ก่อนที่เราคิดจะเบิร์น (burn) หรือ เผาผลาญอะไร นั่น คุณต้องทราบก่อนครับ
ว่ากินแล้วมันไปไหน โดยเฉพาะ “คาร์โบไฮเดรต” ซึ่ง ผมจะขอเรียกสั้นๆว่า “คาร์บ” นะครับ
คาร์บ ที่เรากินเข้าไป จะถูกย่อยที่ลำไส้เล็ก และดูดซึมเข้าหลอดเลือด
แน่นอนครับ ร่างกายของเราจะไม่ยอมรับ การที่ระดับน้ำตาลที่สูงขึ้น และจะจัดการกับน้ำตาลนั้นอย่างรวดเร็ว
ด้วยวิธีการ “เก็บ”... ใช่ครับ เก็บ มิใช่ เบิร์น หรือเผา ซึ่งการเก็บนี้เกิดขึ้นโดย ฮอร์โมนที่ชื่อ “อินซูลิน”
น้ำตาลกลูโคส จะถูกนำไปเก็บทันที ในรูปของ “ไกลโคเจน” ที่ตับและกล้ามเนื้อ (ตับได้ประมาณ 100 กรัม และกล้ามเนื้อประมาณ 400 กรัม)
และ เมื่อถังเก็บชนิดไกลโคเจนเต็ม กลูโคส ก็จะถูกเก็บในรูปของไขมัน ผ่านเจ้า Triglyceride ไปไว้ตามเซลล์ต่างๆ
ซึ่งถังนี้แหละ…เป็นถังใหญ่แบบไม่มีจำกัดกันเลย
การเก็บดังกล่าว มันเกิดขึ้นทันที เมื่ออาหารตกถึงท้อง เพราะ ตับอ่อนหลังอินซูลินรอแล้ว
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เพื่อ ลดระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงปรี๊ดหลังกิน ให้ลงเป็นปกติคือ 80-110 มก/ดซล. นั่นเอง
ดังนั้น การออกกำลังกายเพื่อเบิร์น หลังกินเสร็จ มันแทบไม่ได้ช่วยเบิร์นไขมัน หรืออะไรที่เกิดจากการกิน
เพราะ ทันที คาร์บถูกย่อยและดูดซึม เมื่อนั้น “กระบวนการเก็บ” มันก็เริ่มขึ้น ก่อนคุณไปออกกำลังกายแล้ว!
ดังนั้น คนที่ออกกำลังกายอยู่ประจำอาจจะมี การพร่องไกลโคเจนในกล้ามเนื้อบ้าง ทำให้มีถังเก็บน้ำกลูโคสที่มาจากการกินมากขึ้น
กลูโคสส่วนที่เหลือเก็บเป็นไขมันก็จะลดลง นั่นเองครับ
ยิ่งเขาบริโภคคาร์บน้อย เขายิ่งเหลือเก็บเป็นไขมันน้อย ก็ยิ่งมีไขมันสะสมน้อยลงครับ
สำหรับน้ำตาลฟรุคโตส ! นั่นยิ่งเลวร้ายหนักเพราะ ฟรุคโตส ถูกจัดการได้เฉพาะที่ตับ
แถมได้เป็น ไขมัน กับ กรดยูริก ออกมาอีก…
ดังนั้น ถ้าบริโภค อะไรที่มี น้ำตาลทราย ไซรัป เป็นส่วนประกอบ เช่น น้ำผลไม้แปรรูป
อันนี้ วิ่ง กทม.-เชียงใหม่ ก็เผาฟรุคโตสไม่ได้ แถมได้ ไขมันและ กรดยูริก ทันทีที่คุณกิน
แบบจัดเต็มให้ตับไขมันพอกกันไปเลยครับ
เสริมเป็นความรู้ >> พลังงานที่เก็บอยู่ในรูปไกลโคเจนในร่างกาย มีอยู่ราวๆ 2000 แคลอรี่!!!
ป๊าด ต้องทำขนาดไหนจึงจะพร่องมันได้บ้างเนี่ยะ…ซึ่งการออกกำลังกายที่จะพร่องไกลโคเจนนั้นต้องเป็นการออกกำลังกายหนักๆ
ซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หล้า หิวโซ… แล้วผมเองก็ไม่แนะนำ แต่เอาหน่า…
จริงๆ มันก็มีรูปแบบการออกกำลังกายเพื่อใช้ไขมันอยู่ แต่บอกเลยมันได้ผลน้อยมากกว่า
บทสรุปของตอนนี้ คือ คาร์บที่เรากิน ทันทีที่เข้าปาก มันก็พร้อมจะถูกนำไปเก็บเป็นไกลโคเจนและไขมัน แบบทันที
ไม่รอท่านๆมาเบิร์นแน่นอนครับ และจะหวังให้เก็บเป็นไกลโคเจนเยอะๆ คุณก็ต้องพร่องไกลโคเจน ให้มากๆผ่านการออกกำลังกายอย่างหนัก (high intensity)
ซึ่งไม่แนะนำเพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ
ดังนั้น การจำกัดคาร์บ หรือลดคาร์บลง น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพื่อไปสู่ สิ่งที่จะช่วยให้เราใช้ไขมันได้ แม้กระทั่งเวลานอน …
ฮ๊า! ใช้ไขมันเวลานอน ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิดแน่นอนครับ
"หุ่นที่ดี อาจไม่ได้มาพร้อมสุขภาพที่ดี แต่ สุขภาพดีมัจะมาคู่กับหุ่นที่ดี และน้ำหนักที่เหมาะสม เสมอ"
ด้วยความปรารถนาดี
#หมอจิรรุจน์
ปล. ผมยังสนับสนุนให้เราออกกำลังอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างความแข็งแรง หัวใจและหลอดเลือด และเสริมสร้างให้ระบบกล้ามเนื้อนะครับ เพียงแต่ ไม่อยากให้ไปคาดหวัง ว่าการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณเผาไขมันได้อย่างมากมายและยั่งยืน
ลองดูในความเห็นของโพสต์นี้ครับ
จะมีความรู้เพิ่มเติมที่ ที่ผมอาจไปตอบไว้ในความเห็นต่างๆ
หากมีประโยชน์ สามารถกด Like กด Share ใน facebook ได้เลยครับ