ดนตรีเป็นวิชาของนักปราชญ์
ขงเบ้ง นักปราชญ์ชาวจีนต้องตีขิม (เล่นดนตรี) สืบเนื่องมาจากแนวคิดและความเชื่อที่ว่า นักปราชญ์จีน (ขงจื๊อ, Kong Zi) นั้นจะต้องเรียน 6 วิชาด้วยกันคือ การประพันธ์ พิธีกรรม ดีดลูกคิด ขับรถออกศึก ยิงธนู และดนตรี ส่วนนักปราชญ์ชาวกรีก เทพเจ้าของกรีกก็เล่นดนตรี ซึ่งเป็นรากฐานของการศึกษาตะวันตกนั้น นักปราชญ์จะต้องเรียนรู้ในด้านต่างๆ 7 วิชาด้วยกันคือ ดาราศาสตร์ ภาษาศาสตร์ ปรัชญา คณิตศาสตร์ พลศึกษา เรขาคณิต และดนตรี
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าใหม่เพื่อพัฒนาอาชีพดนตรีให้เป็นวิชาที่มีราคา พัฒนาดนตรีให้เป็นวิชาที่พึงประสงค์ของสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสนอแนวคิดใหม่ (อีกมุมหนึ่ง) อาทิ ดนตรีเป็นวิชาของนักปราชญ์ ดนตรีเป็นวิชาที่พัฒนาสมอง เพื่อที่จะถ่วงดุลและเปิดโอกาสให้คนเก่ง คนดี ได้หันมาเลือกเรียนดนตรีและประกอบอาชีพอย่างมีเกียรติและเชื่อถือได้
การที่นักดนตรี ครูดนตรี และผู้ที่ประกอบอาชีพดนตรีจะกลายเป็นผู้มีเกียรติเชื่อถือได้ก็ต้องอาศัยเวลาและอาศัยการกระทำ “ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว” จะอาศัยคนหนึ่งคนเดียวไม่ได้ เพราะต้องอาศัยคนในอาชีพดนตรี (ส่วนใหญ่) เท่านั้น ที่จะบอกถึงความสำเร็จในอาชีพ ความเชื่อมั่นว่าดนตรีเป็นวิชาของนักปราชญ์เป็นแต่เพียงความเห็นเท่านั้น ยังต้องพิสูจน์ความเห็นว่าสามารถเป็นจริงได้ จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยการทำ
บทความโดย
สุกรี เจริญสุข
จากหนังสือ บริหารจินตนาการ ปี 2549 หน้า 66-69