ภูมิหลังการก่อตั้ง
ธนาคารออมสิน ถือกำเนิดโดยพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการเก็บรักษาทรัพย์ให้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย โดยทรงตราพระราชบัญญัติจัดตั้งคลังออมสินขึ้น เมื่อวันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2456 ด้วยพระราชปณิธานที่จะให้คลังออมสินเป็นที่เก็บรักษาทรัพย์สินอย่างปลอดภัย และฝิกฝนให้ราษฎรรู้จักเก็บออมทรัพย์อย่างถูกวิธี ซึ่งคลังออมสินได้ยืนหยัดในการทำหน้าที่นี้ตลอดมา โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ และอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ ที่จารึกไว้ นั่นคือใน พ.ศ. 2489 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้ยกฐานะคลังออมสินขึ้นเป็นธนาคารออมสิน โดยทรงตราพระราชบัญญัติธนาคารออมสินขึ้น เพื่อรองรับกับความก้าวหน้าของกิจการคลังออมสิน และเปิดดำเนินการในรูปแบบธนาคารตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2490 และในปี พ.ศ. 2509 ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และเปิดอาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารออมสิน ถนนพหลโยธิน ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อันยังความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นเปรียบเสมือนพลังและแรงใจในการทำงานของชาวธนาคารออมสินในการทำหน้าที่สถาบันการเงินที่ยืนหยัดเพื่อคนไทยและนำพาประเทศพัฒนาในทุกทางสืบไป
การเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของคนไทยทั้งชาติจนถึงวันนี้ความโศกเศร้าอาดูรก็ยังไม่เคยจางลง นับเป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับได้ ด้วยทรงเป็นต้นแบบของกษัตริย์ที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมครบถ้วนทศพิธราชธรรม ที่คงสถิตอยู่ในหัวใจคนไทยเป็นนิรันดร์ และสิ่งหนึ่งที่เราคนไทยจะรวมใจทำให้พระองค์ท่านสุขสถิตในสวรรค์ นั่นคือการดำเนินรอยตามพระจริยวัตรอันงดงามที่พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างให้เราตลอดมา
ในนามธนาคารออมสิน ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้จากพระองค์ท่าน ธนาคารออมสินขอน้อมถวายความอาลัยด้วยการแสดงความจงรักภักดีอย่างสูงสุด นับตั้งแต่มีประกาศสำนักพระราชวังเรื่องการเสด็จสวรรคตในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ธนาคารออมสิน ได้จัดทำสื่อถวายความอาลัยทั้งร้อยแก้วร้อยกรองในทุกช่องทางการสื่อสารนอกจากนี้ยังได้วางแนวทางปฏิบัติในการถวายความอาลัยให้กับสาขาทั่วประเทศเพื่อจักได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรีโดยพร้อมเพรียงกันและได้จัดกิจกรรมสำคัญขึ้นในหลากหลายกิจกรรมเพื่อถวายความอาลัย อาทิ การจัดทำกระปุกถวายความอาลัย การจัดทำบทเพลงและซีดีเพลงถวายความอาลัย การจัดทำเสื้อยึดสีดำแจกประชาชนผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และแม้วันนี้พระองค์ท่านจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่สิ่งหนึ่งทีเราคนไทยทุกคนจะน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านได้นั่นคือ การแสดงความจงรักภักดีสืบสานพระราชปณิธาน ปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่พระองค์ท่านได้พระราชทานไว้
ธนาคารออมสิน จะดำรงตนเป็นแบบอย่างตามรอยพระราชจริยวัตรอันงดงามยิ่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร โดยธนาคารออมสินจะยึดมั่นในการทำหน้าที่ธนาคารที่จะสร้างความสุขให้พี่น้องคนไทยและนำพาความเจริญเพื่อประเทศชาติพัฒนาในทุกด้านสืบต่อไป
ธนาคารออมสินถือกำเนิดขึ้นจากพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะส่งเสริมวินัยทางการเงินและความมั่นคงในชีวิตของราษฎร โดยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งนั้นได้ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายสำคัญและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามบริบททางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ
ในยุคแรกของการจัดตั้ง "คลังออมสิน" ตามพระราชบัญญัติคลังออมสิน พุทธศักราช 2456 นั้น วัตถุประสงค์หลักคือการรับรักษาเงินของประชาชน ซึ่งเป็นเงินที่ราษฎรได้ออมไว้จากการทำมาค้าขายหรือรายได้ต่างๆ
พระราชปรารภในการจัดตั้งครั้งนั้นมองเห็นความจำเป็นที่ประชาชนต้องมีสถานที่สำหรับเก็บรักษาเงินออมให้ "ปราศจากอันตรายและปราศจากความลำบาก" นอกจากนี้ ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรได้ออมทรัพย์ไว้เพื่อประโยชน์ต่างๆ และป้องกันมิให้ใช้จ่ายเงินทองไปเพื่อความเพลิดเพลินโดยไม่จำเป็น ซึ่งถือเป็นการสร้างวินัยทางการออมในสังคม โดยทางคลังออมสินจะมีการจัดการให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ฝากตามความเหมาะสม
เมื่อมีการยกเลิกพระราชบัญญัติคลังออมสินฉบับเดิม และได้มีการตรา "พระราชบัญญัติ ธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489" ขึ้นแทน วัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้งได้ถูกขยายขอบเขตและระบุไว้อย่างชัดเจนในมาตราแรก ๆ ของกฎหมายว่า เพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพแห่งสังคมในทางทรัพย์สิน
นอกจากวัตถุประสงค์หลักเพื่อสวัสดิภาพทางสังคมแล้ว พระราชบัญญัติฯ ยังได้กำหนดขอบเขตธุรกิจของธนาคารออมสินไว้เพื่อดำเนินงานตามพันธกิจ ซึ่งรวมถึง:
การรับฝากเงินออมสิน
การออกพันธบัตรออมสินและสลากออมสิน
การรับฝากเงินออมสินเพื่อสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว
การทำกิจกรรมทั่วไปของธนาคาร เช่น การรับจ่ายและโอนเงิน
การซื้อหรือขายพันธบัตรรัฐบาลไทย
การลงทุนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ตามที่รัฐมนตรีอนุญาต
ในปัจจุบัน ธนาคารออมสินได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการเป็น "ธนาคารเพื่อสังคม" (Social Bank) ซึ่งเป็นผู้นำด้านการส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชน เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
วัตถุประสงค์และพันธกิจในปัจจุบันจึงครอบคลุมมิติที่หลากหลายมากขึ้น โดยเน้นไปที่การลดความเหลื่อมล้ำและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก
การส่งเสริมการออมและวินัยทางการเงิน: เป็นการต่อยอดวัตถุประสงค์ดั้งเดิม เพื่อสร้างความมั่นคงตลอดช่วงชีวิตของประชาชน
การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก: โดยการสนับสนุนแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมแก่เศรษฐกิจฐานรากและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อเป้าหมายในการ ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การสนับสนุนการพัฒนาประเทศ: สนับสนุนการลงทุนและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
การให้บริการทางการเงินที่ทันสมัย: ให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ก้าวหน้า
การคำนึงถึงความยั่งยืนและธรรมาภิบาล: ดำเนินงานโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในทุกกระบวนการ พร้อมกับการบริหารจัดการแบบมืออาชีพที่คำนึงถึงความเสี่ยงและการกำกับดูแลกิจการที่ดี
จุดเริ่มต้นทางกฎหมายของการดำเนินงานออมทรัพย์ในประเทศเริ่มขึ้นด้วย "พระราชบัญญัติ คลังออมสิน พุทธศักราช 2456 " ซึ่งได้กำหนดกรอบการดำเนินงานเพื่อการรับรักษาเงินออมของประชาชน อย่างไรก็ตาม สถานภาพทางกฎหมายในปัจจุบันได้ถูกวางรากฐานเมื่อมีการประกาศใช้ "พระราชบัญญัติ ธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489 "
พระราชบัญญัติ พ.ศ. 2489 นี้ได้ ยกเลิก บทบัญญัติต่าง ๆ ที่เคยกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคลังออมสิน พุทธศักราช 2456 และกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และในเวลาเดียวกัน ได้มีการโอนทรัพย์สิน สินทรัพย์ ความรับผิดชอบ และธุรกิจทั้งหมดของ "คลังออมสิน กรมไปรษณีย์โทรเลข" ให้แก่ธนาคารออมสินเพื่อดำเนินกิจการต่อไป
ธนาคารออมสินมีสถานะเป็น นิติบุคคล ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489 สถานภาพนี้มาพร้อมกับการกำกับดูแลและการรับประกันจากรัฐบาลอย่างเข้มงวด:
การกำกับดูแลโดยรัฐ: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจและหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของธนาคารออมสิน นอกจากนี้ รัฐมนตรียังมีอำนาจออกกฎกระทรวงและข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ได้
การบริหารจัดการ: การบริหารและการวางนโยบายของธนาคารอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคารออมสิน ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการอื่น ๆ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง
การยกเว้นภาษี: ธนาคารออมสินได้รับสิทธิพิเศษในการยกเว้นไม่ต้องเสีย ภาษีเงินได้, ภาษีโรงค้า, ภาษีการธนาคารและการออมสิน, รวมถึงอากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากร
การรับประกันจากรัฐบาล (ความมั่นคงและหลักประกัน): เพื่อสร้างความมั่นคงและความเชื่อมั่นแก่ผู้ฝากเงิน รัฐบาลเป็นประกันทั้งหมด ในการคืนต้นเงินและการชำระดอกเบี้ยเงินฝาก ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง รวมถึงการจ่ายเงินประเภทอื่น ๆ ตามข้อผูกพันของธนาคารด้วย หากรายได้ของธนาคารไม่เพียงพอต่อรายจ่ายประจำปี รัฐพึงจ่ายเงินให้ธนาคารออมสินเท่าที่จำเป็น
ธนาคารออมสินเป็นหน่วยงานที่มีโครงสร้างองค์กรและระบบการบริหารจัดการที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนตามพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489 โดยมีสถานะเป็น นิติบุคคล ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดพระนคร และสามารถตั้งสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่ใดในราชอาณาจักรก็ได้
โครงสร้างการกำกับดูแลและการบริหารงานหลักของธนาคารออมสินสามารถแบ่งออกเป็น ๓ ระดับตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดในกฎหมาย:
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีบทบาทสูงสุดในการกำกับดูแลกิจการของธนาคาร โดยมีอำนาจและหน้าที่ กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการของธนาคารออมสิน นอกจากนี้ รัฐมนตรียังมีอำนาจในการออกกฎกระทรวงและข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ
ธนาคารออมสินมี คณะกรรมการธนาคารออมสิน ทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการกำหนดทิศทาง
องค์ประกอบ: คณะกรรมการประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่น ๆ อีกไม่น้อยกว่าหกคนแต่ไม่เกินสิบสามคน ซึ่งทั้งหมดมาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐมนตรี โดยมีผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ
วาระการดำรงตำแหน่ง: ประธานกรรมการหรือกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจะอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และสามารถได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
อำนาจหน้าที่หลัก: คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ในการ วางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของธนาคาร หน้าที่เหล่านี้รวมถึงการพิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณของธนาคาร การแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้อำนวยการ (ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี) การตั้งหรือเลิกสาขาและตัวแทน และการกำหนดขอบเขตทั่วไปและเงื่อนไขของธุรกิจต่าง ๆ
ผู้อำนวยการ ทำหน้าที่เป็น ผู้จัดการธนาคารออมสิน
อำนาจหน้าที่: ผู้อำนวยการมีอำนาจหน้าที่ในการ บริหารกิจการและงานของธนาคารออมสิน ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
การปฏิบัติงาน: ผู้อำนวยการมีอำนาจในการบรรจุ แต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง หรือกำหนดเงินเดือน รวมถึงลงโทษทางวินัย หรือถอดถอนพนักงาน โดยต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
การเป็นตัวแทน: ผู้อำนวยการเป็น ผู้กระทำการในนามของธนาคารออมสิน และเป็นผู้แทนของธนาคารในกิจการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก โดยสามารถมอบอำนาจให้พนักงานหรือบุคคลใดกระทำการแทนได้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
ธนาคารออมสินได้พัฒนามิติ ด้านการตลาด จากการเป็นองค์กรเพื่อการส่งเสริมการออมของราษฎร ไปสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคมที่ให้บริการทางการเงินอย่างครบวงจร โดยมีกรอบการดำเนินงานที่กำหนดทั้งตามกฎหมายและตามวิสัยทัศน์ในปัจจุบัน
กิจกรรมหลักของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นหัวใจของผลิตภัณฑ์ทางการตลาด ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ซึ่งสะท้อนถึงการเป็นสถาบันการเงินที่มีความมั่นคงของรัฐ โดยผลิตภัณฑ์หลักที่ธนาคารจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจได้แก่ การ รับฝากเงินออมสิน, การ ออกพันธบัตรออมสิน และสลากออมสิน, และการ รับฝากเงินออมสินเพื่อสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว นอกจากนี้ ยังรวมถึงการทำกิจการธนาคารทั่วไป เช่น การ ทำการรับจ่ายและโอนเงิน และการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลไทย การกำหนดขอบเขตทั่วไปและเงื่อนไขของธุรกิจประเภทต่าง ๆ เหล่านี้ยังเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคารออมสิน
ในแง่ของความน่าเชื่อถือ รัฐบาลเป็นผู้ ประกันทั้งหมด ในการคืนต้นเงินและการชำระดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งนับเป็นจุดแข็งทางการตลาดที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงแก่ผู้ฝาก
ในปัจจุบัน ธนาคารออมสินได้มีการแบ่งส่วนตลาด (Segmentation) อย่างชัดเจน และมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายหลัก ๓ กลุ่ม:
ลูกค้าบุคคล: เน้นผลิตภัณฑ์ เช่น สินเชื่อ, เงินฝาก, สลากออมสิน, บัตร, ประกัน, กองทุน และโปรโมชันและสิทธิพิเศษ
ลูกค้าเอสเอ็มอีและธุรกิจ: เน้นผลิตภัณฑ์สินเชื่อ, การเช็คสภาพธุรกิจ, และบริการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจ
ลูกค้ารายย่อยและนโยบายรัฐ: เน้นผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการทางการเงินที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีการเปิดเผยรายละเอียดด้าน ราคา หรือต้นทุนทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ ทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และอัตราค่าธรรมเนียม
ธนาคารออมสินมีการใช้ช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าที่หลากหลาย
ช่องทางกายภาพ (Place): ธนาคารได้ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ในจังหวัดพระนคร และสามารถตั้ง สาขาหรือตัวแทน ขึ้น ณ ที่ใดในราชอาณาจักรก็ได้
ช่องทางดิจิทัล (Digital Channels): มีการให้บริการ บริการออนไลน์ และมีการกล่าวถึงการดำเนินการผ่าน GSB Metaverse เพื่อให้บริการทางการเงินที่ครบวงจรด้วย เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย
การประชาสัมพันธ์ (Promotion): ธนาคารมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น ภาพยนต์โฆษณา, โฆษณาวิทยุ, แผ่นพับ / แผ่นปลิว และเพลงธนาคาร
ด้านการตลาดของธนาคารออมสินถูกขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ที่เน้นการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม (Social Bank) โดยมีจุดยืนในการเป็น ผู้นำด้านการส่งเสริมการออม เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประชาชน
พันธกิจทางการตลาดจึงผูกโยงกับการพัฒนาสังคม ดังนี้:
ส่งเสริมการออมและสร้างวินัยทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
สนับสนุนแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งมีเป้าหมายในการ ลดความเหลื่อมล้ำ และ แก้ปัญหาความยากจน
ดำเนินงานที่คำนึงถึง สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในทุกกระบวนการ ซึ่งสะท้อนการตลาดที่คำนึงถึงความยั่งยืน