การเล่นทายของที่ซ่อนไว้ในสุ่ม (ตะกร้าหวายขนาดเล็ก) โดยสลับตำแหน่งสุ่มแล้วให้ทายว่าอะไรอยู่ในไหน
เสริมทักษะการสังเกตและความจำ
การเล่นทายของที่ซ่อนไว้ในสุ่ม (ตะกร้าหวายขนาดเล็ก) โดยสลับตำแหน่งสุ่มแล้วให้ทายว่าอะไรอยู่ในไหน
เสริมทักษะการสังเกตและความจำ
ใช้ไม้ตีลูกกลม ๆ คล้ายฮอกกี้พื้นบ้าน แข่งขันกันเป็นทีม
ฝึกประสานงานในกลุ่มและความคล่องตัว
เด็กคนหนึ่งเป็น "แมงมุม" ไล่จับคนอื่นที่เป็น "แมลง" ที่ต้องวิ่งหนี
สนุก สนาน และฝึกไหวพริบ
สองคนจับแขนแล้วผลัดกันเป็นม้า-คนขี่
เดินด้วยฝ่าเท้าบนกะลา ผูกเชือก
ใช้ไม้ไผ่เหลาเป็นลูกข่าง หมุนด้วยเชือก
เดินต่อเท้ากันเป็นแถว ฝึกสมดุล
ม้าจกคอก: คล้ายกับการละเล่นลาวกระทบไม้ของภาคกลาง เป็นการละเล่นที่สนุกสนาน มีจังหวะและความพร้อมเพรียง มักเล่นในวันขึ้นปีใหม่ของล้านนา (สงกรานต์)
การละเล่นที่ใช้ลานกว้าง ผู้เล่นจะยืนเป็นแนวแล้วกระโดดหลบผู้ที่คอยจับ คล้ายกับมอญซ่อนผ้า
เป็นการละเล่นที่ผู้เล่นคนหนึ่งเป็น "จิ" คอยไล่แตะผู้เล่นคนอื่นให้ "กระด้าง" (แข็ง) ส่วนผู้เล่นที่ยังไม่โดนสามารถมา "จิ๊" เพื่อช่วยเพื่อนให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้
การละเล่นของเด็กๆ ที่ใช้ยางวงหรือหนังยางรัดของมาปั่นแข่งกันบนพื้นราบ
การนำแมลงกว่างมาชนกัน เป็นการละเล่นที่ได้รับความนิยมในอดีต
การละเล่นที่ใช้ลูกช่วง (ลูกบอลเล็กๆ) โยนรับส่งกัน บางครั้งอาจมีบทร้องประกอบ
เป็นการละเล่นที่เน้นนาฏศิลป์ เช่น ฟ้อนเทียน ฟ้อนเล็บ (ฟ้อนเมือง) ฟ้อนลาวแพน ฟ้อนเงี้ยว ฟ้อนดาบ ซึ่งแต่ละฟ้อนก็มีลีลา เครื่องแต่งกาย และดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
การแข่งขันเรือบก: เป็นการจำลองการแข่งเรือในบก โดยผู้เล่นจะใช้ท่าทางและอุปกรณ์จำลองคล้ายเรือ
ขี่ม้าก้านกล้วย: เด็กๆ ใช้ก้านกล้วยมาทำเป็นม้า แล้ววิ่งเล่นไปมา คล้ายกับการขี่ม้าจริงๆ
ซอ: การขับร้องโต้ตอบกันระหว่างชายหญิง หรือช่างซอ (นักร้องพื้นบ้าน) มีเนื้อหาหลากหลาย ทั้งเกี้ยวพาราสี บรรยายเรื่องราว หรือให้ข้อคิด มักมีเครื่องดนตรีเช่น ซึง สะล้อ ประกอบ
จ๊อย: การขับร้องที่เป็นการเอื้อนเสียงยาวๆ มีทั้งจ๊อยคำเมืองที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และจ๊อยประกอบการแสดง
หมากเก๊: เป็นการละเล่นที่ใช้เมล็ดพืชหรือก้อนหินเล็กๆ มาวางเรียงกันแล้วเล่นตามกติกา
หมากล้อกลิ้ง: การละเล่นที่ใช้ล้อไม้หรือสิ่งของทรงกลมมากลิ้งแข่งขันกัน
ตีคลีไม้ขนไก่
อุปกรณ์: ไม้คลีและลูกขนไก่ทำจากไม้ไผ่
วิธีเล่น: ผู้เล่นสองฝ่ายใช้ไม้คลีตีลูกขนไก่โต้กันไปมา พยายามไม่ให้ตกพื้น
ลักษณะคล้าย: แบดมินตันพื้นบ้าน
จุดเด่น: ฝึกสมาธิ การเคลื่อนไหว และความแม่นยำ
สะบ้า
อุปกรณ์: เมล็ดสะบ้าหรือเมล็ดมะค่า
วิธีเล่น: ผู้เล่นสองฝ่ายจะผลัดกันโยนเมล็ดสะบ้าไปชนเมล็ดของฝ่ายตรงข้ามให้กระเด็นออกจากวง หรือให้ล้ม
วัตถุประสงค์: เพื่อความสนุกสนาน ใช้ทักษะการเล็งและแรงส่ง
นิยมเล่นใน: งานบุญเดือนสี่ เดือนห้า หรือในช่วงสงกรานต์
ฟ้อนเล็บ (ฟ้อนเมือง): เป็นการฟ้อนที่มีชื่อเสียงที่สุดของภาคเหนือ ผู้ฟ้อนจะสวมเล็บทองเหลืองที่ปลายนิ้ว แสดงถึงความอ่อนช้อยงดงาม มักใช้ในการต้อนรับแขก หรือในงานเทศกาลสำคัญ
ฟ้อนเทียน ผู้ฟ้อนจะถือเทียนจุดไฟในขณะฟ้อน ซึ่งให้ความรู้สึกสงบและอ่อนโยน นิยมใช้ในงานบุญ งานพิธี หรือแห่ขบวนต่างๆ
เป็นการฟ้อนเพื่อบูชาพระพุทธรูป หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยผู้ฟ้อนจะถือขันดอกไม้ในการร่ายรำ
ฟ้อนสาวไหม: เป็นการฟ้อนที่จำลองท่าทางการทอผ้าไหม แสดงถึงวิถีชีวิตและความขยันหมั่นเพียรของหญิงสาวชาวเหนือ
ฟ้อนดาบ/ฟ้อนเจิง: เป็นการฟ้อนที่แสดงถึงศิลปะการป้องกันตัว โดยอาจจะใช้ดาบจริง หรือเป็นการฟ้อนมือเปล่าที่เรียกว่า "ฟ้อนเจิง" ซึ่งแสดงถึงความแข็งแรงและคล่องแคล่ว
ฟ้อนเงี้ยว: เป็นการแสดงพื้นเมืองของชาวเขาเผ่าหนึ่ง (เงี้ยว) มีลักษณะเป็นบทอวยพรหรืออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ฟ้อนกิงกะหลา: เป็นการฟ้อนที่เลียนแบบท่าทางของนก (กิงกะหลา) แสดงถึงความสนุกสนานและมีชีวิตชีวา
รูปภาพและข้อมูลทั้งหมดได้มาจาก
chat gpt
gemini