ครั้งเมื่อเจ็ดสิบถึงแปดสิบปีที่แล้วคุณยายพุ่ม กระแสร์ ผู้ทำผ้ามัดหมี่เพื่อสวมใสในครอบครัวและจำหน่ายให้เพื่อนบ้านในชุมชน สมัยนั้นได้มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เพื่อใช้ในการทำเส้นไหมในการทอผ้า ผ้าที่คุณยายทอนั้นจะเป็นผ้ามัดหมี่สองตะกอลายง่ายๆมีการต่อตีนซิ่นตามแบบฉบับผ้าอีสานโบราณ มาจนถึงรุ่นคุณแม่จึงได้มีการพัฒนาหน้าฟืมทอผ้าเป็นการทอแบบสามตะกอจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมการทอผ้าของคนในชุมชนและครูปราชญ์ชาวบ้านเพื่อให้เนื้อผ้าและลวดลายผ้ามีความละเอียดอ่อนช้อยมากยิ่งขึ้น
คุณยายจึงได้ชื่อว่าเป็นดั่งนักปราชญ์และครูผ้าของครอบครัว เป็นผู้สั่งสอนแนวทางการทำผ้าไหมมัดหมี่ให้ลูกหลานได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
“ ผ้าไหมมัดหมี่ ” มีขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การคัดสรรเส้นไหมที่มาใช้ทอทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน ร่วมถึงการออกแบบลวดลายต่างๆเพื่อใช้เป็นลายผ้ามัดหมี่ จากนั้นจึงย้อมสีต่างๆ ไล่เฉดสี สี่ถึงห้าสี มัดเก็บลวดลาย จากนั้นจึงนำมาทอเป็นผืนผ้า ซึ่งเป็นงานที่ละเอียดอ่อนมาก
ผ้ามัดหมี่ของชนบท มีเอกลักษณ์ คือ ลวดลาย และ เทคนิคการทอหลักแบบสามตะกอ โดยมีการสืบทอดลายเก่าแก่ของขอนแก่น ทั้ง ลายกง ลายขั้นหมากเบ็ง ลายขอพระเทพ ลายนาคเชิงเทียน ลักษณะผ้าที่ทอออกมามีเนื้อผ้าที่แน่น สม่ำเสมอ โดยผ้าที่ทอออกมาจะเป็นผ้าสองหน้าหรือที่เรียกว่า ผ้าหน้าจริง กับ ผ้าด้านในที่จะทึบ ส่วนผ้าด้านที่ใช้จะมีลายชัดและสว่าง สีที่เป็นเอกลักดั้งเดิมคือ สีม่วง แดง เขียว เม็ดมะขาม ชมพู เป็นหลัก
การทอผ้ามัดหมี่ เป็นการทอผ้ามัดหมี่เส้นพุ่ง ที่มีการมัดลายผ้าไว้และย้อมสีเฉพาะเส้นพุ่งเพื่อเก็บลาย ส่วนเส้นยืนจะมีการย้อมสีตามสีที่ต้องการเป็นสีเดียวทั้งหมดเพื่อทอ ส่วนมากจะให้ทอได้ทั้งหมดยี่สิบผืนหรือสี่สิบเมตรต่อการทอผ้าหนึ่งฟืมทอผ้า
ผ้ามัดหมี่ที่จำหน่ายภายในร้านมี่ทั้งผ้าทอสามตะกอและผ้ามัดหมี่สองตะกอที่เกิดจากการทำผ้าของทางเราเองหรือไม่ว่าจะเป็นจากผู้ทอรายย่อยในชุมชนของเราเพื่อใช้จำหน่ายภายในร้าน รวมถึงการนำมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งของสตรีและบุรุษเพื่อจำหน่ายในร้านเมืองไหม ตามไซน์เสื้อผ้ามาตรฐานส่วนเสื้อผ้าถ้าใส่ไม่ได้หรือหลวมไปทางร้านจะมีการแก้ไขให้ลูกค้าโดยการปรับไซน์เพื่อให้ลูกค้าใส่ได้อย่างรวดเร็ว จึงเกิดความสะดวกสบายมากขึ้นเพื่อทันต่อความต้องการของลูกค้าในคราวนั้น
ผลิตภัณฑ์แบรนด์ เมืองไหม ( MUENGMAI ) หรือ กลุ่มเมืองไหม เกิดจากการทำผ้าจากรุ่นสู่รุ่นโดยร้านเมืองไหม มีการคัดสรรค์สุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว มีการตรวจมาตรฐานตรานกยูงทั้งประเภทสีทอง สีน้ำเงิน และทางร้านได้รับการคัดเลือกเป็นศิลปิน OTOP ปี พ.ศ. 2564 รวมถึงการได้รับรางวัลต่างๆ ในการประกวดผ้าไหมในโครงการต่างๆ ทุกท่านจึงมั่นใจได้ในผลิตภัณฑ์ของเราว่ามีคุณภาพเมื่อถึงมือท่าน
"ร้านเมืองไหม" เกิดจากการรักในอาชีพภูมิปัญญาท้องถิ่นดั่งเดิมผสมผสานระหว่างผ้ามัดหมี่ และแฟชั่นการสวมใส่เสื้อผ้าของผู้คน นำมาออกแบบเป็นเสื้อผ้าเพื่อเป็นของฝากและจำหน่ายในร้านในนามร้านเมืองไหม
ผลิตภัณฑ์ผ้าแต่ละชิ้นเกิดจากฝีมือของผู้คนนับร้อยภายในชุมชน จากภูมิปัญญาความมีศิลปะในเรื่องการทำผ้ามัดหมี่ ดังนั้นผ้าแต่ละชิ้นจึงมีจิตวิญาณของคนทำผ้า ผู้ที่ได้ใช้จึงเกิดความภาคภูมิใจในผ้ามัดหมี่ของเราอย่างแน่นอน
คำว่าเมืองไหมนั้น มาจากสองคำคือ " เมือง " คือหมู่บ้าน ชุมชนใหญ่ สังคมชาวบ้านอีสาน และ " ไหม " คือเส้นใยจากธรรมชาติ จากรังไหม เพื่อใช้ในการทำผ้าไหม รวมกันเป็น คำว่า เมืองไหม คือ เมืองที่ผลิตไหมเป็นหลักทั้งการเลี้ยงไหมและทำผ้าไหม จึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองไหมมัดหมี่หัตถกรรมโลก
รูปแบบของโลโก้ เกิดจากองค์ประกอบ 4 ส่วน
แคน สัญญาลักษณ์ของเมือง เสียงแคนดอกคูณ ขอนแก่น
ลายขอพระเทพฯ ลายผ้าพระราชทานนามลายอัตลักษณ์มัดหมี่ชนบทให้เป็นที่รู้จักลายนี้ต้องมาจากอำเภอชนบท
จั่วเฮือนอีสาน คือเมืองแห่งผ้ามัดหมี่
นาค ตัวแทนแห่งความอุดมสมบูรณ์