ผ้าฝ้าย(Non-bleached Cotton)
2. บรรจุภัณฑ์ (Pouch)
โจทย์: ต้องเป็นพลาสติกลามิเนต (Laminated Plastic) เพื่อให้สามารถ "คงสภาวะสุญญากาศ" ได้นาน 5-10 ปี, ทนทานต่อการเจาะทะลุ, แต่ต้องมี "รอยฉีก" (Tear Notch) ที่ชัดเจนเพื่อให้ฉีกขาดได้ง่ายเมื่อต้องการ
Phase 2 : กลไกการทำงาน เเละ การออกแบบ( Mechanical & Design )
โจทย์: กลไกต้องสามารถ "ทำลาย" ถุงน้ำภายใน (Inner Pouch) ให้แตกออก เพื่อให้เกิด "Flash Expansion" โดยที่ "ไม่ทำลาย" ซีลสุญญากาศภายนอก (Outer Pouch) ก่อนเวลาอันควร
แนวทางการออกแบบ (Design Path)
แบบดึง (Pull-Tab Model) : ออกแบบสลักดึงที่เชื่อมต่อกับแกนภายใน เมื่อดึง สลักจะกระชากแกนให้ฉีกถุงน้ำ
แบบทุบ (Smash-Button Model) : ออกแบบ "จุดกระแทก" (Plunger) ที่ซีลสุญญากาศไว้ เมื่อถูกทุบแรงๆ จำทำให้น้ำในถุงกระจายออกมาซึมเข้าไปในผ้า
Phase 3 : การสร้างต้นแบบ เเละ การผลิต ( Prototype & Manufacturing)
โจทย์: การสร้างสภาวะสุญญากาศและการซีลของเหลว
กระบวนการ
การบรรจุ (Assembly) พับผ้าให้เป็นไปตามแพทเทิร์นที่สามารถคลี่ออกได้ง่าย
การติดตั้ง (Integration) ติดตั้งถุงน้ำให้อยู่ตำแหน่งที่เหมาะสม
การซีล (Sealing) นำทั้งหมดใส่ในซองพลาสติกภายนอก, ทำการ "ดูดสุญญากาศ" (Vacuum Sealing) และ "ซีลความร้อน" (Heat Sealing) ปิดผนึก
Phase 4 : การทดสอบ (Prototype Testing)
ต้นแบบที่ได้จาก Phase 3 จะต้องผ่านการทดสอบที่เข้มงวดเพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพ
การทดสอบความน่าเชื่อถือ (Reliability Test)
ทดสอบอย่างไร : ทำการกระตุ้น (ทุบ/ดึง) ต้นแบบ 100 ชิ้น
เป้าหมาย : ต้องทำงานสำเร็จ 100/100 ครั้ง
การทดสอบการกระจายตัว (Distribution Test):
ทดสอบอย่างไร : ใช้น้ำที่มีสีฟ้า เมื่อสัมผัสกับน้ำ ผ้าจะถูกย้อมเป็นสีฟ้า
เป้าหมาย : น้ำต้องกระจายตัวครอบคลุม >90% ของพื้นที่ผ้า ภายใน 10 วินาที
การทดสอบการกรอง (Filtration Test - ถ้าเป็นไปได้):
ทดสอบอย่างไร : สร้าง "ห้องจำลองควัน" (Smoke Chamber) และวัดความหนาแน่นของอนุภาค (Particle Density) ก่อนและหลังควันที่ผ่านผ้า "ทันควัน"
เป้าหมาย : ต้องลดปริมาณอนุภาคควันได้อย่างมีนัยสำคัญ
Concept
การออกแบบเพื่อแก้ปัญหาการเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้อาคารสูง 8 ชั้น ที่มีสาเหตุการเสียชีวิตจากควัน โดยเน้นหลักการใช้งานให้ง่ายและเร็ว เพื่อเพิ่มเวลาในการหนี และลดความยากในการใช้งานจากความประหม่า โดยหลักการทำงานหลักจะเป็นการใช้ผ้าชุบน้ำปิดทางเดินหายใจเพื่อลดอาการสำลักควันจากเขม่าควันและความร้อน และยังช่วยป้องกันส่วนบนด้วยเสื้อ hood ที่ชุบน้ำ โดยการใช้งานเป็นการเหยียบเพื่อทำให้ถุงน้ำด้านในแตกและเขย่า หลังจากนั้นดึงเพื่อสวมใส่
Development Process
ออกแบบตัวเสื้อ
ทดสอบรูปแบบเสื้อแบบต่างๆ เพื่อเลือกรูปทรงที่ง่ายและเร็ว โดยได้ทดสอบชุดสองแบบ คือ ระบบสวมโดยเป็นรูปแบบ jump suit และ แบบผ้าคลุม โดยเลือกรูปแบบผ้าคลุมเพื่อให้ง่าย และเร็วต่อการใช้งาน
ปรับระยะและการใช้งาน
ปรับระยะความยาวเสื้อให้ไม่เกินเข่าเพื่อเพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ เพิ่ม strap ด้านบน hood และขอบผ้าด้านบน เพื่อช่วยให้ง่ายในการจับและระบุตำแหน่ง เมื่อถอดออกมาจาก package เพิ่มแถบป้องกันควันระหว่าง hood เพื่อให้เข้ากับ concept ที่กันควันโดยใช้หลักการของผ้าชุบน้ำ
ออกแบบปริมาณน้ำที่พอดีกับเนื้อผ้า
ทดสอบโดยการชั่งน้ำหนักเสื้อตอนแห้งและตอนเปียกหมาดๆ และคิดผลต่าง เพื่อหาปริมาณน้ำที่เหมาะสมที่จะบรรจุลงใน package
ออกแบบการหลักการและเข้าุถึงการใช้งาน
ออกแบบการทำให้ผ้าเปียกน้ำโดยแยกน้ำกับผ้าเพื่อลดปัญหาการเกิดเชื้อรา และออกแบบการเข้าถึงการใช้งานโดยเลือก pattern การพับผ้าแบบตัว Z เพื่อไม้ให้เกิดการพันกันของผ้าและง่ายต่อการคลี่ออกจาก package และใช้หลักการสุญญากาศ เพื่อเพิ่มแรงดันในการกดน้ำออกจากถุงเมื่อเหยียบ เพื่อทำให้น้ำกระจายไปทั่วถุงได้ง่ายขึ้น และลดอากาศที่จะขัดไม่ให้เหยียบไปโดยถุงน้ำ
ออกแบบ UI
วาง layout คร่าวเพื่อทำให้เข้าใจง่ายและ ทำให้เข้ากันได้กับหลักการที่ต้องเหยียบเพื่อใช้งาน โดยจะมีการเหยียบเพื่อให้ถุงด้านในแตก เพราะจากออกแรงโดยการเหยียบจะมีน้ำหนักตัวของผู้เหยียบในการช่วยออกแรง
แก้ไข UI และเพิ่มส่วนเสริมในการใช้งาน
ปรับแก้ layout และตัว signess เพื่อทำให้เข้าใจง่าย มีการเพิ่มวิธีการใช้งาน วันหมดอายุของ product และปรับให้เข้ากับขนาดของ final package และทำการเปลี่ยนตำแหน่งการเหยียบให้ตรงกับถุงน้ำมากขึ้น และเพิ่มแถบเรืองแสงเพื่อให้ใช้งานง่ายในกรณีที่ไฟไหม้และไฟถูกตัด
การใช้งาน
การใช้งานส่วนใหญ่เน้นไปที่การใช้งานที่ง่ายทำโดยหลักการใช้งานแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ
การเตรียม บีบถุงน้ำให้น้ำกระจายไปทั่วเนื้อผ้า และฉีกถุงเพื่อแกะชิ้นงาน
การสวมใส่ สวมใส่เสื้อโดยเริ่มจากส่วน hood โดยนำผ้าปิดปากมาปิดกับตีนตุ๊กแกด้านขวาของ hood หลังจากนั้นจับที่ strap ผ้าสองข้างแล้วนำมาห่ม
ตำแหน่งที่ตั้ง
เนื่องด้วยต้นทุนที่รวมค่าผลิตและค่าแรง ไม่เกิน 200 บาท ทำให้สามารถมีได้ทุกห้อง และจากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้เมื่อเกิดไฟดับซึ่งทำให้เกิดความประหม่าจึงทำให้เลือกติดตั้งชิ้นงานไว้ที่บริเวณประตูทางเข้าห้องเนื่องจากสะดวกต่อการใช้งาน และง่ายต่อการเข้าถึง
นอกจากนั้นในกรณีที่ไฟดับ หรือ มืด บริเวณตรงกลางจะเป็นแถบเรืองแสงเพื่อให้คนสามารถมองเหตุได้ในกรณีฉุกเฉิน
แถบสีแดงแสดงถึง ตำแหน่งที่ตั้ง product
Alternate solution
อุปกรณ์นี้ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในภารกิจเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์เพลิงไหม้อาคาร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้ในการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยที่ติดค้างอยู่ภายในอาคาร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประสบภัยที่ไม่สามารถอพยพหรือเคลื่อนที่ได้ด้วยตนเอง (เช่น ผู้บาดเจ็บ ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่หมดสติ) และจำเป็นต้องอาศัยการลำเลียงโดยเจ้าหน้าที่