"Ketosis" เป็นภาวะที่ร่างกายสลายไขมันออกมาได้เป็น คีโตน ซึ่งเซลล์ต่างๆในร่างกายส่วนมากสามารถนำ คีโตน ไปใช้เป็นพลังงาน โดยถ้าเราเจาะเลือดตรวจ ระดับคีโตนในเลือด ก็จะมีค่ามากกว่า 0.5 mmol/dL
คีโตน ยังสามารถตรวจพบในปัสสาวะ เป็นตัวหนึ่งที่บอกว่า ร่างกายอยู่ในภาวะที่มีการสลายไขมัน ที่เก็บไว้ออกมา
(ในกรณีนี้หายถึงคนปกติทั่วไป ไม่ใช่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่1 นะครับ)
ในภาพด้านล่างคือ ผลตรวจของผมเอง (ผมจะวัดผลในสิ่งที่วัดได้กับสิ่งที่ผมทำประจำครับ)
"เย็น" คือ หลังรับประทานอาหารไป 6 ชม.
ปกติคนทั่วไปก็ค่อยตรวจพบ เพราะ ร่างกายจะยังคงใช้น้ำตาล เป็นพลังงานหลัก แต่เมื่อปรับสภาพมาถึงจุดหนึ่ง การปรับมาใช้ไขมันจะเกิดขึ้นเร็ว
กรณีของผมกว่าจะเจอ ก็เพราะปรับตัวอยู่นานเกือบเดือน (ผมทานแค่ Low carb ไม่ได้กินคีโต อันนั้นไม่ไหวครับ)
ส่วน "เช้า" อันนี้เข็มขึ้นชัดเจน เพราะ หลัง 18 น. ผมไม่กินอะไรนอกจากน้ำเปล่า หรือ น้ำผสม Apple Cider Vinegra (ACD) ก็ชัดเจนว่า
"แม้ขณะหลับ ก็ยังใช้ไขมันเป็นพลังงาน" ซึ่งก็ใช้ไขมันได้เต็มที่
ในช่วงแรกของการเกิด Ketosis สำหรับหลายคนที่ เซลล์ต่างๆในร่างกายที่ไม่เคยได้ใช้คีโตนเป็นพลังงาน เซลล์อาจจะยังไม่สามารถใช้ คีโตน เป็นพลังงานได้ เราจะสามารถตรวจพบปริมาณคีโตนที่ออกมาในปัสสาวะได้เป็นจำนวนมาก และ บางคนอาจมีอาการเช่น อ่อนเพลีย เมื่อยตัว เหมือนไม่มีแรง คล้ายจะเป็นไข้ หรือ ที่เรียกว่า Keto-Flu ได้ ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองครับ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป (ราว1-2เดือน) หากเรายังคงมีวินัยเรื่องของการทานกิน ร่างกายยังคงมีการสลายไขัมัน เกิดคีโตนออกมา แต่เซลล์ต่างๆในร่างกายสามารถใช้คีโตน เป็นพลังงานได้มากขึ้น ทำให้คีโตน เหลือออกไปในปัสสาวะได้ลดลง จึงอาจตรวจพบคีโตนในปัสสาวะได้ ลดลง
ซึ่งจะสัมพันธ์กับการที่ร่างกาย สามารถทนต่อการงดอาหาร (Fasting) ได้นาน โดยไม่หิว หรือ อ่อนเพลีย
#หมอจิรรุจน์
ลองดูในความเห็นของโพสต์นี้ครับ กด See more
จะมีความรู้เพิ่มเติมที่ ที่ผมอาจไปตอบไว้ในความเห็นต่างๆ
หากมีประโยชน์ สามารถกด Like กด Share ใน facebook ได้เลยครับ