Editor
ตำแหน่ง : Editor / Director of Photography
Reflection | Assignment Short Film
Cast : Suwichak Kriangphan
Prachaya Hemmawan
Director : Kantanit Chookanjana
Assistant Director : Piramon Visessanchok
Director of Photography : Kittiyada Sangon
Assistant Camera : Netchanok Piyachotsakulchai
Gaffer : Papidchaya Srirat
Art Director : Yanin Rebanko
Sound : Patchareerat Luengtrakulrung
Editor/VFX : Kittiyada Sangon
Special thanks : Pornpailin Poomisiricharoen
Teerarat Srisuthasinee
"ผลงานการกำกับภาพ และตัดต่อ ของดิฉันในหัวข้อ Symbolic ได้มีการดีไซน์มุมกล้องให้มีความเป็น Close-Form มุมกล้องและ Element ต่าง ๆ ถูกเซ็ทขึ้นให้มีความแปลก เริ่มเรื่องใช้มุมกว้างในการเล่าเพื่อให้ตัวละครได้รู้สึกถึงความโดดเดี่ยว จนกระทั่งค่อย ๆ แคบขึ้น การเปลี่ยนจาก Wide Shot ไปสู่ Close-up ในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนระยะภาพ แต่คือการค่อย ๆ พาผู้ชมเดินทางจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่อ้างว้างเข้าสู่กรงขังทางความคิดภายใน เริ่มเห็นอารมณ์และความอึดอัดของตัวละคร การแบ่งฝั่งที่ชัดเจนระหว่างตัวละครในโลกความจริง และอีกบุคคลิกในโลกจินตนาการ
ในส่วนของการตัดต่อ เรียบเรียงลำดับภาพออกมาเพื่อดึงให้ผู้ชมจมดิ่งไปกับสภาวะกึ่งฝันกึ่งจินตนาการของตัวละคร โดยเริ่มต้นใช้จังหวะที่เชื่องช้าในการสร้างบรรยากาศที่โดดเดี่ยว และใช้เทคนิคการแบบแบ่งฝั่งจาก VFX เพื่อแบ่งแยกระหว่าง โลกความจริง และโลกในกระจก (จินตนาการ)"
Plot "แทน นักศึกษาหนุ่มกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง ก่อนจะมีสายโทรศัพท์จากพ่อโทรเข้ามา แทนรู้สึกตกใจกลัว เพราะเขามีบาดแผลในใจในวัยเด็ก เขารู้สึกไม่ปลอดภัยทางเพศเมื่อพ่อพูดจาชักชวนให้เขากลับบ้าน เขาหันไปเห็นเงาตัวเองในในกระจก เงาสะท้อนของตัวเองเริ่มมีบางอย่างผิดปกติ มันตอบโต้เขา เหมือนบุคคลิกอีกด้านกำลังแสดงตัวตนออกมา"
ตำแหน่ง : Editor / Sound Mixing / Colorist
Fish Bowl | Animated Short Film
Producer : Akarawich Chaiyasat
Director : Pornpailin Poomisiricharoen
1st Assistant Director : Patchareerat Luengtrakulrung
2nd Assistant Director : Netchanok Piyachotsakulchai
Director of Photographer : Kantanit Chookanjana
Art Director : Papidchaya Srirat
Sound Mixing : Kittiyada Sangon
Sound Recorder : Kittiyada Sangon
Foley : Kittiyada Sangon
Editor : Kittiyada Sangon
Colorist : Kittiyada Sangon (Version)
Costume : Akarawich Chaiyasat
(และตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่ปรากฎใน End Credit)
"ผลงานการตัดต่อ และ Sound Mixing and Foley Artist ของดิฉัน จากการที่ได้รับโจทย์จากผู้กำกับมาว่า ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ต้องการสื่อสารในเรื่องของการแข่งขันของผู้หญิงในตู้กระจก และมี Theme เกี่ยวกับเกมโชว์ จึงมุ่งเน้นการตัดต่อที่กระชับ แบ่งแยก ระหว่างตัวละครและผู้ชม มีการสลับลำดับภาพตามความเหมาะสมในระหว่างการตัดต่อ และการใช้ Sound ที่สนุก เซ็กซี่ และกระชับ ตามความรู้สึกของตัวละครและเนื้อเรื่อง"
ภาพยนตร์สั้น รายวิชา Production Design ที่ต้องสร้างฉากภาพยนตร์ขึ้นมาเพื่อการถ่ายทำ ในธีม อาบ อบ นวด
Concept "การแข่งขันของผู้หญิงในตู้กระจกที่ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสังคม ซึ่งได้มีการแทน Symbolic ของตู้กระจกนั้นเป็นเหมือนตู้ปลา และผู้หญิงเหล่านั้น เปรียบเหมือนปลาในตู้ ที่ผู้ชายเลี้ยงไว้ดูเล่นเท่านั้น และการพูดถึงการแทนที่ ที่คนเราไม่สามารถเป็นที่ 1 ได้ตลอดไป การมีสปอร์ตไลท์ส่องตลอดเวลาก็เป็นเหมือนดาบสองคมได้เช่นกัน"
เด็กเอ๋ยเด็กดี - BOMB AT TRACK x MILLI「Unofficial MV」
วิดีโอนี้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการศึกษารายวิชา Film Editing เท่านั้น
ไม่ได้มีเจตนาละเมิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใด
ตำแหน่ง : Editor / Director of photography
เด็กเอ๋ยเด็กดี | Assignment Music Video
Cast : Dad - Natthaphon Amorntut
Child - Tinnabhop ketkeaw
Director : Minna Sohmin
Assistant director : Tanawoot Suwannapan
Director of photography : Kittiyada Sangon
Assistant photography : Kantanit Chookanjana
Editor : Kittiyada Sangon (version)
Art Director : Yanin Rebanko
Art run : Inkawin Jirapisitkul
Patchareerat Luengtrakulrung
Bhukom Sirasudhi
Gaffer : Teerarat Srisutasinee
Pakanut Sripan
Make - up / Stylist : Papidchaya Srirat
Special Thank : Thanawat Boonchan
Atipong Sirinupapmit
"ผลงานการกำกับภาพ และตัดต่อของดิฉัน โดยมุมกล้องที่ดีไซน์ขึ้นมา ได้ตีความการใช้มุมกล้องที่เป็น Close - Form เพื่อเล่าไปถึงจิตใต้สำนึกข้างในของตัวละครเปี๊ยก ที่ดำดิ่งจนไม่อาจโผล่ขึ้นมาได้ในชีวิตจริง มีการควบคุม Mood ทั้งเรื่องภาพและแสงให้มีความอึดอัด และใช้การตัดต่อสลับไปมาในเรื่องของความจริง อดีต และจิตใต้สำนึก เพื่อส่งเสริมความรู้สึกของตัวละครที่เกิดความสับสนข้างในจิตใจ"
Plot "เปี๊ยก ลูกชายที่ถูกพ่อบังคับให้ทำตามคำสั่ง และคอยปลูกฝังให้เขาตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เป็นข้าราชการ กับความอัดอั้นข้างในใจและภาพในหัวของเขาที่มีต่อพ่อ"
ตำแหน่ง : Editor / Animator / Compositor
STEP | Animation Short Film
Director : Patchareerat Luengtrakulrung
Animator : Patchareerat Luengtrakulrung
Minna Sohmin
Tipatcha Polpattapea
Kittiyada Sangon
Editor : Kittiyada Sangon
Compositor : Kittiyada Sangon
"ผลงานการตัดต่อ และCompositor ของดิฉัน โดยมีการกำหนดจังหวะขึ้นมาเองจากการที่ได้รับโจทย์จากผู้กำกับว่าอยากให้ตัวละครมีความสนุก และรู้สึกกลัวในตอนที่เป็นลาวา เลยได้มีการเพิ่มความสั่นให้กับภาพเพื่อสื่อถึงความรู้สึกของตัวละครมากขึ้น"
Plot "ชีวิตจืดชืดของหนุ่มออฟฟิศที่ทำงานวนไปเรื่อย ๆ จนเวลาล่วงเลยไปถึงเวลาเลิกงาน ระหว่างทางเขาได้พบสนามเด็กเล่น และยอมปล่อยให้ตัวเองกลับไปเป็นเด็ก โลกของเขาที่เคยไร้ชีวิตชีวา ตอนนี้กลับมามีสีสันอีกครั้ง"
Director of Photography
ตำแหน่ง : Director / Director of Photography / Editor
คลิกสุดท้าย | Assignment Short Film
Cast : Kantanit Chookanjana
Yanin Rebanko
Director : Kittiyada Sangon
Director of Photography : Kittiyada Sangon
Assistant Director : Papidchaya Srirat
Art Director : Patchareerat Luengtrakulrung
Boom Operator : Papidchaya Srirat
Editor : Kittiyada Sangon
Special thanks : Thanawat Boonchan
"ผลงานการกำกับภาพและกำกับภาพยนตร์สั้นของดิฉันในเรื่อง คลิกสุดท้าย ซึ่งงานภาพโดยส่วนใหญ่ที่ผู้ชมได้เห็นนั้น ถูกดีไซน์ด้วยมุมกล้องที่เน้นความแคบและอึดอัด เพื่อสะท้อนสภาวะทางอารมณ์ของตัวละครที่ถูกบีบคั้นจากความสัมพันธ์เชิงอำนาจในการทำงาน ช่วยขับเน้นความตึงเครียดระหว่างเพื่อนสนิทสองคน ที่ฝ่ายหนึ่งรู้สึกถูกเอาเปรียบและถูกต้อนให้จนมุมในพื้นที่จำกัด จนต้องระเบิดความรู้สึกออกมาในที่สุด"
Plot "นุ้ย นักศึกษาปี 2 กำลังนั่งทำงานไฟนอลที่ทำคู่กับจูน เธอทำงานจนถึงเช้า ในขณะที่จูนเอาแต่หลับและตื่นมาต่อว่าเธอที่ทำงานช้า จนกระทั่งเธอสติแตก และตัดความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกับจูน"
Gaffer
ตำแหน่ง : Gaffer / Assistant Editor
หนีจนมาเจอดี | Assignment Short Film
Director : ธีรารัตน์ ศรีสุธาสินี
Assistant Director : กันต์นิษฐ์ ชูกาญจนะ
Director of photography : ภีมพัฒน์ อัศวฤกษ์นันท์
Art director : ธารธรรม ภุมรินทร์
Gaffer : กิตติญาดา แสงอ่อน
Editor 1st & Color grading : ธนวุฒิ สุวรรณปาล
Editor 2nd : กิตติญาดา แสงอ่อน
Sound : พัชรีรัชต์ เหลืองตระกูลรุ่ง
Make-Up : พิชญ์สุดา วารสิน
Costume : ชาริดา รัตนพานิช
"ผลงานการกำกับแสงและผู้ช่วยตัดต่อของดิฉันในเรื่อง หนีจนมาเจอดี ดิฉันใช้การจัดแสง เพื่อกำหนดขอบเขตของพื้นที่ และใช้เงา เพื่อซ่อนความไม่มั่นคงในจิตใจตัวละคร ให้ความรู้สึกสมจริงแต่แฝงความตึงเครียด"
Plot "ปื๊ด ชายหนุ่มวัย 24 ปี เป็นเด็กจบใหม่ไร้ที่ทำงาน เขาต้องการหาที่พักราคาถูกที่สภาพแวดล้อมดีเพื่อลดค่าใช้จ่าย จึงเลือกเช่าห้องพักที่มีคนตายเพื่อจะได้ขอลดราคา แม้เขาจะเป็นคนที่กลัวในสิ่งที่มองไม่เห็นมากก็ตาม จนสุดท้ายปื๊ดก็ได้อาศัยในห้องนั้นและถูกวิญญาณเฮี้ยนหลอกหลอนตั้งแต่วันแรก แต่ถึงจะกลัวมากขนาดไหน ปื๊ดก็เอาชนะมันและเลือกที่จะอยู่สู้กับผีดีกว่าต้องต่อสู้กับความอดอยากแร้นแค้น"
หลุด | Assignment Short Film
Director : Teerarat Srisuthasinee
Director of photography : Kantanit Chookanjana
Art director : Yanin Rebanko
Gaffer & Editor : Kittiyada Sangon
Sound : Patchareerat Luengtrakulrung
"ผลงานการกำกับแสงของดิฉันในเรื่อง หลุด ในรายวิชา Visual Art 3 ใช้การจัดแสงแบบเลียนแบบธรรมชาติ เน้นความสมจริง เพื่อให้เข้ากับความเรียบง่ายของตัวละคร ให้เกิดการ Contast กัน"
Plot "สิงห์ ชายหนุ่มพนักงานออฟฟิศผู้เบื่อหน่ายความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน เขากลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้าเฉกเช่นทุกวัน สิงห์วางพวงมาลัยสดเอาไว้ที่กรอบรูปยายของเขาที่เสียชีวิตไป แล้วจึงเดินไปที่เตียง ในขณะที่เขากำลังจะโน้มตัวลงบนเตียงนอนเพื่อพักผ่อนด้วยความเหนื่อยหน่าย สิงห์กลับลุกขึ้นมองกล่องพัสดุใบหนึ่งซึ่งมีเห็ดขี้ควายอยู่ในนั้น เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและคว้าเห็ดภายในกล่องมากิน ก่อนทุกอย่างในโลกของเขาจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นสีสันและลวดลายแปลก ๆ อันสวยงามและน่าพิศวงมากมาย สิงห์ใช้เวลาอยู่ในโลกนั้นด้วยความตื่นตาตื่นใจสักพัก ก่อนจะไปเจอกับปีศาจตัวหนึ่งซึ่งเปรียบเสมือนปมครอบครัวในวัยเด็กของเขาที่กำลังจะเข้ามาทำร้าย สิงห์คว้าปีศาจตัวนั้นมาทุ่มลงพื้นจนมันแหลกสลายไปก่อนทุกอย่างจะมืดลง ในตอนเช้าตื่นมาในห้องของตัวเองที่มีข้าวของระเนระนาดทั่วพื้น ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตกใจสุดขีดกลับเป็นรูปภาพและเถ้ากระดูกของยายผู้เป็นที่รักแตกกระจายเต็มพรม"
สุดทาง | Assignment Short Film
Director : Yanin Rebanko
Director of photography : Kantanit Chookanjana
Art director : Patchareerat Luengtrakulrung
Gaffer & Color grading: Kittiyada Sangon
Sound & Editor : Teerarat Srisuthasinee
"ผลงานการกำกับแสงของดิฉันในเรื่อง สุดทาง ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในรายวิชา Visual Art3 โจทย์ที่ได้รับมาคือการถ่ายทำแบบ Long Take ห้ามมีการขยับกล้อง หน้าที่ของดิฉันในเรื่องนี้คือการจัดความมืด ให้พอดีพอ ๆ กับการจัดแสง ใช้ความมืดเพื่อบีบพื้นที่ให้ตัวละครดูจนมุม เพื่อให้เงาที่เกิดขึ้นทำหน้าที่เล่าเรื่องราวความอึดอัดและความโชคร้ายที่มองไม่เห็นได้อย่างดีที่สุด"
Plot "ฟ้า นักศึกษาสาขาวิจิตรศิลป์ปี 4 ที่กำลังเผชิญหน้ากับภาวะซึมเศร้า และการเรียน ทว่าความเครียดของเธอกลับก่อให้เกิดปัญหาการทะเลาะกันกับเพื่อนสนิทและแม่ของเธอ จนคำพูดรุนแรงจากแม่ของเธอทำให้ฟางเส้นสุดท้ายของการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ขาดลง"
Sound
ตำแหน่ง : Sound Mixing / Editor
ความจริงหลังกำแพง | Assignment Sound For Film
Main narrator : Piramon Visessanchok
Yanin Rebanko
Director : Teerarat Srisuthasinee
Assistant Director : Yanin Rebanko
Art Director : Inkrawin Jirapisitkul
Sound Mixing : Kittiyada Sangon
Sound Recorder : Kantanit Chookanjana
Assistant Sound Recorder : Kittiyada Sangon
Foley : Patchareerat Luengtrakulrung
Editor : Kittiyada Sangon
Cast : Sithatapoom Chantapotipong
Behind The Scene : Papidchaya Srirat
"ผลงานการทำ Sound Mixing ของดิฉัน ในการทำหนังที่เล่าผ่านเสียง โดยหลังจากที่ได้รับเนื้อเรื่องจากผู้กำกับมา ดิฉันได้มีการเข้าห้องอัดกับเพื่อน ๆ ทุกรอบ เพื่อแนะนำและดูว่ามีจุดไหนที่สามารถปรับได้บ้าง จนถึงวันที่ได้รับไฟล์เสียง ดิฉันได้มีการวางแผนในการวางจังหวะในการเล่า เพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ของตัวละคร เนื้อเรื่องค่อย ๆ เพิ่มความหลอนขึ้นจากการเล่าผ่านตัวละครแก้ว มีการแบ่งระหว่างเสียงในเรื่อง และเสียงดำเนินเรื่อง และการผสมกันในช่วงชุลมุนที่อัดคนละรอบ แต่ทำให้เหมือนเป็นเหตุการณ์ที่มีคนมารวมตัวกันจริง ๆ"
Plot "เด็กสาวจากต่างจังหวัดรู้สึกเหมือนถูกมองจากช่องอากาศที่เป็นช่องสี่เหลี่ยม ได้ยินเสียงขูดเบา ๆ และลมหายใจแผ่วแต่พอหันไปก็ไม่เจออะไร วันต่อมา เธออาบน้ำอีกครั้ง และคราวนี้เห็นดวงตาเบิกโพลงจ้องมาเขม็งจากช่องนั้นเลยกรี๊ดเรียกคนไปช่วยดูข้างหลัง แล้วก็พบศพคนนอนตายอืดอยู่"
Boardgame
หล่อเทียนชิงชัย Candle Clash
วัตถุประสงค์ในการสร้างบอร์ดเกมชิ้นนี้ จัดทำขึ้นเพื่ออนุรักษ์ประเพณีพื้นบ้างจากทางจังหวัดอุบลราชธานีมาไว้ในรูปแบบของบอร์ดเกม ให้ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ และสามารถเป็นส่วนหนึ่งในความบันเทิงทางด้านสื่อได้ เนื่องจากปัจจุบันผู้คนหันมาสนใจในบอร์ดเกมที่แข่งขันกันมากขึ้น และมีการสร้างสื่อในการเล่นบอร์ดเกมแข่งกันอย่างหลากหลาย
บอร์ดเกมชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา สร้างสรรค์ลักษณะไทย (Creative Thai Content) ชิ้นงานดังต่อไปนี้เป็นเพียงเวอร์ชั่น Demo ที่จัดทำขึ้นเพื่อส่งอาจารย์เท่านั้น
ออกแบบและพัฒนาเกม กิตติญาดา แสงอ่อน
กำกับงานศิลป์ พัชรีรัชต์ เหลืองตระกูลรุ่ง
อาจารย์ที่ปรึกษา ผศ. ดร. แข มังกรวงษ์ และ อาจารย์ งามนิส เขมาชฎากร
Concept : การนำเอาประเพณีแห่เทียนพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีพื้นบ้านของทางจังหวัดอุบลราชธานี มาอนุรักษ์ไว้ในรูปแบบของบอร์ดเกม ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย
หล่อเทียนชิงชัย Candle Clash เป็นบอร์ดเกมแนว Set Collection ผสม Miniature 3D ผู้เล่นทุกคนจะได้แข่งขันกันประกอบ “รถแห่เทียน” แบบ 3D ที่สามารถต่อหรือถอดชิ้นส่วนได้เหมือนเลโก้ โดยใช้การ์ด Action เป็นตัวกำหนดการสร้างและโจมตี เป้าหมายคือสร้างขบวนเทียนให้เสร็จก่อนใครขณะเดียวกันก็ขัดขวางคู่แข่งด้วยการ์ดกลยุทธ์โจมตี
เล่นได้ 2 - 4 คน
เหมาะสำหรับคนที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป
3D in Metaverse
"ผลงานการสร้าง 3D และ Metaverse ของดิฉันในรายวิชา Business for Film โดยได้รับมอบหมายการจัดทำบูธบริษัทจำลอง โจทย์คือ ทำยังไงให้คนมาเข้าชมผลงานได้มากขึ้น? ดิฉันจึงสร้างโมเดล 3D ขึ้นมาจากโปรแกรม Blender โดยเริ่มจาก Concept เดินเข้าไปในหัวหมา(สุนัข) เนื่องจากชื่อบริษัทจำลองคือ Hao House เฮาส์ที่จะเห่าผลงานของคุณออกมาดัง ๆ ให้โลกได้ยิน ทางทีมได้มีการเปรียบเทียบว่าแต่ละคนนั้นเปรียบเสมือนหมา ดิฉันจึงได้จัดทำ Metavere ที่มีทางเข้าเป็นหัวหมาขึ้น เพื่อสื่อว่าผู้ชมกำลังจะเดินเข้าไปดูผลงานที่อยู่ในหัวของพวกเราทุกคน และข้างในก็มีการจัดแสดง Exhibition ของพวกเรา ซึ่งวันจัดแสดงบูธได้เสียงตอบรับค่อนข้างดี"
Concept เมื่อพวกเราเปรียบตัวเองเป็น "สุนัข" ที่พร้อมจะเห่าผลงานคุณภาพให้ดังสนั่น เราจึงสร้างพื้นที่ Metaverse ที่ให้คุณเดิน "เข้าหัวหมา" มาดูให้เห็นกับตาว่าข้างในนั้นคิดอะไรอยู่ นี่คือการเปิดกะโหลกความคิดของ Hao House ที่เปลี่ยนจากความเงียบเป็นเสียงเห่าที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ผ่าน Exhibition แสดงผลงานรูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร