แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หวุดหวิด 1-0 คว้าชัยสองนัดติดในลีก รั้งที่ 5 มี 39 แต้ม ส่วน "เรือใบสีฟ้า" สะดุดพ่ายตามจ่าฝูง อาร์เซน่อล ตามหลัง 5 คะแนนเหมือนเดิม แต่แข่งมากกว่าหนึ่งเกม"บิ๊กแมตช์" พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระหว่าง สเปอร์ส ทีมอันดับ 5 เปิด ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดี้ย
รับมือแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่รั้งรองจ่าฝูง"ไก่เดือยทอง" เกมนี้จะไร้กุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ หลังเข้ารับการผ่าตัดถุงน้ำดีเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยให้ คริสเตียน สเตลลินี่ ผู้ช่วยฯ ทำหน้าที่ โดยการจัดตัวยังใช้ชุดเก่งขุมกำลังเดิม แฮร์รี่ เคน หน้าเป้า โดยมี เดยัน คูลูเซฟสกี้ ดูบอลสด และ ซน ฮึง-มิน ยืนหน้าต่ำ ขณะที่ เปโดร ปอร์โร่ วิงแบ๊กขวาตัวใหม่มีชื่อเป็นตัวสำรองทางฝั่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไร้ จอห์น สโตนส์ เซ็นเตอร์แบ็กตัวเก่ง เกมนี้ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นแค่สำรองอีกครั้ง วาง เออร์ลิง ฮาลันด์ ล่าตาข่ายและมี แจ็ค กรีลิช, ริยาด มาห์เรซ และฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ช่วยปั้นเกมอยู่สนับสนุนช่วง 12 นาทีแรก เป็นฝั่งทีมเยือน "เรือใบสีฟ้า" ที่ครองบอลได้มากกว่า และส่งบอลเข้าไปในพื้นที่อันตรายได้หลายครั้ง แต่ยังหาโอกาสยิงจะๆ เข้ากรอบไม่ได้นาที 15 สาวกไก่เดือยทองในสนามได้เฮกันลั่นหลังโอกาสแรกของ สเปอร์ส ก็ชิงขึ้นนำทันที จากความผิดพลาดของ โรดรี เอร์นานเดซ ที่จ่ายบอลเข้ากลางพยายามให้ ริโก้ ลูอิส แต่โดน ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก ตัดบอลได้ก่อนจ่ายให้ แฮร์รี่ เคน ซัดด้วยขวาไม่จับส่งบอลเข้าก้นตาข่ายให้ สเปอร์ส ขึ้นนำ แมนฯ ซิตี้ 1-0 เป็นประตูที่ 200
ที่ทำไว้ 266 ขึ้นเป็นดาวซัลโวตลอดกาลนาที 19 ลูกทีมของ เป๊ป ได้ลุ้นจากจังหวะที่ แบร์นาร์โด ซิลวา กดด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลไปตรงตัว อูโก้ โยริสนาที 26 คริสเตียน โรเมโร่ โดนใบเหลืองคนที่สองของทีมต่อจาก โรดริโก้ เบนตานกูร์ หลังไปเสียบฟาวล์ใส่ เออร์ลิง ฮาลันด์ อย่างน่าเกลียดนาที 41 แบร์นาร์โด ซิลวา ได้บอลนอกกรอบทางซ้ายก่อนไหลเข้ากลางให้ โรดรี้
วิ่งมาซัดด้วยขวาแต่น้ำหนักบอลเบาไปก่อนไปเข้ามือ โยริสช่วงทดเจ็บ น. 45+2 "เรือใบสีฟ้า" เกือบได้ลูกตีเสมอหลัง ริยาด มาห์เรซ ซัดด้วยซ้ายเน้นๆ แต่บอลพุ่งไปชนคานอย่างจังจบครึ่งแรก สเปอร์ส เป็นฝ่ายขึ้นนำ แมนฯ ซิตี้ 1-0ครึ่งหลัง "เรือใบสีฟ้า" เปิดฉากไล่บดอย่างหนักเพื่อทวงประตูตีเสมอให้ได้ แต่ยังเจาะไม่ผ่านแนวรับเจ้าถิ่นที่ป้องกันได้อย่างดีนาที 59 เป๊ป เปลี่ยนตัวคนแรกถอด ริยาด มาห์เรซ ออกแล้วส่ง เควิน เดอ บรอยน์ ลงเล่นแทนนาที 64 แมนฯ ซิตี้ ได้ฟรีคิกทางด้านซ้ายก่อนเข้าเขตโทษ เดอ บรอยน์ จ่ายเลียดเข้ากลางให้ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ วิ่งมาซัดเต็มแรงบอลพุ่งตรงกรอบแต่ไปแฉลบเข่า เอริค ดายเออร์ ออกหลังหวุดหวิดอีกสองนาทถัดมา ไก่เดือยทอง สวนกลับมาเกือบได้ลุ้นเม็ดที่สองหลัง ซน ควบพาบอลขึ้นมาแล้วให้ เปริซิช ครอสเลียดมาในกรอบ 6 หลา แฮร์รี่ เคน พยายามพุ่งสไลด์เข้าชาร์จแต่ไม่โดน บอลผ่านหน้าปากประตูออกไปแบบสุดเสียวนาที 76 เจ้าบ้านตอบโต้สวนมาบ้างบอลวางยาวมาให้ ซน ฮึง-มิน เก็บบอลได้ก่อนเลี้ยงจี้หน้ากรอบแล้วซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งจน เอแดร์ซอน ต้องพุ่งปัดออกไป ก่อนที่ เคน จะตามไปเก็บแล้วตักมาให้ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก พักอกแล้วหวดบอลหลุดกรอบออกไปนาที 87 สเปอร์ส ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน
หลัง คริสเตียน โรเมโร่ ไปขวาง แจ็ค กรีลิช รับใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง ถูกไล่ออกจากสนามแต่ช่วงเวลาที่เหลือแม้ สเปอร์ส จะตัวน้อยกว่าแต่ยังรักษาสกอร์ขึ้นนำ ก่อนปิดเกมเอาชนะแชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ 1-0 คว้าสามแต้มล้ำค่าสำเร็จรายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีมสเปอร์ส (3-4-2-1) : อูโก้ โยริส - คริสเตียน โรเมโร่ (ใบแดง น.87), เอริค ดายเออร์, เบน เดวิส - เอแมร์ซอน โรยัล, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โรดริโก้ เบนตานกูร์, อิวาน เปริซิช (ไรอัน เซสเซอยง น.79) - เดยัน คูลูเซฟสกี้ (ดาวินซอน ซานเชซ น.88), ซน ฮึง-มิน (อีฟส์ บิสซูม่า น.84) - แฮร์รี่ เคน