ประเพณี "กวนข้าวมธุปายาส" ชุมชนชาวอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร สืบทอดประเพณี "กวนข้าวมธุปายาส" นำไปทำบุญกับทางวัดในช่วงวันวิสาขบูชา โดยชาวบ้านรวมกับคณะสงฆ์จัดกันต่อเนื่องที่ลานบริเวณวัดหนองต้นพลวง ต.หนองหญ้าไทร อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร ปีนี้จัดขึ้นวันที่ 14 พฤษภาคม 2565
ในครั้งนี้มี นายเรืองเดช สร้อยคำ นายอำเภอสากเหล็กเป็นประธาน และนางนภาพร นาคเสวก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหญ้าไทร นำชาวบ้านร่วมกันสืบสานประเพณีกวนข้าวมธุปายาส หรือข้าวทิพย์ ซึ่งชาวบ้านได้ยึดถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นการจัดงานต่อเนื่องปีที่ 24 เพื่อระลึกถึงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเหตุการณ์ที่นางสุชาดา ได้กวนข้าวทิพย์ แล้วนำไปถวายพระพุทธเจ้า ก่อนที่จะตรัสรู้ 1 วัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เทิดทูนพระเกียรติคุณด้วยความกตัญญูกตเวทิตาธรรม โดยทางวัดและชาวบ้านมีการกวนข้าวทิพย์จำนวน 13 กระทะ ทั้งนี้ชาวบ้านจะนำเอาส่วนผสม 10 อย่าง ที่ประกอบไปด้วย แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว นมข้น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง เนย งา น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทรายขาว และ กะทิ ใส่ลงในกระทะขนาดใหญ่ ตั้งไฟอ่อนแล้วนำไม้พายลงไปกวนให้เข้ากัน จนเกิดความเหนียว
ซึ่งต้องใช้ความสามัคคีและความอดทน กวนข้าวทิพย์นานกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนจะนำข้าวทิพย์ที่ได้ ไปทำบุญกับทางวัดต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องในวันวิสาขบูชา และแจกจ่ายให้ชาวบ้านได้นำไปรับประทานเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ
ในการแต่งกาย โหราจารย์จะนุ่งผ้าขาวโจงกระเบน สวมเสื้อชั้นในชั้นนอกสีขาว แขนยาว มีสไบเฉียง 1 ผืน ถ้ามีเสื้อครุยให้สวมเสื้อครุยแทนสไบเฉียง ส่วนเทวดาก็แต่งตัวเหมือนกับโหราจารย์ ส่วนนางฟ้าควรเลือกสตรีสาวรูปงาม นุ่งผ้าจีบ ห่มสไบเฉียง สวมมงกุฎ ซึ่งนางสุชาดาและสาวพรหมจารี แต่งชุดขาวทั้งชุด นุ่งผ้าจีบ ห่มสไบเฉียง โดยนางสุชาดาควรเป็นหญิงที่มีสามีแล้ว แต่สาวพรหมจารีควรเป็นเด็กหญิงที่ยังไม่มีประจำเดือน หรือสตรีที่ยังไม่เคยต้องประเวณี และต้องกราบพระเป็นและรับศีลได้ แต่จะพบว่าปัจจุบันความเคร่งครัดในเรื่องการแต่งกายได้ลดน้อยลง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ ผู้เข้าร่วมพิธีจึงแต่งกายสวยงามตามสมัยนิยมแทนก็มี
สำหรับข้าวทิพย์มธุปายาส หรือข้าวทิพย์นี้ เป็นอาหารที่รวมโอชารสต่างๆ ไว้พร้อมบริโภคแล้วจะได้รับประโยชน์ มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วนตามหลักโภชนาการสมกับเป็นข้าวทิพย์ รวมอเนกรส ยากที่จะทำขึ้นบริโภคได้ เมื่อผู้ใดได้บริโภคแล้วจะทำให้มีกำลังแข็งแรง มีคุณค่าอาหาร คงอยู่ในตัวได้นาน พิจารณาแล้ว จะเป็นทางสนับสนุนข้าวทิพย์ของนางสุชาดา ที่นำไปถวายพระพุทธเจ้าในวันตรัสรู้ชาวบ้านเชื่อกันว่า เมื่อทำครบถ้วนตามพิธีแล้วจะเป็นสิริมงคลแด่ผู้ทำและผู้บริโภค และตามความเชื่อ หากผู้ที่ได้บริโภคข้าวทิพย์แล้วจะประสบโชคลาภ ปราศจากโรคภัย และถือว่าเป็นการทำบุญใหญ่ ในช่วงวันสำคัญของพระพุทธศาสนา และเป็นการสืบสานประเพณี ให้กับเยาวชน รุ่นหลังได้สืบทอดต่อไปอีกด้วย....
อ้างอิง
https://d.dailynews.co.th/article/573016/
ผู้เขียน นางสาวศิริรัตน์ ชูจิ๋ว ครู กศน.ตำบลหนองหญ้าไทร
ภาพ : นางสาวศิริรัตน์ ชูจิ๋ว