#น้ำหนักที่ลดไม่ใช่เรื่องหลัก #leanคือผลพลอยได้
สิ่งที่ผมพยายามเน้นย้ำเสมอ นั่นคือ อย่ายึดเรื่องของน้ำหนักตัวเป็นเกณฑ์ หรือเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด ในระหว่างที่เรากำลังปรับเปลี่ยน สิ่งที่กินและวิธีที่กิน เพื่อให้เกิดผลใหม่ต่อร่างกายเรา
แต่หลายท่านที่เจอผม ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ก็มักจะถามผมอยู่เสมอว่า อาจารย์ผอมเกินไปหรือเปล่า แล้วสุขภาพดีเหมือนเดิมหรือเปล่า มีแรงไปทำงานเหมือนปกติหรือเปล่า
บางครั้งโดนหลังไมค์มา ถามด้วยความเป็นห่วงว่าอาจารย์ป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงดูผอมจัง
ซึ่งผมก็ขอขอบคุณในความเป็นห่วงครับ
ผมก็ขออนุญาตนำเสนอด้วยรูปภาพนี้แล้วกันครับ
นอกจากน้ำหนักหายที่ไป กว่า 18 กิโลกรัม ด้วยวิธีกินและสิ่งที่กินแบบที่ผมได้นำเสนอ สิ่งที่ได้มากไปกว่านั้นนั่นคือ
ความดันโลหิตของผมกลับเป็นปกติ
โรคนอนกรน หยุดหายใจกลับเป็นปกติ
โรคเก๊าท์แล้วกรดยูริคสูงไม่เคยเป็นอีก
สามารถหยุดยาหอบหืดและภูมิแพ้ ได้หมดทุกตัวโดยไม่มีอาการกำเริบ
น้ำตาลสะสมจากระยะ pre-diabetic stage กลับเข้าสู่ปกติ
ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผม อยากได้มันมานานมากกว่า รูปร่างที่เป็นอยู่ในภาพเสียอีก
รูปร่างที่เปลี่ยนไปนี้ นอกจาก เรื่องของเปอร์เซ็นต์ไขมันที่สะสมลดลงแล้ว ยังมีเปอร์เซ็นต์มวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการรับประทานอาหารโปรตีนเพิ่มขึ้น ร่วมกับการออกกำลังกาย แบบที่ผมเคยแนะนำไป
วิดพื้น - จากเริ่มต้น ได้ 15-20 ครั้งต่อset ตอนนี้ 40 ครั้งต่อ Set ทำ 3 set เช้าเย็น (100-120 ครั้งต่อวัน)
แพล้งก์ - เริ่มต้นได้ไม่ถึง 1 นาที ตอนนี้ประมาณ 3-4 นาทีต่อครั้ง ทำ 3 setเช้าเย็น
สควอท - 30 ครั้ง/เซ็ต ทำ 3 setเช้าเย็น
HIIT 25 นาที 2ครั้ง/สัปดาห์
พัฒนาการของการออกกำลังกาย มันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามที่ที่เราฝึกฝนจนเป็นวินัย ผมไม่มีเวลาที่จะไปฟิตเนส ก็ทำที่บ้าน นี่แหละครับเป็นหลัก
ไม่มีข้ออ้างใดๆทั้งนั้น
ถึงตรงนี้ หากวิธีที่ผมปฏิบัติ มันสร้างผลเสียให้กับสุขภาพ แบบที่หลายท่าน พยายามส่งข้อความมาบอกผม ว่าให้เลิกเผยแพร่สิ่งเหล่านี้เถอะ
มันทำให้ผู้คนสับสนเปล่าๆ...
ผมก็ขอฝากรูปนี้ และผลลัพธ์ที่ได้ข้างต้น ไปให้เขาดูแล้วกันครับ
ว่ากันตามตรงผมไม่อยากให้ เรื่องของรูปร่าง เป็นประเด็นหลัก เพื่อที่จะทำให้เรา อยากเปลี่ยนวิธีกินและสิ่งที่กิน เพื่อสิ่งที่ดีขึ้น กับร่างกายของเรา
แต่ผมยังยืนยันว่า รูปร่างที่เปลี่ยนไป เป็นผลพลอยได้ ที่เกิดขึ้น เมื่อระบบเผาผลาญของคุณเข้าที่ และมีความยืดหยุ่น
ร่างกายของคุณ จะมีวิธีจัดการ การเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เพื่อรักษาไว้ซึ่งเปอร์เซ็นต์ไขมันและน้ำหนักตัวที่เหมาะสม หากคุณไม่กลับไปกินอะไร ที่มีน้ำตาล หนักๆ ถี่ๆ จนเป็นนิสัย แบบเดิมอีก
สิ่งที่ผมยึดถือมาเสมอ ตลอดเวลาที่เป็นแพทย์ และเป็นอาจารย์ นั่นคือ ต่อให้อ่านมากแค่ไหนก็ตาม ถ้าจะสอนใครแล้ว ต้องลงมือทำจนเห็นผลด้วยตนเองก่อน
เมื่อเห็นผลกับตนเองจนแจ่มแจ้งแล้ว จึงเริ่ม ชวนคนอื่นมาเห็น บอกคนอื่นให้ได้รู้ ส่วนแต่ละคนที่ได้เห็นได้รู้ หากมีข้อสงสัย เราก็ช่วยคลายสงสัยให้เขา เท่าที่เรามีกำลังทำได้
อย่างน้อย คนที่กำลังเจอปัญหาแบบที่ผมเคยเจอ อาจจะได้นำแนวทางที่ผมเขียน ไปใช้ในการดูแลตนเอง เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลาที่แย่ๆนั้น แบบที่ผมเคยผ่านมาแล้ว
#หมอจิรรุจน์
ลองดูในความเห็นของโพสต์นี้ครับ กด See more
จะมีความรู้เพิ่มเติมที่ ที่ผมอาจไปตอบไว้ในความเห็นต่างๆ
หากมีประโยชน์ สามารถกด Like กด Share ใน facebook ได้เลยครับ