เมื่อลูกค้าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยให้ลูกค้า ตั้งสติ ปลอดภัย และรักษาสิทธิประโยชน์ทางกรมธรรม์ อย่างครบถ้วน คุณควรแนะนำขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายให้กับลูกค้า ดังนี้ครับ
ตรวจสอบการบาดเจ็บ: แนะนำให้ลูกค้าตรวจสอบตัวเอง ผู้โดยสาร และคู่กรณีว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ หากมี ให้รีบโทรแจ้งสายด่วนฉุกเฉิน (1669) ทันที
ป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน: เปิดไฟฉุกเฉิน หากรถจอดในจุดที่อันตรายและสามารถขยับได้ (และตกลงกันได้แล้วว่าใครผิดถูก หรือถ่ายรูปไว้ครบถ้วนแล้ว) ควรขยับรถเข้าข้างทาง แต่หากตกลงไม่ได้หรือไม่แน่ใจ ห้ามเคลื่อนย้ายรถ จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ประกันภัยจะมาถึง
ให้ลูกค้าโทรแจ้งเบอร์ Call Center ของบริษัทประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ทันที
ข้อมูลที่ต้องเตรียมแจ้ง: ทะเบียนรถของลูกค้า, สถานที่เกิดเหตุ (จุดสังเกตสำคัญ), ลักษณะอุบัติเหตุคร่าวๆ และเบอร์ติดต่อกลับ
เมื่อเจ้าหน้าที่รับเรื่องแล้ว ลูกค้าจะได้รับ รหัสเคลม (Claim Number) และชื่อของพนักงานสำรวจภัย (Surveyor) ที่จะเดินทางมาหา
ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายรถ (หากจำเป็น) แนะนำให้ลูกค้าใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปและวิดีโอเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด:
ภาพมุมกว้าง: ให้เห็นลักษณะการชน, เลนถนน, เส้นจราจร, และป้ายบอกทาง
ภาพมุมแคบ: ร่องรอยความเสียหายของรถเราและรถคู่กรณี
ป้ายทะเบียน: ถ่ายให้เห็นป้ายทะเบียนรถคู่กรณีอย่างชัดเจน รวมถึงป้ายวงกลม (ป้ายภาษี)
เอกสารคู่กรณี: หากมีการพูดคุยกัน ควรขอถ่ายรูปใบขับขี่และกรมธรรม์ประกันภัยของคู่กรณีไว้ (ถ้าคู่กรณียินยอม)
ห้ามรับผิดหากไม่แน่ใจ: แนะนำลูกค้าว่าไม่ควรเซ็นเอกสารยอมรับผิด หรือกล่าวคำขอโทษในเชิงยอมรับผิดทางกฎหมายทันที ให้รอเจ้าหน้าที่ประกันภัยหรือตำรวจเป็นผู้พิจารณาจากพยานหลักฐาน
แลกเปลี่ยนข้อมูล: ขอเบอร์โทรศัพท์ ชื่อบริษัทประกันภัย และหมายเลขทะเบียนรถของคู่กรณีไว้
หลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์: แนะนำให้ลูกค้าใจเย็น ไม่โต้เถียง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประกันภัยในการเจรจา
หากมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย หรือ ตกลงกันไม่ได้ว่าใครเป็นฝ่ายผิด ต้องโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ (191 หรือ สน. ในพื้นที่) ทันที เพื่อมาทำบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากการแนะนำขั้นตอนข้างต้นแล้ว คุณควรแสดงความใส่ใจและพร้อมช่วยเหลือลูกค้าตลอดกระบวนการ:
ติดตามสถานะ: เสนอตัวช่วยโทรตามเจ้าหน้าที่สำรวจภัย หากเจ้าหน้าที่มาช้ากว่ากำหนด
ประสานงานหลังเกิดเหตุ: แจ้งลูกค้าว่าหลังจากได้ใบเคลม (ใบรับรองความเสียหาย) มาแล้ว คุณจะช่วยประสานงานเรื่องการจัดหาอู่ซ่อมในเครือที่ได้มาตรฐาน หรือศูนย์บริการให้
ให้คำปรึกษาเรื่องความคุ้มครอง: อธิบายสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าพึงได้รับ เช่น ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ (กรณีเป็นฝ่ายถูก) หรือวงเงินความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล