ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนคำยางพิทยา
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รวม 16.40 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาภาษาไทย ท21101 (ม.1) จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาหน้าที่พลเมือง (ส20231) จำนวน 1.40 ชั่วโมง /สัปดาห์
- รายวิชาภาษาไทย ท31101 (ม.4) จำนวน 2 ชั่วโมง /สัปดาห์
- รายวิชาภาษาไทย ท32101 (ม.5) จำนวน 4 ชั่วโมง /สัปดาห์
- รายวิชาภาษาไทย ท33101 (ม.6) จำนวน 4 ชั่วโมง /สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน รวม 2.40 ชั่วโมง/สัปดาห์
- ลูกเสือเนตรนารี จำนวน 50 นาที/สัปดาห์
- ชุมนุมภาษาไทย จำนวน 50 นาที/สัปดาห์
- ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ จำนวน 50 นาที/สัปดาห์
#########################################
คำสั่งแต่งตั้งครูเข้าสอนภาคเรียนที่ 2/2566
#########################################
- งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมหน้าเสาธง โฮมรูม จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เวรประจำวัน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
########################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเยี่ยมบ้าน ปีการศึกษา 2567
คำสั่งแต่งตั้งครูที่ปรึกษา ภาคเรียนที่ 1/2567
คำสั่งแต่งตั้งครูเวรประจำวัน ภาคเรียนที่ 1/2567
########################################
กลุ่มงานบริหารงานงบประมาณ
- หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงบประมาณ จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่งานแผน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
######################################
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่งานตามสายงานบริหารราชการโรงเรียน ประจําปีการศึกษา 2567
######################################
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำยางพิทยา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การแก้ปัญหาการอ่านนั้น มีนักการศึกษาและผู้สนใจจำนวนมาก ดังเช่น สุนันทามั่นเศรษฐวิทย์ (2526 : 45)ได้แนะนำวิธีแกปญหาสรุปได้ว่าครูตองนำความรูในด้านจิตวิทยาพัฒนาการของเด็กจิตวิทยาการอ่านวิธีสอนและวิธีการนำวัสดุอุปกรณ์มาช่วยใหนักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านซึ่งตรงกับ เถกิงกิจ แก้วเสน่ห์(2541 : 18) ที่กล่าวว่า “ หากจะอ่านจับใจความได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องฝึกหัดให้ถูกวิธีของการอ่านรวมทั้งตองได้ฝึกหัดอย่างเคร่งเครียด” โดย เฉพาะนิทานมีความเหมาะสมที่จะนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาและสงเสริมการอ่านเนื่องจากนิทาน เกี่ยวของกับชีวิตความเป็นยูของนักเรียนทำใหนักเรียนเกิดความสนใจอยากรูอยากอ่านดังที่Egan (1983 : 13)ได้กล่าวถึงการนำนิทานไปใชในการสอนอ่านว่า“นิทานสามารถนำไปใชในการ สอนอ่านได้อย่างเหมาะสมเพราะมีรูปแบบง่าย เนื้อเรื่องนาสนใจและนักเรียนมีความคุนเคยกับ นิทานมาก่อนช่วยให้นักเรียนมีความสามารถในการอ่านดีขึ้น” และวิไลวรรณคณิตฐานันท์ (2530 : 33) กล่าวไว สรุปได้ว่าการนำนิทานมาใชเพื่อพัฒนาการสอนอ่านจะชวยกระตุนใหนักเรียนกระตือรือร้น และมีทัศนคติที่ดีตอการอ่าน สอดคลองกับ Fuhler (1990: 3) ที่กล่าวว่า “ ควรดึงเอาความดีที่ซอนอยูใน นิทานมาเป็นฐานการอ่านเพราะจะช่วยให้เด็กสนุกสนานกับจินตนาการและประสบการณใหม่ ๆ รวมทั้งช่วยปรับปรุงประสบการณเด็กใหดียิ่งขึ้นด้วย และ Diakiw(1990: 51)ได้กล่าวสนับสนุนว่า เมื่อนำนิทานมาใชสอนครูจะพบวาการสนองตอบต่อนิทานของนักเรียนทที่กระตือรือร้น จะนำไปสู่กิจกรรมการอ่านอยางมากมายและลักษณะเรื่องที่ ควรนำมาใหเด็กอ่านควรเป็นนิทานที่เป็นเรื่องมหัศจรรย์หรือนิยายสมจริงเพราะเรื่องเหลานี้จะทำใหเด็กเกิดจินตนาการและเขาใจสังคมในโลกของตนและของผู้อื่น ซึ่งสุวรรณวรางค์ กุลพานิชยพรรณ (2561) ได้วิจัยการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้นิทานเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนบ้านเกาะ สำนักงานเขตมีนบุรี ผลการวิจัยพบว่าผลการพัฒนาพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้นิทาน ผลการวิจัยพบว่าทำ ให้นักเรียนมีความสนใจ กระตือรือร้น สนุกสนาน และได้มีโอกาสสร้างประสบการณ์ให้กับตนเองเพื่อเรียนรู้ทำให้นักเรียนสามารถปรับตัวได้และอยากเรียนรู้ในบทเรียนสามารถจดจำ เนื้อหาได้ดีขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาทักษะการฟังการพูด การอ่านและการเขียนอีกด้วยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการการวิเรียนรู้ภาษาไทยที่เรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้นิทานมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 80.83ของคะแนนเต็ม และจำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 82.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ดังนั้นนิทานจึงมีความเหมาะสมที่จะนำมาใชเป็นการสอน เพื่อพัฒนาการอานของนักเรียน
ด้วยเหตุนี้ ผู้ศึกษาจึงสนใจศึกษาค้นคว้าแนวทางแก้ไขผลสมฤทธิ์ด้านการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้นิทานพื้นบ้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำยางพิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการอ่านจับใจความสำคัญ เนื่องจาก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำยางพิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ชอบฟังนิทานจากการเรียนการสอน เรื่องวรรณกรรมท้องถิ่น เนื่องจากนิทานมักอยู่ในความสนใจของเด็ก และยังสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้อย่างดี จะยังเป็นสื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านได้
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
ผู้ศึกษาได้พัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยดังนี้
1. การสร้างและหาประสิทธิภาพแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้นิทานพื้นบ้านของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำยางพิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ได้ดำเนินการดังนี้
1.1 ออกแบบแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ได้ยึดหลักการสอนที่เรียงลำดับจากความสามารถพื้นฐานของนักเรียนที่ทำได้ดังนี้
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้นิทานพื้นบ้านได้เรียงลำดับกิจกรรมดังนี้
1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ปู่ปันแน
2.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เซี่ยงเมี่ยงแบ่งช้าง
3.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 ใครโง่กว่าใคร
1.2 จัดพิมพ์เนื้อหาและจัดทำสื่อประกอบแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้นิทานพื้นบ้าน ตรวจทานความถูกต้องและแก้ไข
1.3 การหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความผู้ศึกษาได้นำเครื่องมี่สร้างเสร็จแล้วนำไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระตรวจและให้ความเห็นชอบจากนั้นนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน พิจารณาความสอดคล้อง ถูกต้องของหลักการ โครงสร้างของสื่อ เนื้อหาและรูปแบบของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้นิทานพื้นบ้าน
1.4 ปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้นิทานพื้นบ้าน หน่วยการเรียนรู้เรื่อง การอ่านจับใจความในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เหมาะสม ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ
1.5 หาค่าประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความโดยใช้นิทานพื้นบ้าน ใช้การทดลองแบบหนึ่งต่อหนึ่ง (1:1) คือ การทดลองกับผู้เรียน 3 คน ใช้ผู้เรียนที่มีทักษะการเรียนรู้สูง ปานกลาง และ น้อยคัดเลือกมาจากห้องเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างในระดับชั้นเดียวกัน จากนั้น จึงได้ดำเนินการทดสอบเพื่อนำผลการทดสอบที่ได้มาหาประสิทธิภาพ พบว่า มีคะแนนก่อนเรียนอยู่ที่ 7 และหลังเรียนอยู่ที่ 17 แล้วจึงได้นำผลการทดสอบมาพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ให้ดีขึ้น
1.6 นำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ใช้นิทานพื้นบ้านเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนคำยางพิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ที่พัฒนาแล้วไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างแบบกลุ่มเล็ก โดยการทดลองกับผู้เรียนจำนวน 9 คน จากห้องเรียนในระดับชั้น ม.5 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างพบว่า ร้อยละของผลการทดสอบระหว่างเรียนอยู่ที่ 6 คะแนน และผลการทดสอบหลังเรียนอยู่ที่ 18 คะแนน จากนั้นนำมาเก็บข้อมูล พัฒนาและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ให้สมบูรณ์
1.7 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แล้วไปใช้ในการวิจัยกลุ่มตัวอย่างตามลำดับ
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.ได้พัฒนาผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการอ่านจับใจความของนักเรียนให้สูงขึ้น
2.ได้พัฒนานวัตกรรมการอ่านจับใจความโดยใช้สื่อนิทานพื้นบ้านเพื่อใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ
3. ผู้ที่สนใจศึกษาหรือผู้สอนสามารถนำผลการใช้นวัตกรรมการฝึกอ่านจับใจความของนักเรียนหรือเป็นข้อมูลในการศึกษาเรื่องที่เกี่ยวข้อง
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ร้อยละ 70 มีทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ สูงขึ้น และผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้การสอนแบบมีฝึกทักษะ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ ในระดับดี
ตัวชี้วัด (Indicators)
ผู้เรียนร้อยละ 70 มีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนของครู อยู่ในระดับมากขึ้นไป
รายวิชาภาษาไทย ภาคเรียนที่ 2/2566 มีจำนวนผู้เรียน 304 คน มีค่าเฉลี่ยผลการเรียนตั้งแต่ 2.0 ขึ้นไป ร้อยละ 94.1
คลิปวิดีโอการจัดการเรียนรู้