🎯รวมคำถาม - คำตอบ
ที่ประชาชนควรรู้ในคดีแรงงาน
ที่ประชาชนควรรู้ในคดีแรงงาน
กลุ่มงานนิติการ
ตอบ ค่าชดเชยจะได้รับในกรณีที่ลูกจ้างถูกนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ได้กระทำความผิด และจะได้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118
ตอบ นายจ้างต้องบอกกล่าวให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใดเพื่อให้มีผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป (ยกเว้นสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลา) (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582, พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17)
ตอบ นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างตามจำนวนที่จะต้องจ่ายจนถึงเวลาเลิกจ้าง เช่น นายจ้างจ่ายเงินเดือนทุกวันสิ้นเดือนหากต้องการเลิกจ้างในทันทีโดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิด นายจ้างสามารถ บอกเลิกจ้างในวันสิ้นเดือนและจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน พร้อมกับ เงินเดือนในเดือนดังกล่าว เป็นต้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582, พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 17 วรรคสาม)
ตอบ นายจ้างจะต้องนำคดีมาสู่ศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบคำสั่งและต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่ง (จำนวนเงินตามคำสั่งพร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันวางเงินต่อศาล)
ตอบ ศาลจะไม่สามารถรับฟ้องคดีได้
ตอบ ลูกจ้างจะต้องนำคดีมาฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งต่อศาลภาย 30 วัน นับแต่ได้รับทราบคำสั่ง
ตอบ ลูกจ้างจะต้องนำคดีมาฟ้องศาลเพื่อให้นายจ้างปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน (พนักงานตรวจแรงงานจะไปดำเนินการทางด้านคดีอาญากับนายจ้างต่อไป)
กลุ่มงานช่วยพิจารณาคดี
ตอบ คดีแรงงานจำเลยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันที่ศาลแรงงานนัดให้มาศาล หรือไปให้การในวันนัดทีเดียวก็ได้
ตอบ ดำเนินการด้วยตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีทนายความ เจ้าหน้าที่ศาลแรงงาน/ศาลจังหวัดสามารถให้คำปรึกษาและร่างฟ้องให้ได้
ตอบ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๓๘ บัญญัติ ว่าเมื่อโจทก์และจำเลยมาพร้อมกัน ให้ศาลแรงงานไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกันหรือ ประนีประนอมยอมความกัน โดยให้ถือว่าคดีแรงงานมีลักษณะพิเศษอันควรระงับลงได้ด้วยความเข้าใจอันดีต่อกัน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายจะได้มีความสัมพันธ์กันต่อไป
ตอบ การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแรงงาน ให้อุทธรณ์ได้เฉพาะในข้อกฎหมายไปยังศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ โดยการอุทธรณ์นั้นให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลแรงานซึ่งมีคำพิพากษาหรือคำสั่งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น และให้ศาลแรงงานส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งแก้ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ฝ่ายนั้นได้รับสำเนาอุทธรณ์
ตอบ คู่ความสามารถคัดถ่ายคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลได้ภายใน 15 วันทำการ นับแต่วันอ่านคำพิพากษา หรือคำสั่ง
ตอบ สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนดประเภทเอกสารที่ให้บริการคัดถ่ายเอกสารในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม 5 ประเภท ดังนี้
1. คำพิพากษา/คำสั่งชี้ขาดคดี
2. หมายบังคับคดี
3. สัญญาประนีประนอมยอมความ
4. บัญชีค่าฤชาธรรมเนียม
5. รายงานกระบวนพิจารณา
กลุ่มงานคลัง
ตอบ ผู้ร้องต้องยื่นคำร้องขอคืนเงินกับศาล โดยดำเนินการจ่ายเงินให้ผู้ที่มีสิทธิรับเงินภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง (ตามประกาศศาลแรงงานภาค 8 เรื่อง การจัดประเภทคดีและการกำหนดระยะเวลาการพิจารณาพิพากษาคดีประกาศ ณ วันที่ 30 ต.ค. 66)
ตอบ ดำเนินการโอนเงินผ่านระบบ KTB Corporate Online (ธนาคารกรุง) เข้าบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิรับเงิน
ตอบ คู่ความสามารถยื่นคำร้องขอวางเงินต่อศาล โดยการวางเงินสามารถทำได้ 3 วิธี ดังนี้
1. วางเป็นเงินสด
2. ชำระผ่านเครื่องEDC โดยสแกนผ่าน QR Code
3. วางเป็นเช็ค สั่งจ่าย บัญชีเงินกลางสำนักงานประจำศาลแรงงานภาค 8
ตอบ บุคคลธรรมดา
- คำร้องขอรับเงิน
- แบบแจ้งความประสงค์ในการรับเงินด้วยวิธีการโอน (แบบ 4)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
นิติบุคคล
- คำร้องขอรับเงิน
- หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
- แบบแจ้งความประสงค์ในการรับเงินด้วยวิธีการโอน (แบบ 4)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มีอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
กลุ่มงานบริหารจัดการคดี
ตอบ การส่งหมายเรียกและคำฟ้องตั้งต้นคดี ต้องดำเนินการทางเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วน ดังนี้
๑. โจทก์เสนอหลักฐานแสดงภูมิลำเนาหรือที่ตั้งสำนักทำการงานของจำเลยที่จะส่งเอกสารไปถึง และเสนอหลักฐานที่แสดงรายละเอียดอย่างชัดเจนพร้อมคำร้องขอให้ศาลจัดส่งหมายเรียกและ คำฟ้องตั้งต้นคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๓ จัตวา วรรคแรก
2. คู่ความต้องจัดทำสำเนาคำฟ้อง และสำเนาเอกสารท้ายฟ้องที่ประสงค์จะส่งไปด้วย โดยต้อง รับรองสำเนาด้วยข้อความว่า “Certified True Copy” ลงลายมือชื่อผู้รับรอง พร้อมระบุฐานะ ของผู้รับรองทุกฉบับ จำนวน 3 ชุด
๓. โจทก์/คู่ความ จัดทำคำแปลหมายเรียกและคำฟ้องตั้งต้นคดี รวมถึงเอกสารอื่นใด เพื่อส่งไป ยังประเทศที่จำเลยมีภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานอยู่เป็นภาษาราชการของประเทศนั้นหรือ เป็นภาษาอังกฤษแล้วแต่กรณี โดยต้องรับรองการแปลด้วยข้อความว่า “Certified True and Correct Translation”หรือเป็นข้อความในทำนองเดียวกันลงลายมือชื่อผู้รับรอง พร้อมระบุ ฐานะของผู้รับรอง ทุกหน้าทุกฉบับ จำนวน 3 ชุด (ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสาร ได้แก่ ทนายความหรือตัวความส่วนการรับรองการแปล ได้แก่ ผู้แปล ทนายความ หรือตัว ความ)
4. การวางเงินค่าใช้จ่าย ให้โจทก์ยื่นคำแถลงขอวางเงินสำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายเป็นรายคดีเพื่อ การจัดส่งหมายเรียกและคำฟ้องตั้งต้นคดีตามระเบียบปฏิบัติของศาล โดยให้โจทก์ยื่นคำแถลงไว้ ล่วงหน้าว่าเมื่อได้ชำระค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว หากเงินค่าใช้จ่ายที่วางไว้มีเหลืออยู่เพียงใด ให้คืน แก่ผู้มีสิทธิได้รับด้วยวิธีโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารโดยให้ยื่นคำแถลงและแนบสำเนาบัญชี เงินฝาก ธนาคารดังกล่าวเป็นหลักฐาน
ในกรณีส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษระหว่างประเทศ ให้โจทก์วางเงินไม่เกินอัตราค่าบริการโดยแบ่งตามพื้นที่ของประเทศปลายทาง
ในกรณีส่งทางผู้ประกอบกิจการรับส่งพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ ให้โจทก์วางเงินตามอัตราค่าบริการที่ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบกิจการ
ในกรณีส่งผ่านวิถีทางการทูต ให้โจทก์วางเงินค่าใช้จ่ายครั้งละไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท หากไม่ เพียงพอให้โจทก์วางเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามที่ศาลมีคำสั่ง เว้นแต่กรณีการส่งเอกสารไปยัง ประเทศที่มีแนวปฏิบัติเฉพาะที่ต้องแนบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการล่วงหน้า ให้โจทก์วางเงิน ค่าใช้จ่ายตามแนวปฏิบัติที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด
ตอบ 1. เมื่อพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งและแจ้งให้ลูกจ้างหรือทายาทและนายจ้างทราบแล้ว หาก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วยกับคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจะต้องฟ้องคดีต่อศาลแรงงานเพื่อ ขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง มิฉะนั้น คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจะเป็นที่สุด มีผลผูกพันนายจ้างลูกจ้างต้องปฏิบัติตาม
2. หากคำสั่งให้ลูกจ้างชนะ ล่วงเลยระยะเวลาอุทธรณ์คำสั่งแล้ว นายจ้างไม่อุทธรณ์คำสั่ง ลูกจ้างชอบที่จะนำคดีมาฟ้องขอให้ปฏิบัติตามคำสังพนักงานตรวจแรงงานได้ ไม่อยู่ในบังคับว่า จะต้องฟ้อง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่ง
3. ระยะเวลาฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน เป็นกำหนดระยะเวลาในการฟ้องคดี มิใช่อายุความ หากมีความจำเป็นโจทก์สามารถขอขยายระยะเวลาฟ้องคดีได้ โดยทำเป็นคำร้อง ขอแสดงเหตุผลความจำเป็นต่อศาล
4. การใช้สิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจหรือการใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลแรงงานโดยไม่ผ่าน ขั้นตอนพนักงานตรวจแรงงาน เป็นสิทธิที่ลูกจ้างสามารถเลือกได้แต่ต้องใช้สิทธิทางใดทางหนึ่ง เท่านั้น จะใช้สิทธิ 2 ทางพร้อมๆ กันไม่ได้
5. นายจ้างฟ้องเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน นายจ้างต้องวางเงินตามจำนวนที่ถึง กำหนด จ่ายตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องต่อศาลแรงงานพร้อมฟ้อง ต้องวางเงินเท่านั้น ไม่สามารถวางหลักประกันได้ ส่วนลูกจ้างฟ้องไม่ต้องวางเงินค่าเพิกถอนฯ
ตอบ การดำเนินคดีแรงงานได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียม ดังนั้น โจทก์จึงฟ้องคดีได้ โดยไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลเหมือนอย่างคดีแพ่งทั่วไป
แต่หากนายจ้างเป็นโจทก์ฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่สั่งให้นายจ้างจ่ายเงิน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 หรือฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งพนักงานเงิน ทดแทนที่สั่งให้นายจ้างจ่ายเงินทดแทน นายจ้างต้องวางเงินต่อศาลเท่ากับจำนวนที่พนักงานมีคำสั่ง
ตอบ คำฟ้องคดีแรงงาน ให้เสนอต่อศาลแรงงานหรือศาลจังหวัดที่เป็นที่ตั้งของสถานที่ที่ลูกจ้างทำงาน ถือเป็นสถานที่มูลคดีเกิด
ตอบ 1. ให้จำเลยมาศาลแรงงานภาค 8 หรือศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่มูลคดีเกิดซึ่งกำหนดให้เป็น สถานที่นั่งพิจารณาตามกำหนดนัด เพื่อไกล่เกลี่ยและพิจารณาเพื่อศาลดำเนินกระบวนพิจารณา ต่อไป
2. จำเลยมาศาลด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจมาศาลแทนจำเลยได้โดยต้อง นำเอกสารที่จำเป็น (ใบมอบอำนาจ, หนังสือจดทะเบียนบริษัท) พร้อมคำแปลที่ใช้ประกอบการ ตัดสินใจของคู่ความมาศาลในวันนัด
3. จำเลยจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันเวลาที่นัดให้ไปศาลก็ได้
4. หากจำเลยได้รับหมายเรียกแล้ว ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล โดยไม่แจ้งเหตุให้ทราบหรือไม่ มีเหตุอันสมควร ศาลอาจมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดและขาดนัดพิจารณาและจะพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวได้
กลุ่มงานช่วยอำนวยการ
ตอบ ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับศาลจังหวัดภูเก็ต ทางขึ้นเขาโต๊ะแซะ แถวศาลากลางหลังเก่า
Link Google Map : https://maps.app.goo.gl/rmNZzoyjboXcbsGSA
ตอบ เปิดทำการ วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.
ตอบ lbphkc@coj.go.th
ตอบ 076220719