ชื่อ.....นางสาวสุภาดา.............นามสกุล..........วงษ์สุนา............
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ...............ชำนาญการ.........................................
สถานศึกษา........โรงเรียนบ้านหนองไข่นก.......................................
สังกัด...สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1..........
รับเงินเดือนในอันดับ คศ....2.........................................................
อัตราเงินเดือน ..........23,460 ...................................... บาท
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ...ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน .
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะ ชำนาญการ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 25 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชาภาษาไทย
รายวิชาภาษาไทย (พื้นฐาน)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาภาษาไทย (เพิ่มเติม)
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี-กิจกรรมสาธารณะประโยชน์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานเจ้าหน้าที่การเงิน
งานเยี่ยมบ้านงานติดตามนักเรียน
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
1.4 งานสนับสนุนโยบาลและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
-กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้
-กิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระ
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ แก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ส่วนที่ 2
ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรง ตำแหน่งครู วิทยฐานะ ชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย พัฒนาการอ่านการเขียน เรื่อง พัฒนาการอ่านการเขียนด้วยโครงงานสู่ผลงานหนังสือเล่มเล็กให้ก้าวหน้า ด้วย SUPADA MODEL
พัฒนาการอ่านการเขียนด้วยโครงงานสู่ผลงานหนังสือเล่มเล็กให้ก้าวหน้า ด้วย SUPADA MODEL มีแนวทางดังนี้
๑. ขั้นนำเสนอ การสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์หนังสือเล่มเล็ก
S = Search for Interests = ค้นหาสิ่งที่ตนใฝ่รู้
U = Update content = สู่เนื้อหา ทันสมัย เหมาะกับยุค
การสืบค้นสิ่งที่ตนใฝ่รู้ สู่เนื้อหา ทันสมัย เหมาะกับยุค คือคุณลักษณะของผู้ที่มีความอยากรู้อยากเห็นสิ่งใหม่ และมีความสนใจที่จะแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอยู่เสมอเพื่องานเพื่อความสำเร็จของงาน การสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์หนังสือเล่มเล็ก ครูมีขั้นตอน ดังนี้
๑). ครูนำผลงานตัวอย่างการหนังสือเล่มเล็ก (หนังสือทำมือ) มาให้นักเรียนดูเพื่อให้นักเรียนสนใจ โดยดูผลงานผ่านสื่อการสอน PowerPoint ผลงานที่ได้รับรางวัลในระดับต่าง ๆ รวมถึงตัวอย่างหนังสือเล่มเล็กที่ทางห้องสมุดของโรงเรียนได้จัดนิทรรศการผลงานนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เห็นภาพชัดเจนในการลงมือปฏิบัติจริง
๒)เมื่อนักเรียนได้ทำกิจกรรมแล้ว ครูให้นักเรียนวิเคราะห์ของการทำหนังสือเล่มเล็กว่ามีอะไรบ้าง และนักเรียนมีแรงบันดาลใจอะไรในการเขียนเรื่องขึ้นมาเพื่อจะจัดทำเป็นหนังสือเล่มเล็ก
๒. ขั้นวางแผน การออกแบบการทำหนังสือเล็ก
การเขียนเค้าโครงการทำหนังสือเล็ก
P = Plan to Action = สนุกกับการวางแผน ด้วยปัญญา
๑) แบ่งกลุ่ม นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๔-๕ คน มอบหมายให้ทำโครงงานสร้างสรรค์ผลงานหนังสือเล่มเล็ก โดยแบ่งกลุ่มในรูปแบบ การจัดการเรียนการสอนแบบร่วมมือกันเรียนรู้ STAD ที่มีชื่อเต็มว่า Student Teams Achievement Divisions เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งกำหนดให้นักเรียนที่มีความสามารถแตกต่างกัน ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มๆ ละ ๔-๕คน ซึ่งประกอบด้วย นักเรียนที่เรียนเก่ง ๑ คน นักเรียนที่เรียนปานกลาง ๒-๓ คน และนักเรียนที่เรียนอ่อน ๑ คน
๒) ให้นักเรียนวางแผนการสร้างสรรค์หนังสือเล่มเล็ก ขั้นนี้ผู้เรียนร่วมกันวางแผน โดยการระดมความคิด อภิปรายหารือข้อสรุปของกลุ่ม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ การวางแผนการนักเรียนใช้จินตนาการในการเรียนรู้สามารถใช้จินตนาการในการเรียนรู้ได้อย่างไม่จำกัด โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้จินตนาการในการทางาน เช่น การวางแผนการเขียนเนื้อเรื่อง การวางแผนการวาดภาพสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว การเขียนคำตามภาพที่ตนเองวาด หรือการให้นักเรียนวาดภาพตามเนื้อหาที่ร่วมกันแต่ง มีการวางแผนการทำหนังสือเล่มเล็ก ดังนี้
๑.กำหนดแนวคิดของเรื่อง
๒. วัยผู้อ่าน
๓.แนวทางการเขียน เป็นบันเทิงคดี การ์ตูน เรื่องสั้น รูปแบบร้อยแก้ว ร้อยกรอง
๔.วางแก่นเรื่อง จุดประสงค์ของแก่นเรื่อง
๕.วางโครงสร้างเนื้อหา เพื่อจัดลำดับของเรื่อง
๖.อรรถรสของเรื่อง เศร้าโศก ริษยา เสียใจ คติธรรม ฯลฯ
๗.กำหนดตัวละคร เนื้อหาภาษาต้องสมวัย
๘.ออกแบบรูปเล่ม จำนวนหน้า ชัดเจน
๙.ชื่อเรื่องต้องกะทัดรัด ชัดเจน สอดคล้องกับเนื้อเรื่องด้านใน
๓. ขั้นปฏิบัติ วิธีการดำเนินงาน
A = Action with practice composing the story according to the Iden= ค้นคว้าการแต่งเรื่องตามแนวคิด
D = Dereop work with finesse = พัฒนาสร้างผลงานด้วยความวิจิตร
ขั้นตอนนี้มีความสำคัญและมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับนักเรียน เพราะเป็นขั้นตอนของการลงมือทำ ขั้นตอนที่ผ่านมาเป็นเพียงขั้นตอนการวางแผนการเรียนรู้เท่านั้น นักเรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้จริงก็ต่อเมื่อลงมือปฏิบัติ ศึกษา รวบรวมข้อมูล จัดหมวดหมู่ วิเคราะห์ สังเคราะห์ หาแนวโน้ม เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสารสนเทศต่าง ๆ โดยปฏิบัติกิจกรรมตามแผนการเรียนรู้ที่วางไว้ รวมทั้งการการใช้ภาษาให้ถูกต้องในการแต่งเรื่องอ่านแล้วเข้าใจง่าย
การแต่งเรื่องตามแนวคิดสร้างผลงานด้วยความวิจิตร นักเรียนลงมือปฏิบัติจริงผ่านสื่อหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดยกระบวนการคิดขั้นสูง กล่าวคือ ผู้เรียนมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้เมื่อนักเรียนเขียนเค้าโครงเรื่องเรียบร้อย คุณครูจะมีหน้าที่ตรวจเค้าโครงการเขียน ตรวจการใช้ภาษา ตรวจการเขียนคำว่าถูกต้องหรือไม่ เพื่อปรับแก้ให้เนื้อเรื่องเมื่อคุณครูปรับแก้เรียบร้อยนักเรียนจะลงมือทำหนังสือเล่มเล็กตามขั้นตอน ที่ครูได้ให้ความรู้ไป โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติในการทำหนังสือเล่มเล็ก ดังนี้
ขั้นตอนที่ ๑ การเขียนโครงเรื่อง
๑. แต่งเรื่องตามหัวข้อที่กำหนดและได้วางแผนไว้
๒. นำเรื่องที่แต่ง มาเขียนโครงเรื่อง พร้อมวาดโครงรูปร่างไว้ วาดรูปแบบไหน มีลายละเอียดของรูปภาพอะไรบ้าง
ขั้นตอนที่ ๒ การทำตัวเล่มหนังสือ
๑.นำกระดาษ ๑๐๐ ปอนด์ ขนาด เอ ๔ สีขาว มาพับครึ่ง ให้ได้ตามจำนวนหน้าเนื้อหา ๑๒ หน้า ของ
ระดับมัธยมต้น และ ๑๖ หน้า ของ ระดับมัธยมปลาย
๒.นำกระดาษ ๑๐๐ ปอนด์ ขนาด เอ ๔ มาพับเพื่อทำในส่วนหน้าปกใน หน้าคำนำ และหน้าผู้จัดทำ
๓. เมื่อพับครึ่งหน้าของกระดาษ ๑๐๐ ปอนด์ เอ ๔ แล้ว ให้ตีเส้นกรอบไว้ ขนาด ๐.๓ หรือ ๐.๕
เซนติเมตร เพื่อไว้ตัดออกตอนใกล้จะเข้าเล่ม
๔. ตีเส้นบรรทัด ขนาด ๑ เซนติเมตร เพื่อสำหรับเขียนเรื่องลงในบรรทัดที่ตีไว้ ส่วนใหญ่หนึ่งหน้าจะ
มีประมาณ ๔-๕ บรรทัด
๕. เขียนเนื้อเรื่องที่แต่ง ลงในกระดาษ ๑๐๐ ปอนด์ เอ ๔ ลงทีละหน้า ตั่งแต่หน้าที่ ๑ จนถึงหน้าที่ ๑๒
หรือหน้าที่ ๑๖ ด้วยดินสอ ๒ B ก่อน เมื่อตรวจดูการเขียนคำ การสะกดคำถูกผิดและคำที่เขียน ฉีกคำแล้ว จึงเขียนด้วยปากกากันน้ำสีดา ลงซ้ำรอยดินสอ อีกครั้งหนึ่ง
6. นำกระดาษ ๑๐๐ ปอนด์เอ ๔ ที่เขียนเนื้อเรื่องลงไป มาวาดรูป ตามเนื้อหา โดยจะใช้ดินสอ ๒B
วาดลงไปก่อนจนได้รายละเอียดครบถ้วนแล้ว จึงใช้ปากกากันน้ำสีดำลงตามรอยดินสอ
๗. เมื่อวาดและลงปากกาเดินเส้นตามรูปรอยดินสอแล้ว จึงใช้สีไม้ระบายน้ำ มาระบายรูปที่วาดจน
ครบทุกรูป จึงจะใช้พู่กันจุ่มน้ำมาระบายสีทับซ้ำสีไม้ที่ระบายไว้อีกครั้ง สีที่ได้จะสดใส
๘. นำสติ๊กเกอร์ใส พีวีซี ขนาด เอ ๔ มาเคลือบที่กระดาษ ๑๐๐ ปอนด์ ที่ทำเสร็จแล้ว ให้เคลือบทุกหน้า
โดยใช้ผ้าขนหนู เช็ดสติ๊กเกอร์ใส ไล่อากาศออก จะทำให้ติดได้เรียบสวยงาม
๙. เมื่อวาดรูป ระบายสีไม้ ลงครบทุกหน้าแล้ว นำเทปกาวสองหน้ามาติดด้านหลังของกระดาษ
๑๐๐ ปอนด์ที่ได้วาดรูป ระบายสีแล้ว โดยให้ติดทั้งสองด้าน แล้วจึงนำมาประกบกัน เป็นรูปเล่ม
ขั้นตอนที่ ๓ การทำปกหนังสือเล่มเล็กและพร้อมการเข้ารูปเล่มหนังสือเล่มเล็กที่สมบูรณ์
๑. นำกระดาษแข็งหลังรูป เบอร์ ๒๔ แผ่นใหญ่มา ๑ แผ่น โดยตัดแบ่งเป็นสองแผ่นเล็ก โดยนำ
กระดาษร้อยปอนด์ที่ประกบกันเป็นเล่มแล้วมาทาบกับกระดาษแข็ง วัดโดยให้มีขนาดเท่ากันกับรูปตัวเล่มหนังสือให้ด้านข้าง ๒ ข้างเท่ากัน ด้านล่างเท่ากัน ส่วนด้านบนให้สูง กว่าตัวเล่มมา ประมาณ ๖ มิลลิเมตรแล้ววัดและตัดออกมาสองแผ่นที่มีขนาดเท่ากัน
๒. ทำสันหนังสือ โดยให้วัดความกว้างของหนังสือเล่มเล็กว่ามีขนาดกว้างกี่เซนติเมตรและขนาด
ความสูงให้สูงเท่ากับปกของหนังสือที่เราตัดไว้จำนวน ๑ ชิ้น
๓. นำกระดาษปกวาดเขียนแผ่นใหญ่(กระดาษปกสำหรับใช้กับสีไม้ระบายน้ำ) จำนวน ๑ แผ่นใหญ่
พับครึ่ง โดยส่วนที่พับคือส่วนที่จะเป็นสันหนังสือ ทำการวัดขนาดปกว่าจะต้องวาดรูปตรงส่วนไหน เมื่อได้ตำแหน่งที่กะไว้แล้ว จึง เขียนชื่อเรื่องไว้ตรงส่วนบนหรือส่วนล่าง หรือส่วนไหนก็ได้ที่คิดว่าดีที่สุด แล้วจึงใช้ดินสอวาดโครงรูปแล้วจึงใช้ปากกากันน้ำลงเขียนตามเส้นที่วาดเสร็จจึงระบายสีไม้ และนำพู่กันจุ่มน้ำมาระบายทับซ้ำอีกครั้ง รอจนแห้ง นำสติ๊กเกอร์พีวีซี ใส แผ่นใหญ่ หุ้มเคลือบปกอีกครั้งหนึ่ง
๔. นำปกกระดาษแข็งที่วัดไว้แล้ว พร้อมสัน ติดเทปกาวสองหน้ารอบด้าน นำมาวางไว้ที่ปกหนังสือ
พร้อมติดเทปกาวรอบด้านพับหุ้ม เป็นปกที่พร้อมจะเข้าเล่มต่อไป (กรณี การว่างปก กับ สัน ต้องอยู่ห่างกันประมาณ ๑ เซนติเมตร หรือ ๐.๘ เซนติเมตร)
รูป ประกอบปกแข็งกับปกหนังสือ และสันหนังสือ
๑. การเข้าเล่ม นำหนังสือที่เสร็จแล้วและพร้อมที่จะมาเข่าเล่มกับปกแข็ง โดยจะต้องติดเทปกาว
สองหน้าให้รอบด้าน และติดตรงส่วนที่เป็นสันหนังสือ
รูป การประกอบรูปเล่มหนังสือเล่มเล็ก
๑. นำตัวเล่มหนังสือมาวางไว้ตรงสันให้ตรงกัน โดยให้ตัวเล่มหนังสือให้อยู่กลางสัน จะเป็นการ
เหลือขอบหนังสือไว้บน ๓ มิลลิเมตร ส่วนล่าง ๓ มิลลิเมตร และด้านข้าง ๓ มิลลิเมตร หรือ ๑ เซนติเมตร เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำหนังสือเล่มเล็กเรียบร้อยสมบูรณ์
๔.ขั้นประเมินผล การนำเสนอผลงาน
A = Authentic assessment = ประเมินผลสัมฤทธิ์ ตามสภาพจริง เป็นสิ่งสำคัญสร้างสรรค์ด้วย SUPADA MODEL
ในการวัดประเมินผลการพัฒนาการอ่านการเขียนด้วยโครงงานสู่ผลงานหนังสือเล่มเล็กให้ก้าวหน้า ด้วย SUPADA MODEL ประเมินจากสภาพจริง (Authentic Assessment) เป็นการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้จากการที่นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติงาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการนำความรู้และทักษะที่เรียนไปใช้ในสภาพและสถานการณ์จริง หรือเชื่อมโยงใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากที่สุด การประเมินตามสภาพจริงมักมีการกำหนดชิ้นงานหรือภาระงานให้ผู้เรียนปฏิบัติ และมีการใช้เครื่องมือการวัดและประเมินผลที่มีเกณฑ์พร้อมคำอธิบาย คุณภาพงานตามเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน เมื่อทำการศึกษาและปฏิบัติเรียบร้อยแล้วต้องมีการวัดและประเมินผลโดยต้องวัดให้ครอบคลุมกิจกรรมการทำงาน ตั้งแต่การเตรียมก่อนลงมือทำกิจกรรม กระบวนการทำงานตามแผนที่วางไว้และผลสำเร็จของผลงานที่อาจอยู่ในรูปชิ้นงาน หรือทฤษฎีก็ได้ เพื่อหาข้อบกพร่องปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างทำงานจนถึงสิ้นสุดการปฏิบัติงานการประเมินผลมักจะประเมินตามจุดประสงค์และการปฏิบัติงาน จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอและมีผลย้อนกลับต่อผู้ปฏิบัติงานคือ นำผลประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป
โดยการประเมินผลงานตามประเมินจากสภาพจริง โดยจะถูกประเมินจากคุณครูสอน จากเพื่อนในห้องเรียน ที่ช่วยกันประเมินผลงานของเพื่อนกลุ่มอื่น นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการผลงานนักเรียนในระดับโรงเรียนที่ห้องสมุด และในวันสำคัญที่ทางโรงเรียนได้จัดขึ้น เช่น วันภาษาไทยและวันสุนทรภู่ เพื่อให้ทุกคนในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการประเมินผลงานด้วย
ผลลัพธ์การเรียนของผู้เรียนที่คาดหวัง
1. เชิงปริมาณ
- นักเรียนร้อยละ 60 มีผลสัมฤทธิ์ เรื่อง พัฒนาการอ่านการเขียนด้วยโครงงานสู่ผลงานหนังสือเล่มเล็กให้ก้าวหน้าด้วย SUPADA MODEL เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด และผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-net) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าระดับประเทศ
- นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการอ่านและการเขียน วิชา ภาษาไทย เรื่อง พัฒนาการอ่านการเขียนด้วยโครงงานสู่ผลงานหนังสือเล่มเล็กให้ก้าวหน้าด้วย SUPADA MODEL
2. เชิงคุณภาพ
-นักเรียนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ เรื่อง พัฒนาการอ่านการเขียนด้วยโครงงานสู่ผลงานหนังสือเล่มเล็กให้ก้าวหน้าด้วย SUPADA MODEL ในระดับ ดี และผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-net) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สูงกว่าระดับประเทศ
- นักเรียนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เจตคติที่ดีต่อการอ่านและการเขียน เรื่อง พัฒนาการอ่านการเขียนด้วยโครงงานสู่ผลงานหนังสือเล่มเล็กให้ก้าวหน้าด้วย SUPADA MODEL ในระดับ ดี
ผลการจัดการเรียนการสอนตามประเด็นท้าทายต่อยอดสู่นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) “นวัตกรรมพัฒนาการอ่านการเขียนด้วยโครงงานสู่ผลงานหนังสือเล่มเล็กให้ก้าวหน้า
ด้วย SUPADA MODEL”
๑) นักเรียนได้รับการเรียนรู้แบบโครงงานพัฒนาการอ่านการเขียนสู่ผลงานหนังสือเล่มเล็กให้ก้าวหน้า ด้วย SUPADA MODEL และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
๒) นักเรียนมีความสามารถในการอ่านและการเขียนอยู่ในระดับ ดี
๓) ผลที่ได้จากการประเมินโครงการไปต่อยอดพัฒนาฐานนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันการแข่งขันทักษะทางวิชาการศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๗๐ รางวัลเหรียญทอง กิจกรรมการแข่งขันการทำหนังสือเล่มเล็ก ระดับชั้นม.๑-๓ ระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑
คู่มือนวัตกรรม
แผนการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนได้ แก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น
ลงชื่อ สุภาดา วงษ์สุนา
(นางสาวสุภาดา วงษ์สุนา)
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาการ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
1 ตุลาคม พ.ศ. 2566