คำถาม: ทำอย่างไรจะให้แคลอรี่ส่วนเกิน เก็บเป็นไขมันน้อยลงคะ
ตอบ: สิ่งที่สะสมเป็นไขมัน ไม่ใช่แคลอรี่ส่วนเกิน แต่คือ น้ำตาลในกระแสเลือดของคุณ ที่สูงขึ้น มากและต่อเนื่อง ที่อินซูลิน เป็นตัว จัดการนำไปเก็บเป็นไขมัน
ณ เวลานี้ จากข้อมูลทางชีววิทยาผมยังยืนยัน ว่า การสร้างไขมันหรือไตรกลีเซอไรด์ ไปเก็บใน เซลล์เนื้อเยื่อไขมัน กระบวนการดังกล่าว
เป็นอิทธิพลมาจากฮอร์โมน อินซูลิน ที่ตอบสนองต่อการกิน คาร์โบไฮเดรต
โดยเฉพาะ คาร์บแปรรูปเช่น แป้ง น้ำตาลทราย ไซรัป ทั้งหลาย
ร่างกายไม่ได้มีแคลอรี่ sensor หรือตัวรับแคลอรี่ หรือใช้ ตัวแคลอรี่( พลังงาน) เป็นตัวตัดสินใจว่า ฉันจะเผามันให้หมด หรือจะเก็บเป็นไขมัน
ทันทีที่แป้งน้ำตาลตกถึงท้อง ย่อยเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวและดูดซึมเมื่อไหร่ อินซูลินก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่ของมันทันที นั่นคือ
เอาน้ำตาลไปใช้ กับเอาน้ำตาลไปเก็บ เก็บเป็นไกลโคเจน ในตับและในกล้ามเนื้อ จนเต็มแล้ว
ก็จะเก็บเป็นไขมัน ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ในเนื้อเยื่อไขมัน (white adipose tissue)
ดังนั้นคำพูดที่ว่า พลังงานที่กินส่วนเกิน จะถูกเก็บเป็นไขมัน จึงเป็นสิ่งที่ ไม่ได้มีหลักฐานทางชีวเคมี ว่าเป็นเช่นนั้น สุดท้าย
แคลอรี่ ซึ่งเป็นหน่วยวัดพลังงาน ที่มนุษย์สร้างขึ้น จึงตกเป็นแพะรับบาป
ในขณะที่ ผู้ต้องหาตัวการสำคัญ นั่นคือ คาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะ คาร์โบไฮเดรตแปรรูป น้ำตาล ยังคงลอยนวลต่อไป
นี่ยังไม่รวมถึง อาหารไขมัน ที่ตกเป็นจำเลย ว่าเป็นสาเหตุของความอ้วน ทั้งที่ในงาน การศึกษา ปัจจุบัน พบว่า กรดไขมัน ที่สูง
ที่ร่างกายสร้างขึ้น (palmitoleic acid) เป็นคนละชนิด กับอาหารที่เรารับประทานเข้าไป
ดังนั้น ถ้าคุณสามารถปรับลด ทั้งปริมาณ และความถี่ของการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน ผ่านการ ควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กิน และ เพิ่มช่วงเวลา การงดรับประทานให้นานขึ้น ก็จะช่วยให้ ระบบเผาผลาญของเรา สามารถใช้แหล่งเชื้อเพลิงอื่น เช่นไขมัน เป็นพลังงาน ร่างกายของมนุษย์เป็นแบบนี้
ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน (อุตสาหกรรมอาหารและวิธีการกินต่างหากที่เปลี่ยนไป)
กลไกการทำงานของอินซูลิน ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บ น้ำตาลไปเป็นไขมัน เรื่องนี้เป็นความเข้าใจพื้นฐาน ที่ไม่ใช่ความรู้ใหม่
แต่อยู่ในหนังสือชีวเคมี ตั้งแต่สมัยเรียนหมอตอนปี 2 ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ในการนำมากำหนดเป็นยุทธศาสตร์ และวิธีในการจัดการกับ ไขมันส่วนเกินในร่างกาย
ถ้าหลักการถูกต้อง ก็จะนำไปสู่แนวทางในการปฏิบัติ ที่เหมาะสม และผลลัพธ์ ที่ดีต่อไป
เหมือนเช่นการติดกระดุมเสื้อ ถ้าเริ่มต้น ติดกระดุมเม็ดแรกผิด คุณก็จะใส่เสื้อตัวนั้นแบบเบี้ยวๆไปตลอด
#หมอจิรรุจน์
ลองดูในความเห็นของโพสต์นี้ครับ กด See more
จะมีความรู้เพิ่มเติมที่ ที่ผมอาจไปตอบไว้ในความเห็นต่างๆ
หากมีประโยชน์ สามารถกด Like กด Share ใน facebook ได้เลยครับ