#กินหมูกินเนื้อติดมันไม่กลัวไตรกลีเซอร์ไรด์สูงหรือ
ใครไม่มีเวลา ข้ามไปอ่านสรุปตอนท้ายเลยครับ...
ย้ำว่า ค่อยๆ อ่านนะครับ... แต่ถ้าเข้าใจแล้ว ต่อไปก็จะรู้ว่าต้องเลือกกินอย่างไร.... เริ่มครับ
หลังจากพูดเรื่อง LDL type B ไป... วันนี ต้องพูดเรื่องไขมันไตรกลีเซอรไรด์บ้าง
ไขมันในเลือดที่เราตรวจวัดตัวหนึ่งนั่นคือ ไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglyceride) เป็นสารประกอบกับระหว่าง glycerol กับ กรดไขมัน (Fatty acid) 3 ตัว
เราเลยเรียก ไตรกลีเซอร์ไรด์ (Tri = ไตร = 3)
ในสมัยหนึ่งเราเชื่อว่า ในคนทั่วไปที่ไม่ได้มีโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับเมตาบอลึสซึมไขมัน ที่มี ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง นั้นเกิดจาก
"การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง" เชื่อมาหลายสิบปีเลยครับ...
แล้วห้ามๆๆๆ ลดๆๆๆ เรื่องอาหารไขมัน จนหลายคนกลัวไปเลย
ผมก็เป็นคนหนึ่ง ที่เมื่อ 10 ปีก่อน everything I eat must be "Low fat"
เมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีการตรวจวัดดีขึ้น
เราจึงรู้ว่า ไตรกลีเซอร์ไรด์ที่สูงมากผิดปกติ ที่เกิดขึ้นในเลือด
"ไม่ได้มาจากการทานอาหารไขมัน!"..... ผ่างงงงง แล้วมันมาจากไหน?
ในร่างกายของเรา มีกระบวนการอย่างหนึ่งที่เรียกว่า De novo lipognenesis หรือ การสร้างไขมันจาก Acetyl CoA นี่แหละ....
(กลไกลนี้ยาวจริงขอลัดข้ามเรื่องกลไกลไปเลยนะครับ)
กระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นในภาวะที่มี ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ฮอร์โมนอินซูลินจะต้องเคลียร์น้ำตาลออกจากกระแสเลือด
แล้วจะเคลียร์ได้อย่างไร >>
ส่วนหนึ่งเก็บเป็นไกลโคเจนที่ตับ แต่สวนนี้เก็บได้นิดเดียว 100 mg ก็เต็ม
จึงต้องเอาไปเก็บเป็นส่วนที่ 2 นั่นคือ แปลงเป็นไขมัน หรือ ไตรกลีเซอร์ไรด์ ผ่านกระบวนการ De novo lipognenesis
แล้วก็ส่งออกไปกับ VLDL , LDL ตามลำดับ
ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน มีการตรวจพบแล้วครับว่า กรดไขมันในไตรกลีเซอร์ไรด์ ที่เกิดจากกระบวนการดังกล่าว
เป็นชนิด palmitoleic ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจาก กรดไขมันในอาหารไขมันที่เรากินทั่วไป
ถึงตรงนี้ชัดนะครับ... ว่า กรดไขมัน มันเป็นคนละชนิดกับอาหารที่ทานเข้าไป
ดังนั้น ยิ่งคุณกินคาร์บมาก หรือ กินถี่ๆ หรือ กินคาร์บที่ดูดซึมได้เร็ว เช่น
น้ำหวาน น้ำตาล น้ำผลไม้ทั้งหลาย ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น ก็จะกระตุ้นอินซูลิน และ ร่างกายก็จะเอาน้ำตาลที่กินเข้ามา
ไปเก็บไปไขมันในรูปแบบ ไตรกลีเซอร์ไรด์มากขึ้น....
เคลียร์นะครับ ต่อมา
แล้ว ไตรกลีเซอร์ไรด์ ที่สูงขึ้น มีผลอะไรกับ HDL ???
สิ่งที่เรามักพบร่วมกันคือ ในรายที่ ไตรกลีเซอร์ไรด์สูงๆ เกิน 150 ขึ้นไป เรามักพบว่า เขาจะมี ระดับ HDL ที่ต่ำ ลงไปด้วย ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ??
ร่างกายของเราจะต้องพยายามเคลียร์ ไตรกลีเซอร์ไรด์ ที่สูงมากๆ โดยเฉพาะที่อยู่ใน LDL (ซึ่งไม่ควรจะมีแล้ว) ออกไป
ด้วยการเอา HDL เข้าไปรับ ไตรกลีเซอร์ไรด์ส่วนเกิน ผ่านเอนไซม์ CETP (Cholesteryl Ester Transfer Protein)
จากนั้น HDL ที่ไปรับไตรกลีเซอร์ไรด์มา ก็จะถูกเก็บและทำลายที่ตับ... ยังไปรับมาก HDL ก็ถูกทำลายมากนั่นเอง...
ตรงนี้ถ้าไม่เข้าใจ ยังเข้าใจว่า ออกกำลังกายช่วยเพิ่ม HDL ... ก็ไปออกกำลัง แต่ ไม่ได้หยุดกินของหวาน ออกจนกล้ามเนื้อฉีก HDL ก็ไม่ขึ้นครับ
สรุป >> ไตรกลีเซอร์ไรด์ที่สูง ส่วนใหญ่เกิดจาก การบริโภคคาร์บที่มาก และโดยเฉพาะ คาร์บแปรรูปที่ดูดซึมได้เร็ว น้ำหวาน น้ำตาล น้ำผลไม้ ร่างกายจึงเอาน้ำตาลไปเก็บเป็น ไตรกลีเซอร์ไรด์ ส่งผลให้ ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง จากนั้น ไตรกลีเซอร์ไรด์ที่สูงมาก จน HDL ต้องไปเคลียร์ สุดท้าย HDL ที่ไปเคลียร์ถูกทำลาย HDL ก็เลยต่ำ...
ผู้ร้ายตัวจริงมิใช่ ไขมันเลว หรือ LDLทุกตัว และ ก็ไม่ใช่อาหารไขมันทำให้ ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง แต่เรื่องทุกอย่างดูเหมือนจะชี้ตัวผู้ร้ายไปในทางเดียวกัน นั่นคือ
"การบริโภคคาร์บแปรรูป น้ำตาล น้ำหวานที่มากเกินพอดี"
ท่านได้ ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง HDL ต่ำ >>> หันกลับมาลดคาร์บลง รวมกับ ลดเวลากินต่อวันลง (Time restricted eating หรือ IF) อันนี้ช่วยได้ครับ
เรียกว่าถ้าทำจริง ไตรกลีเซอร์ไรด์ลด HDL เพิ่มครับ
เรื่องนี้มีรายละเอียดที่มาก ผมนำมาจาก review ทั้ง ซึ่ง พยายามย่อยเพื่อให้ประชาชนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจในโพสต์เดียว จึงอาจตัดรายละเอียดเชิงลึก
และ รวบบางอย่างไว้ด้วยกัน แต่ยังคงหลักใหญ่ใจความเดิมไว้ใหได้มากที่สุด
#หมอจิรรุจน์
เนื้อหาข้อมูลมากจาก Review article De novo lipogenesis in health and disease , Metabolism Vol.63 July 2014 และ
Saturated Fats and Health: A Reassessment and Proposal for Food-Based Recommendations
JACC State-of-the-Art Review, Vol.76 2020
ลองดูในความเห็นของโพสต์นี้ครับ กด See more
จะมีความรู้เพิ่มเติมที่ ที่ผมอาจไปตอบไว้ในความเห็นต่างๆ
หากมีประโยชน์ สามารถกด Like กด Share ใน facebook ได้เลยครับ