1. การเขียนโครงร่าง
1. การเขียนโครงร่าง
1. ประเด็นปัญหา ประเด็นปัญหาของกลุ่มที่เลือก
2. ชื่อเรื่อง นำประเด็นปัญหาที่เลือกมาตั้งชื่อเรื่องให้น่าสนใจ
3. วัตถุประสงค์
เป็นการกำหนดจุดมุ่งหมายปลายทางที่ต้องการ ต้องเขียนให้ชัดเจนไม่กำกวม อ่านเข้าใจง่ายสอดคล้องกับชื่องาน หากมีวัตถุประสงค์หลายประเด็น ให้ระบุเป็นข้อ ๆ
โดยใช้คำว่า “เพื่อ” เช่น เพื่อศึกษา เพื่อสำรวจ เพื่ออธิบาย เพื่อพัฒนา เพื่อเปรียบเทียบ..กับ.. เพื่อพิสูจน์ เพื่อแสดงให้เห็น เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ เพื่อประเมิน เพื่อสังเคราะห์ เพื่อเปรียบเทียบ...กับ... เพื่อศึกษาอิทธิพลของ...ที่มีต่อ... เพื่อศึกษาผลกระทบของ...เป็นต้น
4. ที่มาและความสำคัญ
ที่มา : ส่วนที่อธิบายว่า โครงงานนี้เกิดจากแนวคิด ความสนใจ หรือปัญหาใด ที่เป็นแรงบันดาลใจให้จัดทำโครงงานขึ้นมา
ควรเขียนอะไรบ้าง?
• สถานการณ์หรือปัญหาที่พบ
• ข้อมูลหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง
• ความสนใจส่วนตัวหรือของกลุ่ม
• แหล่งที่มาของข้อมูลเบื้องต้น (ถ้ามี)
ความสำคัญ : ส่วนที่อธิบายว่า โครงงานนี้มีประโยชน์อย่างไร มีคุณค่าต่อใคร ความสำคัญต่อสังคมอย่างไร หรือนำไปใช้งานได้อย่างไร
ควรเขียนอะไรบ้าง?
• ผลลัพธ์หรือสิ่งที่คาดว่าจะได้รับ
• ใครจะได้รับประโยชน์จากโครงงานนี้ (นักเรียน ชุมชน สังคม ฯลฯ)
• แนวทางการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
• การพัฒนาทักษะของผู้จัดทำ (ถ้าเกี่ยวข้อง)
ตัวอย่างการเขียน :
ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว เราจะพบว่าเกษตรกรจำนวนมากในพื้นที่ชนบทนิยมเผาฟางข้าวเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกใหม่ ซึ่งการเผาดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาหมอกควัน มลพิษทางอากาศ และส่งผลต่อสุขภาพของคนในชุมชน รวมทั้งยังเป็นการทำลายอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ความอุดมสมบูรณ์ลดลง
รายงานการศึกษาค้นคว้าเรื่องนี้ เพื่อจะศึกษาแนวทางลดปัญหาการเผาฟางข้าว และมองหาแนวทางการนำฟางข้าวไปใช้ประโยชน์อื่นแทนการเผา และช่วยสร้างความตระหนักรู้ในหมู่เกษตรกรและเยาวชนเกี่ยวกับผลกระทบจากการเผาฟางข้าว
5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
การบอกถึงว่าเมื่อศึกษาประเด็นปัญหานี้แล้ว คาดว่าจะเกิดประโยชน์ขึ้นกับใครบ้าง ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม โดยระบุให้ชัดเจนว่าใครจะได้รับผลประโยชน์และผลกระทบนั้นในลักษณะอย่างไร เช่น
1) สมาชิกในกลุ่มได้รับความรู้เรื่อง...............................
2) สมาชิกในกลุ่มได้ฝึกความสามัคคี ฝึกการทำงานกลุ่ม
6. ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า เป็นการจำกัดหรือวางกรอบของปัญหา ให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น เช่น
1. ประชากรที่ใช้ในการศึกษา เช่น นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม
2. กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา เช่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม จำนวน 5 ห้อง เป็นนักเรียนทั้งสิ้น 400 คน
3. เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษา มุ่งศึกษาเฉพาะเรื่อง....................................................
4. ระยะเวลา ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ตั้งแต่วันที่...........พฤศจิกายน.........ถึงวันที่.......กุมภาพันธ์.........
7. ขั้นตอนการดำเนินงาน เช่น
1. ประชุมปรึกษาหารือ เสนอความคิดเห็น และคัดเลือกเรื่องที่จะศึกษา
2. เขียนโครงร่าง
3. นำโครงร่างไปปรึกษาและขอคำแนะนำจากคุณครู
4. แบ่งหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มและหาข้อมูลในการดำเนินงาน
5. รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้านำมาวิเคราะห์และเลือกใช้ส่วนที่สำคัญ
6. จัดทำเล่มรายงานการศึกษาค้นคว้า
7. นำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า
8. งบประมาณค่าใช้จ่ายในการศึกษาค้นคว้า (ค่าใช้จ่ายในการศึกษาครั้งนี้มีอะไรบ้าง ถ้ามี) เช่น
1. ค่ากระดาษรายงาน .......... บาท
2. ค่าปริ้นงาน ......... บาท
3. ค่าหน้าปกรายงาน ......... บาท
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ......... บาท
แบบฟอร์มการเขียนโครงร่าง
1. ประเด็นปัญหา...........................................................................................................................................................
2. ชื่อเรื่อง.......................................................................................................................................................................
3. วัตถุประสงค์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ที่มาและความสำคัญ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. ขั้นตอนการดำเนินงาน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. งบประมาณค่าใช้จ่ายในการศึกษาค้นคว้า
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. สมาชิกในกลุ่ม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า
1. ความหมายของรายงานการค้นคว้า
รายงาน หมายถึง การนำเสนอผลของการศึกษาค้นคว้าอย่างมีระบบเป็นการรวบรวมข้อมูล หรือวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน มีหลักฐานอ้างอิงแหล่งที่มาซึ่งจะทำรายงานเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มก็ได้
การเขียนรายงาน เป็นการเขียนที่ต้องใช้ความสามารถในการเรียบเรียงเนื้อหาให้สัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจถูกต้องชัดเจน
2. ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า
การศึกษาค้นคว้า คือ การแสวงหาความรู้ โดยการศึกษาหาความรู้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ทุกวัย ความรู้มีอยู่รอบตัวเรา มิได้มีเพียงในตำรา หรือจากคำบรรยายของครูในห้องเรียนเท่านั้น การแสวงหา ความรู้ หรือการเรียนรู้ เป็นพื้นฐานของการดำเนินชีวิต เพราะคนเราจำเป็นต้องเรียนรู้ตั้งแต่เกิดจนตาย การเรียนรู้ช่วยให้เกิดความคิดในหลายด้านเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านความรู้ ทักษะ และ เจตคติอันเนื่องจากประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนานักเรียนให้เป็นผู้ใฝ่การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นบทบาทสำคัญประการหนึ่งของสถานศึกษาจะเห็นได้ว่าสถานศึกษาแต่ละแห่งสอนให้นักเรียนคิดอย่างมี วิจารณญาณ คิดเป็น ทำเป็น และฝึกการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะออกไปเป็นพลเมืองที่ดีและจรรโลง สังคม ดังนั้นการเรียนรู้แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่จุดหมายนี้ ทำให้นักเรียนสามารถ เรียนรู้ได้กว้างขวาง โดยไม่จำกัดเฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น
3. องค์ประกอบของการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า ประกอบด้วย 3 ส่วนได้แก่ ส่วนนำ ส่วนเนื้อเรื่อง ส่วนท้าย
3.1 ส่วนนำ ได้แก่
1) ปกนอก (ใช้กระดาษปกที่ไม่มีลวดลาย และควรเป็นกระดาษที่เป็นสีอ่อน ไม่ควรใช้สีจัดจ้านเกินไป)
2) ใบรองปก
3) ปกใน (มีเหมือนกับปกนอกแต่ใช้กระดาษ A4 )
4) คำนำ
5) สารบัญ
ตัวอย่าง
3.2 ส่วนเนื้อเรื่อง
1) บทนำ ควรเริ่มต้นเรื่องด้วย บทนำเพื่อเพิ่มความน่าสนใจในรายงาน ชี้แจงให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมของเนื้อเรื่องที่ได้ค้นคว้ามา
2) ส่วนเนื้อหา อาจจะแบ่งเป็นตอน โดยเน้นประเด็นหลักที่สำคัญตามขอบเขตของเนื้อหาและวัตถุประสงค์ที่วางไว้ในการศึกษาค้นคว้าเพื่อให้เข้าใจประเด็นได้ง่าย ต่อเนื่องและสอดคล้องกัน
3) บทสรุปหรือสรุป ให้เขียนสรุปประเด็นสำคัญจากการค้นคว้ามาทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร
3.2 ส่วนท้าย ได้แก่
1) บรรณานุกรม คือ บัญชีรายชื่อหนังสือหรือแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
2) ภาคผนวก คือ เอกสารที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมไว้ในส่วนท้าย
3) ใบรองปกหลัง
4) ปกหลัง
3.4 การเรียงรูปเล่มรายงาน
1. หน้าปก
2. ใบรองปก (กระดาษเปล่า)
3. หน้าปกใน (รายละเอียดเหมือนหน้าปกแต่ใช้กระดาคำนำดาษสีขาว)
4. คำนำ
5. สารบัญ
6. เนื้อเรื่อง
7. บรรณานุกรม
8. ภาคผนวก (ถ้ามี)
9. ใบรองปกหลัง (กระดาษเปล่า)
10. หน้าปกหลัง
4. หลักเกณฑ์การเขียนบรรณานุกรม
1. เขียนคำว่า บรรณานุกรม ไว้กลางหน้ากระดาษ
2. เมื่อเริ่มต้นเขียนให้ชิดขอบกระดาษที่เว้นไว้ประมาณ 1.5 นิ้ว หากบรรทัดเดียวไม่จบ บรรทัดถัดไปให้ย่อเข้ามา 7 ช่วงตัวอักษร
3. เมื่อรวบรวมแหล่งสารนิเทศที่อ้างอิงไว้ครบถ้วนทั้งหมดแล้ว ให้นำมาเรียงลำดับตามตัวอักษรของรายการแรก โดยเรียงตามแบบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ดังนี้
3.1 เรียงตามรูปพยัญชนะ – สระที่ปรากฏ ไม่เรียงตามเสียงที่อ่าน เช่น หย่า เรียงไว้ที่พยัญชนะ ห และ อย่า เรียงไว้ที่พยัญชนะ อ
3.2 คำที่ขึ้นต้นด้วยพยัญชนะเดียวกัน ให้เรียงตามลำดับของตัวอักษรตัวถัดไป โดยเรียงคำที่ประกอบด้วยตัวพยัญชนะล้วนไว้ก่อนคำที่มีรูปสระ
3.3 คำที่ข้นต้นด้วยตัวพยัญชนะเดียวกัน และมีรูปสระกำกับ ให้เรียงตามรูปสระ
3.4 คำที่สะกดด้วยพยัญชนะเดียวกันวรรณยุกต์ต่างกัน ให้ดูพยัญชนะตัวถัดไปไม่ต้องเรียงลำดับตามเสียงวรรณยุกต์
3.5 ตัวเลข สัญลักษณ์ และคำย่อ หากเป็นตัวแรกของรายการของแหล่งสารนิเทศที่ใช้ในการอ้างอิง ให้เรียงไว้ตรงพยัญชนะ และตัวสะกดที่อ่านเสียงออกมา
4. การลงรายการชื่อผู้แต่ง มีหลักเกณฑ์ดังนี้
4.1 คำนำหน้าชื่อให้ตัดทิ้ง ไม่ต้องใส่ไว้ ได้แก่
4.1.1 คำนำหน้าชื่อตามปกติ
4.1.2 ตำแหน่งทางวิชาการ
4.1.3 คำระบุบอกอาชีพ
4.2 คำนำหน้าชื่อที่เป็นบรรดาศักดิ์ เช่น หม่อมเจ้า ให้คงไว้ โดยให้ย้ายสลับไปไว้หลังชื่อ
4.3 ผู้แต่งที่ใช้นามแฝง ให้ใช้นามแฝงนั้นเป็นชื่อผู้แต่งเหมือนผู้แต่งปกติ โดยไม่ต้องเขียนกำกับไว้ว่าเป็นนามแฝง
5.1 การเขียนบรรณานุกรมจากหนังสือ
ชื่อ นามสกุลผู้แต่ง./(ปีพิมพ์)./ชื่อเรื่อง/(พิมพ์ครั้งที่)./สํานักพิมพ์.
ชำนาญ ปาณาวงษ์. (2567). ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ : จากแนวคิดทฤษฎีสู่
การปฎิบัติ (พิมพ์ครั้งที่ 3). สํานักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.
5.2 การเขียนบรรณานุกรมจากเว็บไซต์
ชื่อ นามสกุลผู้เขียน./(วัน/เดือน/ปีที่เผยแพร่)./ชื่อบทความ./ชื่อเว็บไซต์./URL
สุรชาติ บำรุงสุข. (7 สิงหาคม 2566). สงครามยูเครน : สงครามร้อนแรกในสงคราม
เย็นใหม่. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร. https://www.nupress.
grad.nu.ac.th/สงครามยูเครน
5.3 การเขียนบรรณานุกรมจากYouTube
ผู้อัปโหลด./(ปี, เดือน วัน)./ชื่อผลงาน/[วิดีโอ]./ยูทูบ.URL
ประวีณา วิริต. (2566, ธันวาคม 3). การใส่หมายเลขหน้า งานเอกสารที่ทำผ่าน
ไดรฟ์ [วีดีโอ]. ยูทูบ.https://www.youtube.com/watch?
v=lRL_CMGOUPg
5. ภาษาที่ใช้ในการเขียนรายงาน
5.1 ใช้ภาษาทางการ ไม่ใช้ภาษาพูด คำผวน คำแสลง อักษรย่อ คำย่อ
5.2 ใช้คำที่มีความหมายชัดเจนละเว้นการใช้ภาษาฟุ่มเฟือย การเล่นสำนวน
5.3. ระมัดระวังเรื่องการสะกดคำ การแบ่งวรรคตอน การแยกของคำ
***แบ่งวรรคผิดชีวิตเปลี่ยน เช่น
Ø ห้ามข้าราชหญิงสวมกางเกงใน ขณะปฏิบัติหน้าที่
Ø บางคนมีปานที่หาง คิ้ว
Ø ยานี้ดี กินแล้วแข็ง แรงไม่มี โรคภัยเบียดเบียน
Ø วัยรุ่นซิ่งชนเสา ไฟฟ้าดับ
Ø หนูชอบเข้าไปอยู่ในรถ พอจะมีอะไรกันได้มั้ยคะ
5.4 การอธิบายความต้องเลือกใช้คำที่มีความหมายสอดคล้องตรงกับความเป็นจริง
6. ข้อควรระวังในการเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า
6.1 การสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต นักเรียนคัดลอกข้อความจากเว็บไซต์มาโดยไม่เปลี่ยนรูปแบบ
ขนาด และฟอนต์ ทำให้รายงานดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย
6.2 ในการพิมพ์รายงานนักเรียนต้องใช้ฟอนต์ที่เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งฉบับ และไม่ควรใช้ตัวอักษรสี
อื่นนอกจากสีดำ
6.3 การทำรายงานนักเรียนส่วนใหญ่จะนำเนื้อหาที่คัดลอกมาจากเว็บไซต์ มาไว้ในรายงาน โดยไม่หาเพิ่มเติมจากหนังสือในห้องสมุด
6.4 นักเรียนคัดลอกข้อความจากหนังสือมาทั้งหมด ไม่มีส่วนใด ๆ ที่เป็นความคิดเห็นหรือข้อเท็จจริงที่นักเรียนได้คิดขึ้นมา
6.5 นักเรียนจะต้องพิมพ์บรรณนุกรมให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์
6.6 การเรียงบรรณานุกรมให้เรียงตามลำดับตัวอักษร ตามพจนานุกรม ก - ฮ และ A – Z โดยให้เรียงบรรณานุกรมภาษาไทยก่อนภาษาอังกฤษ
6.7 ควรนำหัวข้อมาให้ครูผู้สอนพิจารณาก่อนว่า หัวข้อที่นักเรียนต้องการทำรายงานเหมาะสมมากน้อยเพียงใด
6.8 กระดาษปก ควรเป็นกระดาษที่ไม่มีลวดลายหรือกลิ่นหอม และควรเป็นกระดาษที่เป็นสีอ่อน ไม่ควรใช้สีจัดจ้านเกินไป
ตัวอย่างเล่มรายงาน