ชื่อ-สกุล นางสาวกิตยาภัทร์ ลมเชย
คุณวุฒิ ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต
(ค.บ.ภาษาไทย)
เกิดเมื่อ 30 ธันวาคม 2535
บรรจุรับราชการ 27 กันยายน 2560
ตำแหน่ง ครู
วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านสะเดาใหญ่
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 3
สำนักงานคณะกรรมการการศึกาาขั้นพื้นฐาน
ส่วนที่ 1 การประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ และแผน IEP 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กรรมการกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานวิชาการ งานธุรการชั้นเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานบุคคล เจ้าหน้าที่ข้อมูล (DPA) 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานบริหารทั่วไป งานจัดสถานที่ 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รวม 15 ชั่วโมง/สัปดาห์
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นท้าทาย
เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกระบวนการสอนแบบ GPAS 5 Steps ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2567
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการจัดการเรียนการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาไทยพบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องการอ่านจับใจความสำคัญอยู่ จึงส่งผลทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งคาดว่าสาเหตุดังกล่าวมาจากการที่นักเรียนยังขาดทักษะการอ่านจับใจความสำคัญที่ถูกต้อง เพราะทักษะในด้านการอ่านเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการอ่านจับใจความสำคัญ เพื่อสรุปความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน
ข้าพเจ้าในฐานะผู้สอนได้เห็นถึงปัญหาดังกล่าว และได้หาแนวทางเพื่อที่จะแก้ปัญหาการพัฒนานักเรียนด้านการอ่านที่เหมาะสมกับบริบทของนักเรียนให้มากที่สุด จึงเป็นที่มาของประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญเพื่อเพิ่มระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ด้วยกระบวนการสอนแบบ GPAS 5 Steps การจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Step เป็นการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง มาแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายหลักการอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ (K)
2. อ่านจับใจความสำคัญจากสื่อต่างๆ ได้ (P)
3.. เห็นความสำคัญของการอ่านจับใจความสำคัญและตระหนักถึงมารยาทในการอ่าน (A)
3. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแกนกลาง และหลักสูตรผู้เรียนต้องรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
2.2 จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ โดยเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เน้นการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและสนับสนุนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างการเรียนรู้ ผ่านการพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญจากสื่อต่างๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
2.3 จัดทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากสื่อต่างๆ
2.4 จัดทำแบบฝึกทักษะ เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากสื่อต่างๆ ดังนี้
1) การอ่านจับใจความจากข้อความต่างๆ
2) การอ่านจับใจความสำคัญจากบทความ
3) การอ่านจับใจความสำคัญจากข่าว
4) การอ่านจับใจความจากสารคดี
2.5 ให้คุณครูที่สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การเฉลยของตัวอย่าง กิจกรรม และแบบฝึกหัด พร้อมทั้งเสนอแนะ เพื่อปรับปรุง แก้ไข
2.6 นำหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากสื่อต่างๆ
ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ตามแนวทาง Active learning โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ควบคู่ไปกับสื่อวีดีทัศน์ มาใช้สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ มีการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน มีการเก็บคะแนนจากชิ้นงานที่นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่งกระบวนการ GPAS 5 Steps มี 5 ขั้นตอนดังนี้คือ
การจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Step เป็นการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง ประกอบด้วย
Step 1 : ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) การตั้งคำถามให้นักเรียนค้นหาจุดสนใจที่ต้องการเรียนรู้ กำหนดเป้าหมายและวิธีการรวบรวมข้อมูลในสิ่งที่ต้องการศึกษา ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้
Step 2 : ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) เป็นการจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูลในลักษะต่าง ๆ เช่น การจำแนก เปรียบเทียบ จัดลำดับ เป็นต้น และสรุปสาระสำคัญ ความคิดรวบยอด หลักการที่ได้จากการจัดกระทำข้อมูล พร้อมแสดงความคิดเห็น สรุปความรู้ความเข้าใจในบทเรียนด้วยตนเอง ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ
Step 2 : ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) เป็นการจัดกระทำและวิเคราะห์ข้อมูลในลักษะต่าง ๆ เช่น การจำแนก เปรียบเทียบ จัดลำดับ เป็นต้น และสรุปสาระสำคัญ ความคิดรวบยอด หลักการที่ได้จากการจัดกระทำข้อมูล พร้อมแสดงความคิดเห็น สรุปความรู้ความเข้าใจในบทเรียนด้วยตนเอง ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ
Step 3 : ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)) เป็นการตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาให้นักเรียนได้เชื่อมโยงความรู้ที่ได้สู่การปฏิบัติ รวมทั้งแสดงความคิดเห็น การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม และสรุปองค์ความรู้จากการปฏิบัตินั้น ขั้นสื่อสารและนำเสนอ
Step 3 : ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)) เป็นการตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาให้นักเรียนได้เชื่อมโยงความรู้ที่ได้สู่การปฏิบัติ รวมทั้งแสดงความคิดเห็น การตัดสินใจเลือกวิธีปฏิบัติที่เหมาะสม และสรุปองค์ความรู้จากการปฏิบัตินั้น ขั้นสื่อสารและนำเสนอ
Step 4 : ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) เป็นการออกแบบการนำเสนอข้อมูลองค์ความรู้ที่ได้เรียนรู้เพื่อสื่อสารกับผู้อื่นอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ อภิปรายและแสดงความคิดเห็น ฝึกปฏิบัติการสื่อสารและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ที่เลือกปฏิบัติและขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ
Step 5 : ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) เป็นสร้างคุณค่าให้ผลงาน ต่อยอดประโยชน์สู่สังคม สามารถขยายผลหรือต่อยอดองค์ความรู้นั้นเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม การตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูล วิธีวิเคราะห์ข้อมูล
บันทึกคะแนนก่อนเรียน – หลังเรียน
เรื่อง การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
จากตารางจะเห็นได้ว่านักเรียนทั้งหมดมี 13 คน ไม่เข้าเรียน 3 คน ซึ่งจากการทดสอบก่อนเรียน เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญจากสื่อต่างๆ ผลการทดสอบก่อนเรียนนักเรียนไม่ผ่านร้อยละ 70 จำนวน 10 คน
ผลจากการทดสอบหลังเรียนนักเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน 10 คนและผ่านเกณ์ร้อยละ 70 จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 90 ของนักเรียนทั้งหมด
และได้คะแนนร้อยละ 65 จำนวน 1 คน ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ คิดเป็นร้อยละ 10 ของนักเรียนทั้งหมด
หมายเหตุ จากตารางนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 1 คน เป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ทางการเรียน และนักเรียนที่ไม่เข้าเรียน(ขาดประจำนวน 3 คน) ไม่ได้คิดคะแนน เนื่องจากไม่ได้ทำแบบทดทสอบก่อนเรียนและหลังเรียนได้
ผลลัพธ์ในการพัฒนาตามประเด็นท้าทาย
ผลลัพธ์ในการพัฒนาตามประเด็นท้าทาย
ผลจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการ แบบ Active Learning ใช้เทคนิคการสอนแบบผ่านการพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps พบว่าผู้เรียนมีความสุขพึงพอใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ และทำมีคะแนนการทดสอบหลังเรียนที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้นทำให้เห็นได้ว่านักเรียนที่ได้ผ่านการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการดังกล่าวสามารถทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยสูงขึ้น
เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 70 สามารถอ่านจับใจความสำคัญ ได้ถูกต้อง หลังจากได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps
และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยเพิ่มสูงขึ้น
เชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะการอ่านจับใจความสำคัญที่ดีขึ้น ตลอดจนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย