ส่วนที่ 2
ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ส่วนที่ 2
ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
สภาพปัญหาที่มา
การจัดการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจในการใช้ภาษาไทย สามารถเลือกใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา และเหมาะสมกับบุคคล กาลเทศะ โอกาส และสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งสามารถนำความรู้และทักษะด้านการฟัง การดู การพูด และการอ่าน ไปใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาภาษาไทยพื้นฐานให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า นักเรียนบางส่วนยังขาดความสามารถในการวิเคราะห์สารจากการอ่านหรือการฟัง โดยเฉพาะการวิเคราะห์ภาษาเชิงวรรณศิลป์ เช่น โวหารภาพพจน์ ตลอดจนการตีความความหมายที่แฝงอยู่ในภาษา นักเรียนจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ทางภาษาไปสู่การใช้ภาษาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังพบว่านักเรียนบางส่วนขาดทักษะสำคัญ ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ การค้นคว้าหาความรู้ การสื่อสาร และการคิดสร้างสรรค์
ด้วยเหตุนี้ ผู้สอนจึงได้ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมศักยภาพของผู้เรียน และตอบสนองต่อการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 จึงเลือกนำ รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-Based Learning : CBL) มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติ การค้นคว้าหาความรู้ และการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง
รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานมุ่งพัฒนาทักษะสำคัญของผู้เรียน 4 ประการ ได้แก่
1. ทักษะการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้นักเรียนสามารถพิจารณาและตีความข้อมูลหรือสารต่าง ๆ ได้อย่างมีเหตุผล
2. ทักษะด้านการค้นคว้าหาความรู้ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายด้วยตนเอง
3. ทักษะด้านการสื่อสาร เพื่อให้นักเรียนสามารถใช้ภาษาไทยในการฟัง พูด อ่าน และเขียนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
4. ทักษะด้านการคิดสร้างสรรค์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สร้างสรรค์แนวคิดและผลงานทางภาษาอย่างมีคุณค่า
รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ กระบวนการ (Process) ซึ่งเป็นขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และ บรรยากาศการเรียนรู้ (Context) ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน
จากเหตุผลดังกล่าว ผู้สอนจึงได้นำรูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานมาทดลองใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การวิเคราะห์โวหารภาพพจน์โดยใช้เพลง เป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงเนื้อหาทางวรรณศิลป์กับสื่อที่ใกล้ตัว เกิดความสนใจในการเรียนรู้ และสามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการคิดสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในสังคมต่อไป
วิธีดำเนินการ
2. วิธีดำเนินการ
ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้สอนได้ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยนำ รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-Based Learning : CBL) มาประยุกต์ใช้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และพัฒนาทักษะสำคัญที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
ผู้สอนได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้เรื่อง การวิเคราะห์โวหารภาพพจน์โดยใช้เพลง เป็นสื่อการเรียนรู้ เนื่องจากเพลงเป็นสื่อที่ใกล้ตัวนักเรียน สามารถสร้างความสนใจและแรงจูงใจในการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาทางภาษาและวรรณศิลป์ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ความหมายของถ้อยคำและภาพพจน์ที่ปรากฏในบทเพลงได้อย่างลึกซึ้ง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ดำเนินการตามกระบวนการของรูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
1. ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Inspiration)
ผู้สอนใช้บทเพลงที่มีการใช้โวหารภาพพจน์มาเปิดให้นักเรียนฟัง พร้อมทั้งตั้งคำถามกระตุ้นความคิด เพื่อให้นักเรียนเกิดความสนใจและตระหนักถึงความงดงามของการใช้ภาษาในบทเพลง
2. ขั้นสำรวจและค้นคว้า (Exploration)
นักเรียนศึกษาความหมายและลักษณะของโวหารภาพพจน์จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น หนังสือเรียน สื่อออนไลน์ หรือใบความรู้ จากนั้นร่วมกันค้นหาตัวอย่างโวหารภาพพจน์ที่ปรากฏในบทเพลง
3. ขั้นวิเคราะห์และอภิปราย (Analysis)
นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อความหรือเนื้อเพลง เพื่อระบุชนิดของโวหารภาพพจน์ อธิบายความหมาย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นภายในกลุ่ม ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และทักษะการสื่อสาร
4. ขั้นสร้างสรรค์ผลงาน (Creation)
นักเรียนสร้างสรรค์ผลงานโดยการแต่งข้อความหรือแต่งเนื้อเพลงสั้น ๆ ที่มีการใช้โวหารภาพพจน์ พร้อมทั้งนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน เพื่อฝึกทักษะการคิดสร้างสรรค์และการสื่อสาร
5. ขั้นสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection)
ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ที่ได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ พร้อมทั้งสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องโวหารภาพพจน์ไปประยุกต์ใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ผู้สอนได้ปรับบรรยากาศการเรียนรู้ (Context) ให้เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของผู้เรียน โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่ม ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ และใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เพลง คลิปวิดีโอ และสื่อดิจิทัล เพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการเรียนรู้
3. ขั้นตอนการตรวจสอบ (C - Check)
ขั้นตอนการตรวจสอบ (Check) เป็นกระบวนการสำคัญในการติดตามและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ เพื่อตรวจสอบว่าการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้หรือไม่ รวมทั้งเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน เรื่อง การวิเคราะห์โวหารภาพพจน์โดยใช้เพลง เป็นสื่อการเรียนรู้ ผู้สอนได้ดำเนินการตรวจสอบผลการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ดังนี้
1. การประเมินผลก่อนเรียน (Pre-test)
ผู้สอนได้จัดทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อวัดความรู้พื้นฐานของนักเรียนเกี่ยวกับโวหารภาพพจน์ และใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับผลการเรียนรู้หลังจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
2. การสังเกตพฤติกรรมระหว่างเรียน
ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของนักเรียนในการทำกิจกรรมกลุ่ม การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การตั้งคำถาม และการนำเสนอผลงาน เพื่อประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน
3. การประเมินผลงานของนักเรียน (Performance Assessment)
ผู้สอนได้ประเมินผลงานของนักเรียนจากกิจกรรมการวิเคราะห์เนื้อเพลง การระบุชนิดของโวหารภาพพจน์ และการสร้างสรรค์ผลงานทางภาษา โดยใช้เกณฑ์การประเมิน (Rubric) ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน
4. การประเมินผลหลังเรียน (Post-test)
หลังจากสิ้นสุดกิจกรรมการเรียนรู้ ผู้สอนได้จัดทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับคะแนนก่อนเรียน เพื่อพิจารณาพัฒนาการของผู้เรียน
5. การสะท้อนผลการเรียนรู้ (Reflection)
ผู้สอนและนักเรียนร่วมกันสะท้อนผลการเรียนรู้ โดยให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ ปัญหาที่พบ และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งต่อไป
4. ขั้นตอนการปรับปรุง (A - Action)
ขั้นตอนการปรับปรุงพัฒนา (Action) เป็นกระบวนการนำผลที่ได้จากการตรวจสอบและประเมินผลการจัดการเรียนรู้มาวิเคราะห์ เพื่อพิจารณาจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และนำไปสู่การปรับปรุงรูปแบบหรือวิธีการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนในระยะยาว
ภายหลังจากการดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การวิเคราะห์โวหารภาพพจน์โดยใช้เพลงเป็นสื่อการเรียนรู้ และได้ทำการประเมินผลตามขั้นตอนการตรวจสอบแล้ว ผู้สอนได้นำผลการประเมินมาวิเคราะห์และดำเนินการปรับปรุงพัฒนา ดังนี้
1. การปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนได้นำผลการสะท้อนจากผู้เรียนและผลการประเมินมาปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น เช่น เพิ่มตัวอย่างโวหารภาพพจน์ที่หลากหลาย ปรับกิจกรรมให้มีความชัดเจน และเพิ่มช่วงเวลาในการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของนักเรียน
2. การพัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้
ผู้สอนได้พัฒนาสื่อการเรียนรู้เพิ่มเติม เช่น การคัดเลือกบทเพลงที่มีการใช้โวหารภาพพจน์ที่ชัดเจน การใช้สื่อดิจิทัล คลิปวิดีโอ หรือใบกิจกรรม เพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายและเกิดความสนใจในการเรียนรู้มากขึ้น
3. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้เรียน
ผู้สอนปรับรูปแบบกิจกรรมให้เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น เช่น การทำกิจกรรมกลุ่ม การนำเสนอผลงาน และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน
4. การนำผลการพัฒนาไปใช้ในครั้งต่อไป
ผู้สอนได้นำแนวทางที่ปรับปรุงแล้วไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในครั้งต่อไป รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูในชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3. ผลลัพธ์ของผู้เรียน
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 86 ขึ้นไป และมีคะแนนผลการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านความรู้ความเข้าใจเรื่องโวหารภาพพจน์
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนมีความสามารถในการวิเคราะห์โวหารภาพพจน์จากบทเพลงได้ดีขึ้น สามารถแสดงความคิดเห็นและสื่อสารได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ การค้นคว้าหาความรู้ และการคิดสร้างสรรค์มากขึ้น รวมทั้งมีความสนใจและมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น