#ห้องสมุดชวนอ่าน #วันเบาหวานโลก
วันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1991 โดย สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) และองค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อตอบสนองต่อความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้นอันเนื่องมาจากโรคเบาหวาน โดยสหประชาชาติมีมติกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันเกิดของ Sir Frederick Banting ผู้ค้นพบอินซูลิน ร่วมกับ Charles Best เมื่อปี ค.ศ. 1922 เป็น "วันเบาหวานโลก" อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2006
สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม :https://www.thansettakij.com/health/wellbeing/611769
“ถุงยางอนามัย กับความปลอดภัยเมื่อมีกิจกรรมรัก”
วิธีใส่ถุงยางอนามัยก่อนเยเย่
1. ฉีกซองถุงยางอย่างละมัดระวัง
2. ต้องทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวก่อนใส่ถุงยาง
3. สวมให้ทุกด้าน บีบกะเปาะ และรูดถุงยางอนามัย
4. รูดถุงยางอนามัยอย่างช้าๆ ลงมาจนสุดโคนอวัยวะ
5. พร้อมเยเย่
6. หลังเย เสร็จใช้ทิชชู่พันถุงยางและใช้ความระมัดระวังในการรูดออก
7. มัดถุงยางให้เรียบร้อย ห่อกระดาษทิชชูเพื่อนำไปทิ้งขยะ
#รักปลอดภัยต้องใช้ถุงยางอนามัย
https://www.facebook.com/nfesamoeng/posts/pfbid0PRZXLbgVGoosMjjfVpntVYVUPZmY3DBp8Y1NJRwHct7daNHuZAbt3njCjt46meA6l
สิทธิการได้รับการรักษาหรือบริการทางสาธารณสุขสำหรับเด็กและเยาวชน
สิทธิการได้รับการรักษาในภาวะฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงแรกโดยไม่ต้องสำรองจ่ายทั้ง โรงพยาบาลของรัฐและเอกชน
สิทธิด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (สิทธิของเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 10 ถึง 20 ปีบริบูรณ์ )
สิทธิด้านการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป
#ห้องสมุดชวนอ่าน #การดูแลสุขภาพ
เรื่อง : การดูแลสุขภาพ เพื่อรับมือกับหน้าหนาว
เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วนะ ในช่วงฤดูหนาวอาจทำให้หลายท่านป่วยเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ แต่สำหรับบางคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ เมื่อเจออากาศเย็นๆ คงทำให้มีอาการมีแพ้มากขึ้น เช่น จาม น้ำมูกไหล หรือบางคนที่เป็นโรคหอบหืด โรคปอดเรื้อรังอยู่ก่อนแล้ว ก็อาจมีอาการหอบมากขึ้นได้ โดยเฉพาะยิ่งถ้าติด ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ร่วมด้วย คงแย่แน่เลยครับ เพราะฉะนั้น การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าสุขภาพดี จะลดโอกาสการเจ็บป่วยลง
8 วิธี ในการดูแลสุขภาพ เพื่อรับมือกับช่วงหน้าหนาวกัน
1. ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำมาก ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
2. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ และไม่ควรใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อน เป็นต้น
3. อยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท ไม่เข้าไปในที่แออัด
4. หากเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรมีผ้าปิดปากและจมูกเวลาไอ จาม และไม่คลุกคลี กับผู้อื่นและหมั่นล้างมือบ่อย ๆ
5. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดต่าง ๆ เนื่องจากอาจทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
6. ล้างมือบ่อย ๆ เนื่องจากเราอาจไปสัมผัสกับเชื้อโรคที่อยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น ราวบันได ลูกบิด ประตู แก้วน้ำ เป็นต้น โดยล้างมือด้วยสบู่ธรรมดา 15-20 วินาที หรือใช้น้ำยา ล้างมืออื่น ๆ
7. รักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ในที่ที่หนาวมากควรสวมหมวกเพื่อลดการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย
8. ดูแลเรื่องผิวหนัง โดยการทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนา ๆ ถ้าอากาศหนาวมาก ไม่อาบน้ำนาน ๆ ในที่ที่หนาวมาก หลังอาบน้ำควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิว ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ควรทาด้วยลิปสติกมันและไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อย ๆ
เราควรหมั่นคอยดูแลสุขภาพตลอดเวลา เพราะจะเป็นการป้องกันโรคที่ดีที่สุด และไม่มีใครรู้ว่าความเจ็บป่วยจะเกิดขึ้นกับตัวเราเมื่อไหร่ การที่เราสุขภาพที่ดี อาจทำให้เราเจ็บป่วยน้อยลง
อย่าลืมนะว่า “การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ”
อ้างอิง : https://www.vibhavadi.com/Health-expert/detail/472
#กิจกรรมอ่านออนไลน์#ห้องสมุดชวนอ่าน#ห้องสมุดประชาชนอำเภอสะเมิง#ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอสะเมิง
#กิจกรรมส่งเสริมการอ่านออนไลน์
เรื่องน่ารู้ "เทศกาลตรุษจีน" วันสำคัญโบราณที่มีมานานกว่า 4,000 ปี
“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” ได้ยินประโยคนี้ เป็นอันทราบกันดีว่า เทศกาลตรุษจีน เวียนมาบรรจบอีกครั้ง นี่คือวาระแห่งการเฉลิมฉลองสู่การขึ้นปีใหม่ของชาวจีนทั่วโลก และเป็นหนึ่งในเทศกาลอันยิ่งใหญ่ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ปี 2568 นี้ เทศกาลตรุษจีนตรงกับวันที่ 27 - 29 มกราคม เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลสำคัญ ไทยพีบีเอสจึงรวบรวมเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ “วันตรุษจีน” มาบอกกัน..
อ้างอิง : https://www.thaipbs.or.th/now/content/55
#กิจกรรมส่งเสริมการอ่านออนไลน์
เรื่อง ซึมเศร้าซ่อนเร้น
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตมีความสำคัญมากขึ้น ประชาชนมีความรู้ ความตื่นตัวเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชมากขึ้น โดยเฉพาะ “โรคซึมเศร้า” จากข่าวการฆ่าตัวตายที่พบเห็นตามสื่อแทบทุกวัน ยิ่งมีส่วนให้ประชาชนยอมรับว่า ปัญหาโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และยังเกิดการสูญเสียหลายด้าน นอกจากโรคซึมเศร้าที่รู้จักกันดีแล้ว ยังมีการเจ็บป่วยด้านจิตใจอีกชนิดหนึ่ง เป็นภาวะซึมเศร้าแต่ไม่แสดงอาการซึมเศร้าออกมาให้เห็นเด่นชัด เกิดผลกระทบต่อชีวิตของผู้ป่วยและคนใกล้ชิดได้ไม่น้อยกว่าโรคซึมเศร้า การเจ็บป่วยนี้ คือ “ภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น” (Masked Depression)
ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) จะมีอาการซึมเศร้าชัดเจน เช่น เบื่อหน่าย ท้อแท้ หมดกำลังใจ ขาดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด นอนไม่หลับ รู้สึกไร้ค่า คิดอยากตาย แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้น (Masked Depression) มักไม่พบอาการซึมเศร้าที่ชัดเจน ผู้ป่วยโรคนี้หลายคนยังรับผิดชอบหน้าที่การงานได้ พูดจาทักทาย ยิ้มแย้มกับคนใกล้ชิดได้เหมือนไม่มีปัญหาอะไร แต่มัก มีความวิตกกังวล ไม่มีความสุข พูดถึงหรือแสดงอาการเจ็บป่วยทางกายให้เห็นบ่อยๆ เช่น ปวดหัว ปวดหลัง ปวดท้อง เจ็บหน้าอก หายใจไม่อิ่ม คลื่นไส้ ปั่นป่วนในท้อง หลายคนไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของการเจ็บป่วยทางกาย แต่ก็ไม่พบความผิดปกติทางกายใดๆ อย่างชัดเจน หรือในบางรายอาจมีอาการทางพฤติกรรม เช่น พฤติกรรมแบบ Perfectionist คือ ย้ำคิดย้ำทำหมกมุ่นกับความสมบูรณ์แบบ เพราะในระดับจิตใต้สำนึกของผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าซ่อนเร้นจะมีความรู้สึกไม่มั่นคง สงสัย และไม่มั่นใจในคุณค่าของตัวเอง จึงพยายามทุ่มเท ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดี สมบูรณ์แบบที่สุดตามมาตรฐานเพื่อให้ตนเองเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น และถ้างานไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง จะรู้สึกผิดหวังรุนแรง โกรธเกรี้ยวรุนแรง หงุดหงิดง่ายอย่างไม่สมเหตุสมผล หรืออาจมีพฤติกรรม Workaholic ที่ทุ่มเทกับงานอย่างหนัก แบบหามรุ่งหามค่ำ กดดันตัวเองอย่างหนัก ไม่ยอมพักผ่อน เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีเยี่ยม สมบูรณ์ที่สุด ในบางราย ความคาดหวัง หมกมุ่นเหล่านี้ ก่อให้เกิดความเครียดสะสมหรือปัญหาการนอนไม่หลับ จนต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้เหล้า สุรา ยานอนหลับ หรือสารเสพติด
ข้อมูลจาก :https://www.manarom.com/blog/masked_depression.html