เรื่อง การพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้วิชาศิลปะ 3 (สาระนาฏศิลป์) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ Active Leaning ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
ในการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมาผู้เรียนมีปัญหาในการเรียนวิชาศิลปะ 3 สาระนาฏศิลป์
โดยผู้เรียนบางส่วนสามารถปฏิบัติเท้าได้แต่ไม่สามารถปฏิบัติท่ารำทั้งมือและเท้าพร้อมกันได้ หรือปฏิบัติท่ารำไม่ได้ทั้งมือและเท้า อีกทั้งยังปฏิบัติมือและเท้าไม่ตรงกับจังหวะทำนองเพลง ส่งผลให้การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายหน่วยอยู่ในระดับพอใช้ และอีกปัญหาในการจัดการเรียนรู้คือ ผู้เรียนไม่มีทักษะ พื้นฐานในการปฏิบัติท่ารำมาก่อน จึงต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนค่อนข้างนาน และระยะเวลาในการเรียนรู้มีผลต่อความสามารถในการปฏิบัติท่ารำของผู้เรียน
ดังนั้นครูผู้สอนจึงจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานประเด็นท้าท้าย โดยการพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย เรื่อง รำวงมาตรฐาน เพลงดอกไม้ของชาติ ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
โดยใช้การจัดการเรียนรู้การปฏิบัติแบบร่วมมือเทคนิคกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย เรื่อง รำวงมาตรฐาน เพลง ดอกไม้ของชาติ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้ดียิ่งขึ้นและเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
เรื่อง การพัฒนาสมรรถนะการเรียนรู้วิชาศิลปะ 3 (สาระนาฏศิลป์) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบ Active Leaning ร่วมกับการใช้สื่อการสอนออนไลน์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
ในการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมาผู้เรียนมีปัญหาในการเรียนวิชาศิลปะ 4 สาระนาฏศิลป์
การรำเป็นศิลปะการแสดงที่สะท้อนเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของชาติ โดยเฉพาะ นาฏศิลป์ไทยที่มีแบบแผนท่าทาง ความอ่อนช้อย อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนหรือผู้ฝึกปฏิบัติมักประสบปัญหาในการรำให้ได้ตามหลักที่ถูกต้องและสวยงาม เช่น ท่าทางไม่ถูกต้อง การเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกับจังหวะดนตรี ขาดความอ่อนช้อย หรือไม่สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความหมายของท่ารำได้อย่างชัดเจน ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อคุณภาพของการแสดงและการเรียนรู้ด้านนาฏศิลป์ จึงเกิดความจำเป็นในการศึกษาและแก้ไขปัญหาการปฏิบัติท่ารำให้สวยงาม
การแก้ปัญหาการปฏิบัติท่ารำให้สวยงามมีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะนาฏศิลป์ขอผู้เรียนช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในหลักการรำที่ถูกต้อง สามารถปรับปรุงบุคลิกภาพ ท่าทาง และการเคลื่อนไหวให้มีความอ่อนช้อย สง่างาม และสอดคล้องกับจังหวะดนตรี อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการแสดงส่งเสริมการอนุรักษ์และสืบสานศิลปะวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ต่อไปอย่างมีคุณค่า นอกจากนี้ การพัฒนาการรำให้สวยงามยังสามารถนำไปใช้ในการแสดง การประกวด และการเรียนการสอนนาฏศิลป์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นครูผู้สอนจึงจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานประเด็นท้าท้าย โดยการพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย เรื่อง รำวงมาตรฐาน เพลงหญิงไทยใจงาม ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โดยใช้การจัดการเรียนรู้การปฏิบัติแบบร่วมมือเทคนิคกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย เรื่อง รำวงมาตรฐาน เพลงหญิงไทยใจงามของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้ดียิ่งขึ้นและเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
2.1 จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อ รำวงมาตรฐาน เพลงหญิงไทยใจงาม และแบบประเมินการปฏิบัติท่ารำ แบบประเมินการร้องเพลง แบบประเมินพฤติกรรมใฝ่เรียนรู้
2.2 นำแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง รำวงมาตรฐาน เพลงหญิงไทยใจงาม และแบบประเมินการปฏิบัติท่ารำ แบบประเมินการร้องเพลง แบบประเมินพฤติกรรมใฝ่เรียนรู้ ไปใช้จัดการเรียนการสอนกับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
2.3 บันทึกผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เกิดขึ้นแล้วจึงแจ้งให้ผู้เรียนทราบ หากมีผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนช่วงนอกเวลาเรียน และครูผู้สอนทำการทดสอบใหม่จนกว่า ผู้เรียนจะมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
1. เชิงปริมาณ
🎯เป้าหมาย ⁚ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการการพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย เรื่อง รำวงมาตรฐานเพลงหญิงไทยใจงาม ร้อยละ 60 ขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70
💡ผลลัพธ์ ⁚ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการการพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย เรื่อง รำวงมาตรฐานเพลงหญิงไทยใจงาม ร้อยละ 60 ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 70
2. เชิงคุณภาพ
🎯เป้าหมาย ⁚ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการการพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย เรื่อง รำวงมาตรฐาน เพลงหญิงไทยใจงาม มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากขึ้นไป
💡ผลลัพธ์ ⁚ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการการพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย เรื่อง รำวงมาตรฐาน เพลงหญิงไทยใจงาม มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากขึ้นไป