ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครูผู้ช่วย ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน กับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครูผู้ช่วย ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน กับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2568
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 23 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้ สอนตามตารางสอน รวมจำนวน 23 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา สังคมศึกษา จำนวน 15 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา ลูกเสือ - เนตนารี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้/รายวิชา กิจกรรมเพื่อสังคม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
เสริมวิชาการครูปรึกษา จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
IS(2) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำการวิจัยในชั้นเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การดำเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานสำนักงานวิชาการ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานพัสดุและทำสำเนาเอกสารงานวิชาการ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมนักเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานกิจกรรมสัมพันธ์ชุมชน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
-
ตารางสอน
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครูวิทยฐานะชำนาญการ
ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ ริเริ่มพัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์รายวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โดยใช้ชุดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ5STEPsร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
วิชาสังคมศึกษาเป็นวิชาที่สำคัญช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจว่ามนุษย์ดำรงชีวิตอย่างไรและการอยู่ร่วมกันในสังคม นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยทำให้เกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่น ยอมรับในความแตกต่างสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้ ดังนั้นการ
จัดการศึกษาในกลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมจึงไม่ใช่การเรียนเฉพาะเนื้อหาความรู้แต่จำเป็นจะต้องให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะ ประเด็นปัญหาและใช้เหตุผลพิจารณาเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนและทัศนคติที่ดี โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเน้นกระบวนการเรียนรู้ด้วยการแก้ปัญหา ทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล ด้วยเหตุนี้จึงต้องหาวิธีการสอนที่เหมาะสมทำให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนได้ การคิดวิเคราะห์ถือเป็นทักษะ
ที่สำคัญช่วยให้ผู้เรียนเกิดความสำเร็จในการเรียนรู้และเป็นทักษะที่จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ต่างๆในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นระบบ และให้ผู้เรียนเกิดทักษะดังกล่าวครูผู้สอนจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเสนอความคิดที่หลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนตั้งคำถามและนำไปสู่การค้นหาคำตอบ
จากเหตุผลดังกล่าวนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์รายวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ5STEPsร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม ให้เหมาะสมกับผู้เรียน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนลาดยาววิทยาคม ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2563 ในเรื่องของมาตรฐานการเรียนและตัวชี้วัด เนื้อหารายวิชาสังคมศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
2.2 ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ5STEPsร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม
2.3 เปิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และเข้าไปสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การจัดกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม และชุดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอแนะ
และสะท้อนผลการจัดกิจกรรมเพื่อนำมาปรับปรุง/พัฒนาให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน ผู้เรียน และโรงเรียน
2.4 ครูผู้สอนนำกิจกรรมมาปรับปรุงและพัฒนาตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
2.5 ครูผู้สอนสร้างแบบทดสอบและชุดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยตรวจสอบความถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ และปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
2.6 ครูผู้สอนนำแบบทดสอบก่อนเรียนและชุดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์
ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้ในการจัดการเรียนรู้
2.7 จัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษากับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการศึกษาสถานการณ์หรือคลิปวิดีทัศน์ตัวอย่างที่สะท้อนถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์
ผ่านกระบวนการ5STEPs ร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม ดังนี้
1. การตั้งคำถาม 2. การแสวงหาความรู้สารสนเทศ 3. สร้างองค์ความรู้ 4. เรียนรู้เพื่อการสื่อสาร และ 5. การตอบแทนสังคม นำความรู้ไปเผยแพร่
2.8 ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อบันทึกผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เกิดขึ้นจากการกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบข้อมูลสารสนเทศ หากมีผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้จัดกิจกรรมซ่อมเสริมและทำแบบทดสอบใหม่จนนักเรียนมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
2.9 ประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนในการจัดการเรียนการสอนเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 3 ห้อง รวมจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 104 คน ได้รับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์รายวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ5STEPsร่วมกับเทคนิคการใช้คำถาม ดังนี้
1) ผู้เรียนร้อยละ 75.65 ผ่านเกณฑ์การประเมินแบบทดสอบหลังเรียน
2) ผู้เรียนร้อยละ 82.26 ผ่านเกณฑ์แบบฝึกชุดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์
3) ผู้เรียนร้อยละ 66.26 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 3 ห้อง รวมจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 104 คน
มีทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น และผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ ประสบการณ์ตามกระบวนการเรียนรู้แบบ 5 STEPs