ประเด็นท้าทาย
เรื่อง รูปแบบการนิเทศภายในเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
1.สภาพปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาและคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งส่งผลกระทบทุกประเทศทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรง ทำให้ทุกหน่วยงานการศึกษาต้องปรับตัว โดยกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย ได้ให้แนวทางการจัด การเรียนการสอนในช่วงการระบาด ให้โรงเรียนได้ปฏิบัติ ตามบริบทของโรงเรียนเอง อาทิเช่น การจัดการเรียน การสอนในชั้นเรียนปกติ (Onsite) การจัดการเรียนการสอนผ่านโทรทัศน์ (On-air) การจัดการเรียนการสอน แบบออนไลน์ (Online) เป็นต้น ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สถานศึกษาทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ไม่สามารถเปิดเรียนในรูปแบบการสอนในชั้นเรียนปกติ (Onsite) ได้
จากผลกระทบดังกล่าวทำให้ ผู้บริหาร คณะครู นักเรียนและผู้ปกครองโรงเรียนวัดแม่แก้ดน้อย ต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลง ตนเองอย่างฉับพลัน โดยกลุ่มบริหารงานวิชาการ ได้มีการกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย สอดคล้องตามความพร้อมและความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง ทั้งนี้เพื่อให้กิจกรรมการเรียนการสอนดำเนินเป็นไปอย่างปกติและมีประสิทธิภาพ การนิเทศภายในจึงเป็นกระบวนที่สำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา กระบวนการนิเทศที่มีประสิทธิภาพย่อมส่งผลต่อคุณภาพการจัดการเรียนรู้ และส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนในที่สุด
ผู้รายงาน จึงได้ดำเนินการปรับและพัฒนารูปแบบของการนิเทศภายในให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกำกับ ติดตามและให้ความช่วยเหลือครูผู้สอน เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ตลอดจนเป็นการสร้างการทำงานร่วมกันของครูแบบกัลยาณมิตร ร่วมมือรวมพลังของทุกฝ่ายในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี คนเก่งและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและปรับประยุกต์การดำเนินงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19)
2. วิธีดำเนินการ
ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนารูปแบการนิเทศภายในโดยใช้วงจรคุณภาพ PDCA ดังนี้
ขั้นวางแผน (PLAN)
1. ประชุมคณะกรรมการวิชาการโรงเรียนและหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกลุ่ม
2. ระดมความคิดเห็นโดยนำผลที่เกิดขึ้นในปีการศึกษาที่ผ่านมาเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนใหม่ ให้รอบคอบและรัดกุม
3. กำหนดปฏิทินการดำเนินการให้ชัดเจน พร้อมจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ
4. ร่วมกันจัดทำคู่มือและเกณฑ์การนิเทศการสอนที่สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน
ขั้นดำเนินการ (DO)
1. คณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งดำเนินการนิเทศภายในตามปฏิทินที่กำหนดโดยแจ้งให้ครูผู้รับการนิเทศทราบก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์
2. ใช้กระบวนการนิเทศรูปแบบกัลยาณมิตร เป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน
ขั้นตรวจสอบ (CHECK)
1. สรุปผลการนิเทศรายบุคคล รายกลุ่มสาระฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือครูที่ต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม
2. จัดนิเทศการสอนซ้ำ สำหรับครูผู้ที่ยังพบข้อที่ต้องพัฒนา โดยใช้กระบวนการ Coaching & Monitoring
ขั้นสรุปและรายงานผล (ACT)
จัดทำสรุปรูปเล่มรายงานผลการดำเนินงานเพื่อใช้เป็นสารสนเทศของโรงเรียน
3. ผลลัพธ์การพัฒนา (สูงกว่าที่คาดหวัง)
เชิงปริมาณ
1. ครูร้อยละ 100 ได้รับการนิเทศการสอนในรูปแบบกัลยาณมิตร
(ค่าที่คาดหวัง ร้อยละ 90)
2. ครูร้อยละ 93 มีผลการนิเทศการสอนอยู่ในระดับดีมาก ขึ้นไป
(ค่าที่คาดหวัง ร้อยละ 80)
3. นักเรียนร้อยละ 100 ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพ (ค่าที่คาดหวัง ร้อยละ 90)
4. โรงเรียนได้ดำเนินการตามแผนการนิเทศครบทุกขั้นตอน
เชิงคุณภาพ
1. โรงเรียนมีคู่มือและแผนการนิเทศภายในที่มีประสิทธิภาพ ปฏิบัติได้จริงและสอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน
2. ครูเป็นครูมืออาชีพและร่วมกันจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ครูเกิดความภาคภูมิใจในวิชาชีพ และมุ่งมั่นพัฒนาตนเองเป็นครูมืออาชีพ อย่างมีมาตรฐาน และรักษาระดับคุณภาพไว้อย่างต่อเนื่อง
รูปภาพบรรยากาศการนิเทศภายใน