ข้อมูลผู้รับการประเมิน
ชื่อ : นายมานะ ชาติเสนา
ตำแหน่ง : ครู
สถานที่ทำงาน : โรงเรียนบ้านตาอุด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 3
บ้านตาอุด ตำบลตาอุด อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
ชื่อ : นายมานะ ชาติเสนา
ตำแหน่ง : ครู
สถานที่ทำงาน : โรงเรียนบ้านตาอุด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 3
บ้านตาอุด ตำบลตาอุด อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
คําชี้แจง
การประเมินองค์ประกอบที่ 1 ตอนที่ 1 คะแนนรวม 60 คะแนน
มีด้วยกัน 3 ด้าน 15 ตัวชี้วัด ได้แก่
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้ 8 ตัวชี้วัด
ด้านที่ 2 ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ 4 ตัวชี้วัด
ด้านที่ 3 ด้านการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ
3 ตัวชี้วัด โดยมีระดับการประเมินและเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การให้คะแนน
ให้ผู้รับการประเมิน ประเมินตนเอง และให้ผู้บังคับบัญชาประเมิน โดยใช้เครื่องหมาย √ ในช่องระดับ และให้ใส่คะแนนในช่องคะแนน โดยกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
1) ระดับ 1 หมายถึง ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับการปฏิบัติที่คาดหวังมาก คิดเป็น 1 คะแนน
2) ระดับ 2 หมายถึง ปฏิบัติได้ต่ำกว่าระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คิดเป็น 2 คะแนน
3) ระดับ 3 หมายถึง ปฏิบัติได้ตามระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คิดเป็น 3 คะแนน
4) ระดับ 4 หมายถึง ปฏิบัติได้สูงกว่าระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คิดเป็น 4 คะแนน
โดยให้นำคะแนนรวมมาเป็นคะแนนระดับความสำเร็จในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่งที่มีฐานเป็นคะแนนเต็ม 60 คะแนน
ตารางสอน ภาคเรียนที่ 2/2568
ตารางสอน ภาคเรียนที่ 1/2569
ตอนที่ 1 คะแนนรวม 60 คะแนน มีด้วยกัน 3 ด้าน 15 ตัวชี้วัด
1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
1.6 ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนาการเรียนรู้
1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
2. ด้านการส่งเสริมและ สนับสนุนการจัดการเรียนรู้
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงาน วิชาการและงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ
3. ด้านการพัฒนาตนเอง และวิชาชีพ
3.1 พัฒนาตนเอง อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะ ที่ได้จากการพัฒนา ตนเองและวิชาชีพมาใช้
ตอนที่ 2 : ระดับความสำเร็จในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทาย
ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน (40 คะแนน)
1. วิธีดำเนินการ (20 คะแนน)
2. ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนที่คาดหวัง (20 คะแนน)
2.1 เชิงปริมาณ (10 คะแนน)
2.2 เชิงคุณภาพ (10 คะแนน)
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน........24....คาบ/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา คณิตศาสตร์ เพิ่มเติม (ค22204) ชั้น ม.2 จำนวน 6 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา ฟิสิกส์พื้นฐาน (ว31101) ชั้น ม.4 จำนวน 3 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา ฟิสิกส์ เพิ่มเติม 2 (ว30202) ชั้น ม.5 จำนวน 3 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา ฟิสิกส์ เพิ่มเติม 4 (ว30204) ชั้น ม.6 จำนวน 3 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา โลก ดาราศษสตร์ และอวกาศ พื้นฐาน (ว31104) ชั้น ม.4 จำนวน 3 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา โลก ดาราศษสตร์ และอวกาศ เพิ่มเติม 2 (ว30262) ชั้น ม.5 จำนวน 2 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา โลก ดาราศษสตร์ และอวกาศ เพิ่มเติม 4 (ว30264) ชั้น ม.6 จำนวน 2 คาบ/สัปดาห์
รายวิชา คณิตศาสตร์ (นอกตารางสอน) ชั้น ป.1 จำนวน 2 คาบ/สัปดาห์
กิจกรรมแนะแนวนักเรียนที่ปรึกษา ชั้น ม.5 จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ ชั้น ม. 1-3 จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุมเรียนรู้ เทเบิ้ลเทนนิส จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
กิจกรรมประชุมอบรมคุณธรรม จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ....2..... ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน.....2.......ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน........1....ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 ภาระงานที่เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
ตารางสอน ภาคเรียนที่ 2/2568
ตารางสอน ภาคเรียนที่ 1/2569
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทาย
ในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และการสร้างโครงงานสิ่งประดิษฐ์ “เครื่องคัดแยกไข่ไก่” โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ TA-UD MODEL : PBL (5P) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
2.1 แรงบัลดาลใจของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของชีวิตและชุมชน การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning: PBL) เป็นแนวทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้จากปัญหาหรือสถานการณ์จริง ผ่านการศึกษาค้นคว้า การออกแบบ การทดลอง การปรับปรุงแก้ไข และการนำเสนอผลงาน
วัตถุประสงค์การวิจัย
-เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ TA-UD MODEL : PBL (5P)
-เพื่อพัฒนาความสามารถของนักเรียนในการออกแบบและสร้างโครงงานสิ่งประดิษฐ์ โดยใช้ “เครื่องคัดแยกไข่ไก่”
-เพื่อศึกษาผลการเรียนรู้และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ TA-UD MODEL : PBL (5P)
2.2 วิธีดำเนินการให้บรรลุผลลัพธ์
3. กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านตาอุด จำนวน 3 คน ในภาคเรียนที่ [2569] ปีการศึกษา [1 ] ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
4. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ TA-UD MODEL : PBL (5P) เรื่อง การสร้างเครื่องคัดแยกไข่ไก่
แบบทดสอบวัดความรู้ก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน [20 ] ข้อ
แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต การตั้งปัญหาและสมมติฐาน การวางแผนและดำเนินการทดลอง การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปผล
แบบประเมินโครงงานสิ่งประดิษฐ์ “เครื่องคัดแยกไข่ไก่” โดยประเมินด้านการออกแบบ การทำงาน ความถูกต้อง ความคิดสร้างสรรค์ การใช้วัสดุ และการปรับปรุงแก้ไข
แบบประเมินการทำงานเดี่ยว
แบบประเมินการทำงานกลุ่ม
แบบบันทึกการเรียนรู้/แบบสะท้อนผลการเรียนรู้ของนักเรียน
แบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้
5. ขั้นตอนการวิจัยตาม TA-UD MODEL : PBL (5P)
5.1 ขั้นที่ 1 สำรวจปัญหา (P1 : Problem)
ครูนำเสนอสถานการณ์ปัญหาการคัดแยกไข่ไก่ด้วยแรงงานคน ซึ่งใช้เวลาและอาจเกิดความคลาดเคลื่อน จากนั้นกระตุ้นให้นักเรียนสังเกต วิเคราะห์ และร่วมกันกำหนดปัญหา โดยตั้งคำถามสำคัญ เช่น
“เราสามารถสร้างเครื่องมือหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยคัดแยกไข่ไก่ตามขนาดได้อย่างไร”
นักเรียนศึกษาสภาพปัญหา ระบุความต้องการของผู้ใช้ และกำหนดขอบเขตของโครงงาน
ผลที่คาดหวัง: นักเรียนสามารถระบุปัญหา ตั้งคำถาม และกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาได้
5.2 ขั้นที่ 2 ศึกษาความรู้ (P2 : Prepare)
นักเรียนศึกษาความรู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักการวัดและจำแนกขนาดไข่ไก่ การใช้วัสดุและอุปกรณ์ หลักการทำงานของกลไก อุปกรณ์ที่จำเป็น รวมทั้งศึกษาตัวอย่างเครื่องคัดแยกหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้อง
นักเรียนรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ความเป็นไปได้ และออกแบบแนวทางการสร้างเครื่องคัดแยกไข่ไก่ โดยจัดทำแบบร่าง รายการวัสดุ และขั้นตอนการดำเนินงาน
ผลที่คาดหวัง: นักเรียนสามารถค้นคว้า รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และนำความรู้มาใช้ในการออกแบบได้
5.3 ขั้นที่ 3 นำสู่การปฏิบัติ (P3 : Practice++)
นักเรียนลงมือสร้างเครื่องคัดแยกไข่ไก่ตามแบบที่วางไว้ ทดลองการทำงาน ตรวจสอบข้อผิดพลาด เก็บข้อมูล และปรับปรุงชิ้นงานอย่างต่อเนื่อง
ครูทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวก โดยไม่เป็นผู้ดำเนินการแทนนักเรียน นักเรียนใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสังเกต ทดลอง วัดผล วิเคราะห์ข้อมูล และตัดสินใจปรับปรุงชิ้นงาน
ผลที่คาดหวัง: นักเรียนสามารถลงมือปฏิบัติ ใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการสร้างสิ่งประดิษฐ์ได้
5.4 ขั้นที่ 4 ผลงานเด่นชัด (P4 : Presentation)
นักเรียนจัดทำผลงานและนำเสนอเครื่องคัดแยกไข่ไก่ พร้อมอธิบายที่มาและความสำคัญของปัญหา หลักการทำงาน วัสดุและอุปกรณ์ ขั้นตอนการสร้าง ผลการทดลอง ปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนแนวทางการปรับปรุง
นักเรียนตอบคำถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับข้อเสนอแนะจากครูและเพื่อน เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาผลงาน
ผลที่คาดหวัง: นักเรียนสามารถสื่อสาร อธิบายหลักการทำงานของสิ่งประดิษฐ์ และใช้ข้อมูลหรือหลักฐานประกอบการนำเสนอได้
5. ขั้นที่ 5 สืบสานสู่สังคม (P5 : Product Service Mind)
นักเรียนพิจารณาการนำเครื่องคัดแยกไข่ไก่ไปใช้ประโยชน์จริง โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ความปลอดภัย ต้นทุน ความสะดวกในการใช้งาน และประโยชน์ต่อผู้ใช้หรือชุมชน
นักเรียนสะท้อนผลการเรียนรู้ และร่วมกันเสนอแนวทางพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งตระหนักถึงการสร้างผลงานเพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม
ผลที่คาดหวัง: นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้จากห้องเรียนสู่การใช้ประโยชน์จริง และเกิดจิตสำนึกในการสร้างผลงานเพื่อบริการหรือแก้ปัญหาให้แก่สังคม
2.3 ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
ผู้เรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนสามารถร่วมกันออกแบบและสร้าง “เครื่องคัดแยกไข่ไก่” โดยผ่านกระบวนการวิเคราะห์ปัญหา ศึกษาข้อมูล ออกแบบ ลงมือสร้าง ทดลอง และปรับปรุงแก้ไข ผลงานสามารถ [ระบุความสามารถจริงของเครื่อง เช่น คัดแยกไข่ตามขนาดได้ ระดับ 3 และมีประสิทธิภาพในการทดลองคิดเป็นร้อยละ 70