ก่อนอื่นต้องเข้าใจระบบเผาผลาญของเราก่อนครับ ร่างกายของเราเก็บสิ่งที่กินเข้าไปไว้เป็นพลังงาน
เพื่อที่จะนำไว้ใช้ในยามขาดแคลนอาหารโดยหลักเลยคือ การแปลงเป็นไขมัน เก็บไว้
ร่างกายของเรา จะ “หวงไขมัน” ที่เก็บไว้มากๆ เพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะไม่ขาดพลังงานในยามฤดูกาลอาหารขาดแคลน
ดังนั้น เมื่อเราพยายามลดพลังงานที่เอาเข้าลง (แบบไม่สนชนิดของอาหาร) ร่างกายก็จะพยายามลดการเผาผลาญลงตามกันครับ
ขณะเดียวกัน ร่างกายก็พยายามกระตุ้นให้เรา “ไปเอาอาหารมาเพิ่ม” ผ่านความหิว เพื่อจะรักษาไขมันสะสม ในร่างกายเอาไว้…
และเมื่อเราพ่ายแพ้ต่อความอ่อนหล้า และความหิว.. ก็คือเรากลับไปกิน
ครั้งนี้จะกินหนักมากขึ้น เพื่อทำให้ได้ %ไขมัน สะสม ในร่างกายกลับมาอยู่ตรงจุดเดิม
(อันนี้คร่าวๆ นะครับ จริงๆ กลไกล มันซับซ้อนมาก)
เช่น วันนี้ฉันจะลดความอ้วน เคยกิน 2200 แคลต่อวัน
เอาวะ! ฉันจะเริ่มกิน 1500 แคล/วัน ว่าแล้วก็ลงมือ นับๆๆๆ
จัดสูตรแบบไม่คิดอะไรมาก เอารวมๆให้ลงเหลือ 1500….
ผ่านไป 2 อาทิตย์ ป๊าป… น้ำหนักลงจริง! ราวๆ เกือบ 1 กก.กว่า เย้ๆๆ
ปลายอาทิตย์ที่ 3 น้ำหนักเริ่มไม่ลด.. เอาวะ! จัดไป 1200 วัน …
ทีนี้เริ่มแล้วครับ เหนื่อย ไม่มีแรง ไปวิ่งไม่ไหว หิวมาก หงุดหงิด ง่วงนอน…
ที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะ ร่างกายรับรู้แล้วว่า “ระดับพลังงานที่เคยเข้ามากมันลดลงจากเดิมมาก”
“มีการสูญเสียไขมันสะสมออกจากร่างกาย” ร่างกายเขาก็พยายามปรับลดการใช้พลังงานพื้นฐาน หรือ BMR (Basal metabolic rate) ลง
ผ่าน parasympathetic และอื่นๆ และสั่งให้เรา “หิวมากขึ้น” เพื่อทำให้ไขมันสะสม กลับมาเท่าเดิม (เผลอเพิ่มกว่าเดิมด้วย)
นั่นแหละครับ โยโย่.. (Yoyo effect) หรือ การดีดลับของน้ำหนัก เมื่อเรากลับไปกิน ที่เราเคยได้ยิน
เพราะฉะนั้น การจะลดน้ำหนัก ถ้าพูดให้ถูกคือ เราจะ "ลดไขมันสะสม"
เราจะต้อง กระตุ้นให้ ระบบเผาผลาญของเราให้สามารถ
“สลายไขมันมาใช้เป็นพลังงาน” สลับไปมากับ “เผาน้ำตาลเป็นพลังงาน” ได้
และนำมาสู่การปรับ Set point ใหม่ของ %ไขมันสะสมของร่างกาย
และแน่นอน การจะทำแบบนั้นได้ ท่านต้องรู้ว่า “อะไรหยุดยั้ง” “อะไรกระตุ้น” ให้เกิดการเผาไขมันเป็นพลังงาน
และ ต้องรู้ว่า “ร่างกายจะมีอาการอย่างไร” เมื่อไขมันในร่างกายลด
เพื่อนำไปสู่การจัดการ ผ่านการปรับเปลี่ยน “ชนิดของอาหาร” และ “วิธีรับประทาน”
เพื่อให้ร่างกายค่อย ปรับจุดสมดุลไขมันสะสม (set point) ใหม่
เช่น ตั้งต้น %ไขมันสะสม 30% ก็ปรับให้มาเหลือ 25% >> 21% (ตัวเลขคร่าวๆ)
ซึ่งผลที่ตามมาคือ “น้ำหนักที่ลดลง” และ ระบบเผาผลาญใหม่ ที่ไม่ไปพยายามกระตุ้นเราให้กลับไปมี %ไขมันสะสม แบบเดิมๆ
และ ฮอร์โมนตัวสำคัญที่ มีผลต่อการผิดเตาเผาไขมันในร่างกายของเราก็คือ “อินซูลิน” นี่แหละครับ
ซึ่งผมจะลงรายละเอียด แบบให้เห็นภาพว่า จำนวนมื้อที่กิน ปริมาณคาร์บที่กิน ส่งผลอย่างไร ับการหลั่ง
ระหว่างนี้ทำสิ่งนี้ไปก่อนครับ…
“ลดคาร์บลงให้มากที่สุดและเน้นโปรตีน” “กินเป็นมื้อ” “นอนให้พอ”
ฝึกซ้อมแล้วสังเกตตนเองว่าเมื่อทำ 3 สิ่งนี้แล้ว เกิดอะไรขึ้นกับตนเอง
เช่น หิวมากขึ้น หงุดหงิด ฯ
อย่างพึ่ง “สนใจน้ำหนักที่ลดหรือไม่” (ใครที่เผอิญน้ำหนักลด ยินดีด้วย)
ทัศนคติสำคัญ >> เราจะทำสิ่งนี้ ไม่ใช่เพื่อลดน้ำหนัก แต่เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวแบบยั่งยืน
#หมอจิรรุจน์
ลองดูในความเห็นของโพสต์นี้ครับ กด See more
จะมีความรู้เพิ่มเติมที่ ที่ผมอาจไปตอบไว้ในความเห็นต่างๆ
หากมีประโยชน์ สามารถกด Like กด Share ใน facebook ได้เลยครับ