*เป็นส่วนหนึ่งของ วิชา การบริหารงานรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน
องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 ในฐานะรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลางทางวิชาการด้านพืช ของประเทศไทย โดยเฉพาะงานอนุรักษ์ทรัพยากรพรรณพืชและ ความหลากหลายทางชีวภาพนอกถิ่นกำเนิด วัตถุประสงค์หลักคือการ รวบรวม อนุรักษ์ พรรณไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์ของไทยอย่างเป็นระบบในพื้นที่สวนพฤกษศาสตร์พร้อมทั้งเป็น แหล่งศึกษา วิจัย ค้นคว้า ทางด้านพฤกษศาสตร์ และ เผยแพร่ความรู้ เกี่ยวกับคุณค่าของพืช รวมถึงการเป็น แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่ประชาชนและเยาวชนทั่วไป
องค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) เป็น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ประเภทส่งเสริม จัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนพฤกษศาสตร์ พ.ศ. 2535 โดยมีสถานะเป็น นิติบุคคล ตามกฎหมาย สังกัดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจหลักในการอนุรักษ์ ศึกษา และวิจัยด้านพฤกษศาสตร์ เพื่อให้ประเทศไทยมีสวนพฤกษศาสตร์ได้มาตรฐานสากลและเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรพรรณพืช.
โครงสร้างองค์กรขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) มี คณะกรรมการองค์การสวนพฤกษศาสตร์ เป็นองค์กรสูงสุดในการกำหนดนโยบาย โดยมี ผู้อำนวยการองค์การฯ เป็นผู้บริหารสูงสุดและเป็นกรรมการและเลขานุการ การบริหารงานแบ่งออกเป็น 5 สำนักหลัก ได้แก่ สำนักวิจัยและอนุรักษ์, สำนักพัฒนาสวนพฤกษศาสตร์, สำนักบริหาร, สำนักส่งเสริมความรู้และกิจการพฤกษศาสตร์ และสำนักตรวจสอบภายใน แต่ละสำนักจะแบ่งส่วนงานย่อยตามภารกิจหลัก ทั้งนี้ อ.ส.พ. มีการจัดตั้ง สวนพฤกษศาสตร์ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อปฏิบัติภารกิจในระดับพื้นที่ด้วย.
การตลาดขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ (อ.ส.พ.) มุ่งเน้นการสร้างรายได้ควบคู่ไปกับภารกิจหลักด้านการอนุรักษ์พืช โดยเปลี่ยนจากการตลาดแบบเดิมสู่ กลยุทธ์เชิงรุก และการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น อ.ส.พ. ใช้สวนพฤกษศาสตร์เป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และ แหล่งเรียนรู้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และผู้สนใจด้านพฤกษศาสตร์ มีการพัฒนา กิจกรรมเชิงพาณิชย์ การขายพรรณไม้หรือผลิตภัณฑ์จากพืช และการให้บริการทางวิชาการ เพื่อเพิ่มยอดขายและรายได้ รวมถึงการ ประชาสัมพันธ์และการสื่อสารการตลาด ผ่านช่องทางที่หลากหลาย เพื่อสร้างความตระหนักในคุณค่าของพรรณพืชไทยและส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรสู่มาตรฐานสากล