นางสาวสุฑารัตน์ กองจิว
ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์
วิทยฐานะ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ไว้ดังต่อไปนี้
เต็มเวลา
ภาระงานที่รับผิดชอบในปีงบประมาณ 2567 มีดังนี้
1. กลุ่มงานวัดและประเมินผลการศึกษา
1.1 โปรแกรมระบบบริหารจัดการสถานศึกษา (School MIS)
1.2 การสร้างเครื่องมือและแนวทางในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ระดับชั้นเรียน
1.3 การวิเคราะห์ข้อสอบ การเข้าทดสอบในระบบ PISA STYLE
1.4 กิจกรรมการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
2. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
โครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ กิจกรรมที่ 16 การพัฒนาครูและบุคลากรด้านแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) วิชาภาษาอังกฤษ
3. นิเทศ ติดตามการจัดการศึกษาของโรงเรียนในเครือข่ายพัฒนาการศึกษา เนินมะปราง 2 จำนวน 14 โรงเรียน
4. โครงการน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวง รัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน กิจกรรมที่ 3 การน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติทั้ง 4 ด้าน ของโรงเรียนในเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเนินมะปราง 2
5. โครงการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ กิจกรรม ที่ 16 การพัฒนาครูและบุคลากรสู่ความเป็นเลิศ ด้วยดิจิตอลแพลตฟอร์มโรงเรียนออนไลน์ ของโรงเรียนในเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเนินมะปราง 2
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งศึกษานิเทศก์ วิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ออกแบบ จัดทำแผนการนิเทศการศึกษา คัดสรร สร้าง พัฒนา สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยี โมเดลในการดำเนินงาน
การรายงานผลการนิเทศ ติดตาม และดำเนินงาน
กิจกรรมส่งเสริมสนับสนุนด้านการจัดการศึกษา
การอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนายกระดับผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT)
ปีการศึกษา 2567 (1 กันยายน 2567)
การเตรียมความพร้อมรับการประเมินระดับนานาชาติ ตามแนวทางการประเมินของ PISA
การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
การเข้าร่วมการอบรม/สัมมนา/ศึกษาดูงาน เพื่อพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ประเด็นท้าทาย
สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และการจัดการศึกษา
การนิเทศ สังเกตการสอนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้ห้องเรียนเป็นฐานของครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 นั้น ครูยังขาดการเชื่อมโยงการนำความรู้ในการจัดการเรียนรู้ไปใช้ในห้องเรียน ยังยึดติดการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากเนื้อหาในหนังสือเรียน เน้นการสอนโดยการบรรยายความรู้ ครูไม่รอคอยให้นักเรียนได้คิดหาคำตอบจากการเชื่อมโยงความรู้ของผู้เรียนก่อน ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้ของครูไม่สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในการพัฒนาผู้เรียนตามที่หลักสูตรสถานศึกษากำหนดและแนวการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ใหม่และสิ่งประดิษฐ์ใหม่โดยการใช้กระบวนการทางปัญญา (กระบวนการคิด) กระบวนการทางสังคม (กระบวนการกลุ่ม ) และให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์และมีส่วนร่วมในการเรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ โดยครูผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวก จัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และจัดให้สอดคล้องกับความสนใจความสามารถและความถนัด เน้นการบูรณาการความรู้ในศาสตร์สาขาต่าง ๆ ใช้หลากหลายวิธีการสอนและหลากหลายแหล่งความรู้
จากเหตุผลดังกล่าวจึงมีความจำเป็นต้องมีการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
ที่สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรสถานศึกษา และหลักสูตร
ระดับชั้นเรียน รวมทั้งสอดคล้องกับแนวการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
(Active Learning) เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ
เรียนรู้ในระดับทักษะการคิดสูงสุด อันประกอบด้วย การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า ลักษณะสำคัญ
ของการจัดการเรียนการสอนรูปแบบนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียน มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ มีปฏิสัมพันธ์
ระหว่างผู้เรียนด้วยกันและมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับครู ในการจัดกิจกรรมด้วยกระบวนการกลุ่ม สามารถสร้าง
องค์ความรู้และ จัดระเบียบการเรียนรู้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้าง ความรับผิดชอบการมีวินัย ในการ
ทำงานแก่ผู้เรียน ซึ่งสอดคล้องกับการฝึกให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะและทักษะของศตวรรษที่ 21
วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
การพัฒนารูปแบบการนิเทศ ADI2E Model เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครูกลุ่มสาระการรู้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 มีขั้นตอน ดังนี้
1) A – Analysis การวิเคราะห์สภาพปัญหา/บริบท
- วิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) กลุ่มสาระการรู้ภาษาต่างประเทศ
(ภาษาอังกฤษ)
2) D – Desing ออกแบบการดำเนินงาน
- ศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) วิชาภาษาอังกฤษ
- จัดทำเครื่องมือ นิเทศ ติดตามการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และการวัดและประเมินผลในชั้นเรียน
3) I – Informingเสริมความรู้/สร้างความรู้ความเข้าใจ
- ชี้แจงแนว/วิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และวิธีการวัดและประเมินผลในระดับใช้เรียน
4) I – Implement ดำเนินการตามแผน
- ดำเนินการนิเทศ ติดตามการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายและการวัดและประเมินผลในชั้นเรียน
- แลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ
5) E – Evaluate การประเมินผลผลการดำเนินงาน
- จัดทำรายงานผลการนิเทศ ติดตาม การจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และการวัดและประเมินผลในชั้นเรียน
มาใช่ในการวางแผนในการปรับปรุง/พัฒนางานครั้งต่อไป
- เผยแพร่วิธีการจัดการเรียนรู้ชิงรุก (Active Learning) ของครูผู้สอน วิชาภาษาอังกฤษ
ผ่าน google sites
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
3.1 เชิงปริมาณ
3.1.1 ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ร้อยละ 80 ของโรงเรียนในสังกัด มีการจัดการเรียนรู้
เชิงรุก (Active Learning)
3.1.2 ผู้เรียนในสังกัด ร้อยละ 80 มีสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
3.1.3 ผู้เรียนในสังกัด ร้อยละ 80 มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อยู่ในระดับดี ขึ้นไป
3.1.4 โรงเรียนในสังกัด ร้อยละ 80 มีการส่งเสริมศักยภาพและคุณลักษณะของผู้เรียน ตามความถนัด ความสนใจทางด้านทักษะภาษาอังกฤษ
ผลลัพธ์เชิงปริมาณ พบว่า
3.1.1 ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ร้อยละ 100 ของโรงเรียนในสังกัด มีการจัดการเรียนรู้
เชิงรุก (Active Learning)
3.1.2 ผู้เรียนในสังกัด ร้อยละ 100 มีสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
3.1.3 ผู้เรียนในสังกัด ร้อยละ 97.68 มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อยู่ในระดับดี ขึ้นไป
3.1.4 โรงเรียนในสังกัด ร้อยละ100 มีการส่งเสริมศักยภาพและคุณลักษณะของผู้เรียน ตามความถนัด ความสนใจทางด้านทักษะภาษาอังกฤษ
3.2 เชิงคุณภาพ
3.2.1 ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษของโรงเรียนในสังกัด มีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
(Active Learning)
3.2.2 ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551
3.2.3 ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อยู่ในระดับดี ขึ้นไป
3.2.4 โรงเรียนดำเนินการส่งเสริมศักยภาพและคุณลักษณะของผู้เรียน
ตามความถนัดความสนใจทางด้านทักษะภาษาอังกฤษ
ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ พบว่า
ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษของโรงเรียนในสังกัด จำนวน 120 โรงเรียนมีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ในรายวิชาภาษาอังกฤษ ส่งผลให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ อยู่ในระดับดี ขึ้นไป และโรงเรียนได้ดำเนินการส่งเสริมศักยภาพและคุณลักษณะของผู้เรียนตามความถนัด ความสนใจทางด้านทักษะภาษาอังกฤษ อาทิเช่น การจัดกิจกรรมวันคริสต์มาส ภาษาอังกฤษสื่อสารวันละคำ การส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันโครงการมัคคุเทศก์น้อยภาษาอังกฤษ ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ
ปัญหาแลอุปสรรค
-
แนวทางในการพัฒนา
ส่งเสริมให้โรงเรียนมีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
การประชุมชี้แจง และวางแผนการดำเนินงาน
แลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
ของครูผู้สอน วิชาภาษาอังกฤษ ผ่าน Google Sites