Title
ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1
Title Alternative
Administrators’ Digital Leadership Affecting the Effectiveness of Academic Affairs Administration in Schools under Nakhon Phanom Primary Educational Service Area Office 1
Creator
Name: นฤมล วรรณะปะกะ
Address: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
Subject
keyword: ภาวะผู้นำดิจิทัล
Classification :.DDC: วจ 370.1593 น916ภ
; ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน
Description
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา เปรียบเทียบ หาความสัมพันธ์ หาอำนาจพยากรณ์ และหาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 การวิจัยในครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ (Correlation Research) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าฝ่ายวิชาการ และครูผู้สอน ปีการศึกษา 2567 จำนวน 337 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของ เครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi - Stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ โดยแบบสอบถามภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.484 – 0.859 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.951 แบบสอบถามประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.487 – 0.898 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.951 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน ทางเดียว (One - Way ANOVA) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน (Pearson’s Product - Moment Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแต่ละขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร อยู่ในระดับมากที่สุด 2. ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด 3. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร จำแนกตามสถานภาพ และลักษณะการ เปิดสอน โดยรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนการจำแนกตามขนาดโรงเรียน โดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน จำแนกตามสถานภาพ และลักษณะการเปิดสอน โดยรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนการจำแนกตามขนาดโรงเรียน โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 5. ความสัมพันธ์ของภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร (X) กับประสิทธิผล การบริหารงานวิชาการในโรงเรียน (Y) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 โดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกอยู่ในระดับสูงมาก (rXY = 0.923) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 6. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร ที่สามารถพยากรณ์ประสิทธิผล การบริหารงานวิชาการในโรงเรียน ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ การสื่อสารดิจิทัล (X4) การเป็นพลเมืองดิจิทัล (X6) ความเป็นมืออาชีพด้านดิจิทัล ในการบริหารงาน (X3) และการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ดิจิทัล (X2) และสามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 ได้ร้อยละ 88.20 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์เท่ากับ ±0.10024 7. แนวทางการพัฒนา ผู้วิจัยนำภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 จำนวน 4 ด้าน ได้แก่ 1) การสื่อสารดิจิทัล ควรมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสื่อสาร และการบริหารจัดการในสถานศึกษา 2) การเป็นพลเมืองดิจิทัล ควรมีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เข้าใจและเคารพถึงสิทธิ ส่วนบุคคลของผู้อื่นอย่างรับผิดชอบ 3) ความเป็นมืออาชีพด้านดิจิทัลในการบริหารงาน ผู้บริหารควรสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะของครูและบุคลากรและ 4) การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ดิจิทัล ควรส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่ครูและบุคลากรในโรงเรียน
Abstract: This correlation research aimed to examine, compare, and determine the relationship, identify the predictive power, and establish guidelines for developing digital leadership of administrators affecting the effectiveness of academic affairs administration in schools under Nakhon Phanom Primary Educational Service Area Office 1. The sample consisted of 337 participants, including school administrators, heads of academic departments, and teachers in the 2024 academic year. The sample size was determined using the Krejcie and Morgan table and multi-stage random sampling. The instrument comprised questionnaires and interview forms. The set of questionnaires assessing the digital leadership of administrators, with the predictive power ranging from 0.484 to 0.859 and the reliability of 0.951. Another questionnaire measured the effectiveness of academic affairs administration in schools, with the predictive power ranging from 0.487 to 0.898 and the reliability of 0.951. Statistics for data analysis were frequency, percentage, mean, standard deviation, One-Way ANOVA, Pearsons product-moment correlation coefficient, and Stepwise multiple regression analysis. The findings were as follows: 1. The digital leadership of administrators was rated at the highest level. 2. The effectiveness of academic affairs administration in schools was rated at the highest level. 3. The overall digital leadership of administrators, classified by status and types of programs offered, showed no difference. No overall differences were observed at the .01 level of significance in terms of school sizes. 4. The overall effectiveness of academic management in schools, classified by status and types of programs offered, showed no difference. No overall differences were observed at the .01 level of significance in terms of school sizes. 5. The overall relationship between the digital leadership of administrators (X) and the effectiveness of academic affairs administration in schools (Y) under Nakhon Phanom Primary Educational Service Area Office 1 showed a very high positive correlation (rXY = 0.923) at the .01 level of significance. 6. The administrators’ digital leadership could predict the effectiveness of academic affairs administration in schools at the .01 level of significance, including digital communication (X4), digital citizenship (X6), digital professionalism in administration (X3) and building a digital learning culture (X2). These variables could jointly predict the effectiveness of academic affairs administration in schools, with 88.20 percent and a standard error of estimate of ±0.10024.7. The guidelines for developing administrators’ digital leadership affecting the effectiveness of academic affairs administration in schools encompass four aspects: 1) Digital Communication-Utilizing digital technology for communication and management within schools, 2) Digital Citizenship-Upholding moral and ethical standards in digital technology use, including understanding and respect for others’ rights, 3) Digital Professionalism in Administration-supporting the integration of technology to enhance the skills of teachers and staff, and 4) Building a Digital Learning Culture-encouraging, supporting, and fostering digital skills among teachers and school personnel.
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: สกลนคร
Email: library@snru.ac.th
Contributor
Name: เพ็ญผกา ปัญจนะ
Role: ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Name: ประภัสร สุภาสอน
Role: ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Date
Created: 2568
Modified: 2568-06-24
Issued: 2568-06-24
Type
วิทยานิพนธ์/Thesis
Format
application/pdf
Source
CallNumber: วจ 370.1593 น916ภ
Language
tha
Thesis
DegreeName: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Level: ปริญญาโท
Descipline: การบริหารการศึกษา
Grantor: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
Rights
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
RightsAccess:
ลำดับที่.
ชื่อแฟ้มข้อมูล
ขนาดแฟ้มข้อมูล
จำนวนเข้าถึง
วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1
14 MB
การวิจัยครั้งนี้มี 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 2) เพื่อศึกษาการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 3) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์มีความสัมพันธ์ต่อการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 4) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 5) แนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการบริหารงานของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3 ผลการวิจัย พบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ รองลงมาคือ ด้านการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ ด้านการควบคุมและการประเมินกลยุทธ์ และด้านการบริหารทรัพยากรในองค์การ ตามลำดับ 2) การบริหารงานของสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านบริหารงานทั่วไป รองลงมาคือด้านบริหารงานวิชาการ ด้านบริหารงานงบประมาณ และด้านบริหารงานบุคคล ตามลำดับ 3) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์มีความสัมพันธ์ต่อการบริหารงานของสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับสูง พบว่า ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารทุกด้านมีความสัมพันธ์กันในทางบวกกับการบริหารงานของสถานศึกษา มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ r = 0.803 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการบริหารงานของสถานศึกษา คือ ด้านการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ ด้านทรัพยากรในองค์การ ด้านการนำกลยุทธ์ปฏิบัติ และด้านควบคุมและประเมินกลยุทธ์ โดยมีค่าประสิทธิภาพในการทำนาย เท่ากับ .979 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยรวมร้อยละ 97.90 และ 5) แนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการบริหารงานของสถานศึกษา 1) ด้านการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ ผู้บริหารควรมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน สามารถกำหนดเป้าหมายและทิศทางการดำเนินงานของสถานศึกษาได้อย่างเหมาะสม 2) ด้านทรัพยากรในองค์การ ผู้บริหารควรมีการพัฒนาบุคลากร สร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจ จัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อความต้องการในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ 3) ด้านการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ ผู้บริหารควรสร้างความเข้าใจและการยอมรับจากบุคลากร จัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามกลยุทธ์ และ 4) ด้านการควบคุมและการประเมินกลยุทธ์ ผู้บริหารควรกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน และนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนากลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น