โรงเรียนมัธยมศึกษาเครือเอกชน ยูเมะซากิ มีต้นกำเนิดที่โตเกียวเขตชิโยะดะอย่างเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ 1754 หรือปี พ.ศ 2297(272) ซึ่งมีอายุมากกว่าสวนฮิบิยะที่อยู่ตรงข้ามกันถึง 149 ปี
ผู้ก่อสร้าง คืออดีตขุนนางแม่หม้ายท่านหนึ่ง โดยแรกเริ่มก่อนจะได้รับการอนุญาตให้ก่อสร้างสถาบันศึกษา ใครก็ว่าท่านเสียสติจากการที่สูญเสียทั้งสามี และลูก จากอุบัติเหตุ เหตุเพราะท่านไล่เคาะประตูบ้านถามถึง “ภูติ” ที่อยู่กับเด็ก ๆ แม้กระทั่งผู้ใหญ่ที่ยังไม่แต่งงาน ช่วงแรกผู้คนต่างหลีกเลี่ยง และเป็นหัวข้อสนุกปากชาวบ้าน
ผ่านไปปีกว่า มีเด็กคนหนึ่งมาหาท่าน, ขอทานตัวน้อยเนื้อตัวมอมแมม แต่ในมือกลับสะอาดสะอ้าน มี “ภูติ” ที่เหาะเหินได้หลบอยู่ในนั้น ขอทานตัวน้อยกล่าวทั้งสะอื้นอย่างหวาดกลัว การจากลากับภูติตนนี้ หากอิสตรีต้องการสิ่งนี้ ตนจะขายให้ ขอเพียงข้าวประทังชีวิตตนเองและภูติแล้ว แต่สิ่งที่ท่านต้องการไม่ใช่ภูติ อิสตรีต้องการความจริง ว่าสิ่งที่ท่านเคยมี และสิ่งที่ลูกของท่ายเคยมี เป็นภูติที่มีอยู่จริง ไม่ใช่ภาพลวงตา
เจ้าภูติแนะนำตัว กระบวยในมือจิ๋วของมันสะบัดไปมา มันพูดว่ามันคือเจ้าของร้านราเม็ง ตนคือผู้พิทักษ์ของขอทานตัวน้อย แม่หม้ายจึงร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ ครั้งหนึ่งภูติของเธอ ก็เคยบอกว่ามันคือผู้พิทักษ์ของท่านเช่นเดียวกัน เฉกเช่นเดียวกับผู้พิทักษ์นักเขียนผู้กันตัวน้อยของลูกชาย ที่หลบกลับเข้าไปในไข่ และถูกความมืดมิดกลืนกิน แล้วดับความฝันไปตลอดกาลพร้อมกับลูกของตนเอง
ท่านใช้เวลานานกว่าสิบปี ในการเร่ป่าวประกาศว่าเด็ก ๆ มีภูติของตนเอง หลายครั้งก็จ้างคนเขียนลงหนังสือพิมพ์ มีเด็กหลายคนมาหาท่าน บางคนมาด้วยหวังไร้เดียงสาว่าพวกเขาเองก็มีแต่มองไม่เห็นใช่หรือไม่ บางคนมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าท่านพูดจริงหรือแค่เป็นบ้า บางคนมาด้วยต้องการทราบความจริง ว่าภูติที่พวกเขามองเห็นไม่ใช่เพราะพวกเขาแปลกประหลาด จนสุดท้ายก็ได้การรับอนุญาตให้ก่อตั้งสถานศึกษาเนื่องจากมีความพร้อมสมบูรณ์
การใช้เวลาศึกษาเป็นสิบปีนั้นทำให้ท่านผู้ก่อสร้างค้นพบว่า ภูติผู้พิทักษ์ อยู่ในใจของทุกคน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ หากแรงปรารถนากล้ามากพอ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เห็น แม้แต่ผู้ที่มุ่งมั่นต่ออนาคตก็ไม่ได้รับประกันว่าจะได้พบผู้พิทักษ์ของตนเอง เช่นนั้นขอแค่ได้ให้การศึกษา เผื่อสักวันหนึ่งลูกหลานของพวกเขาเดินมาบอกว่าเห็นภูติ จะไม่มีใครถูกกล่าวหาว่าสติเลอะเลือนจนละเลยพวกเขาไป
ปัจจุบันยูเมะซากิได้ผ่านการเปลี่ยนผันมารุ่นสู่รุ่น แต่สิ่งที่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน คือเจตจำนงที่จะปกป้องวัยเยาว์ของเยาวชน ผู้ที่มาพร้อมกับความฝันอันยิ่งใหญ่ เล็กน้อย หรือยังค้นไม่พบ อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อสร้างไม่ต้องการให้เด็กผู้มีความฝันคนใดพังทลายลงช ดั่งเฉกเช่นสิ่งที่ท่านเจอเมื่อครั้งสูญเสียลูกชายตนเอง
อ้างอิงจากจดหมายของผู้ก่อสร้างทั้งหนึ่งพันฉบับ
โรงเรียนยูเมะซากิ
2.สวนฮิบิยะ
3.พระราชวังอิมพีเรียล
4.ย่านคาซูมิงาเคกิ
𑁍ࠬܓ ร้านค้าแนะนำ ⋆⭒˚.⋆
ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์ยูนิเซ็กที่เปิดติดกับสถาบันยูเมะซากิ เป็นร้านตึกสามชั้น โดยชั้นแรกจะเน้นไปที่เสื้อผ้าโทนสีสดใสและสุภาพ ชั้นที่สองจะเป็นโทนสีที่มืดทึบ และชั้นที่สามจะเป็นห้องผ้าซึ่งหากไม่ได้รับอนุญาตจะไม่สามารถเข้าไปได้
ร้านราเม็งเล็ก ๆ ชื่อดังของเด็กยูเมะ ค่อนข้างเป็นที่รู้จักสำหรับคนพื้นที่ เปิด - ปิดตามใจฉัน ใครมีดวงก็ได้กิน
ร้านราเม็งสูตรดั้งเดิม แถมคุณลุงเจ้าของร้านก็ใจดี แต่น่าเสียดาย เมื่อไม่นานมานี้เจ้าของร้านเพิ่งจะเสียไป คนที่มารับช่วงต่อก็เป็นลูกสาวของท่านเอง
คาเฟ่ยอดฮิตของกลุ่มวัยรุ่น อาหารรสชาติดี ราคาสบายกระเป๋า แถมพนักงานที่ร้านไม่ซุบซิบลูกค้าผู้ชายที่สั่งขนมหวาน อยู่ห่างจากโรงเรียนไปประมาณสองสถานี
ช่วงเย็นวันธรรมดาจะขนัดแน่นไปด้วยเด็กนักเรียนสะพายกระเป๋าต่อแถวหน้าเคาท์เตอร์ ส่วนวันหยุดคนจะไม่แออัดเสียเท่าไหร่
Pun-Chan-Pun
ร้านปิ้งย่างหัวเหม็น เปิดทำการตั้งแต่ 18.00 น. ของวัน หยุดในวันจันทร์ และพฤหัสบดีเท่านั้น ร้านนี้ขึ้นชื่อในเนื้อชิ้นใหญ่บะเริ่ม ดูเหมือนจะมีหลายสาขาในโตเกียว แต่แถวชิโยะดะคนไม่ค่อยแน่นเท่าไหร่, ค่อนข้างพบเจอคนคุ้นหน้าในฐานะพนักงานมากกว่าเพื่อนร่วมโรงเรียน
── .✦ ย่านที่พักในเมือง ⋆⭒˚.⋆
คอนโดหรูฝั่งพระราชวังอิมพีเรียล ตึกสูงหลายสิบชั้น ระบบความปลอดภัยแน่นหนา รปภ.วิ่งไวแขนแข็งมาก ส่วนกลางมีหลากหลายกิจกรรมให้ทำ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่อยู่ชั้นบนสุด
หอพักขนาดเล็กราคาย่อมเยา เป็นห้องเปล่าไม่มีเฟอร์นิเจอร์นอกจากห้องน้ำและซิงค์ล้างจาน มีถึง 2 ตึกด้วยกัน อยู่ติดกับโรงเรียนยูเมะซากิ เต็มไวและปล่อยให้เฉพาะเด็กนักเรียน