AI ย่อมาจาก “Artificial Intelligence” หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” หมายถึง ความสามารถของเครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ในการ “คิด” “เลียนแบบ” หรือ “ทำงานเหมือนมนุษย์” เช่น การพูด การฟัง การวิเคราะห์ หรือการตัดสินใจ
จุดเด่นของ AI คือ ไม่ได้แค่ทำตามคำสั่งเหมือนหุ่นยนต์ทั่วไป แต่ยังสามารถ เรียนรู้ ปรับปรุงเมื่อได้รับข้อมูลและการฝึกเพิ่ม คนเรียนรู้จาก ประสบการณ์ ส่วน AI เรียนรู้จาก ข้อมูลจำนวนมาก เช่น ภาพ เสียง ข้อความ หรือวิดีโอ เหมือนกับเด็กๆ ที่ยิ่งฝึกบ่อย ก็ยิ่งเก่งขึ้น
ดังนั้น AI จึงไม่ได้ฉลาดมาตั้งแต่ต้น แต่ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเรา “สอนมันด้วยข้อมูล” นั่นเอง โดย AI มีขั้นตอนการทำงาน ดังนี้
การรับข้อมูล (Data Input) AI รับข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาเรียนรู้ เช่น ข้อความ รูปภาพ เสียง หรือตัวเลข เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประมวลผล
การเรียนรู้ (Learning) AI จะจดจำรูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อฝึกฝนให้ตัวเองมีความเข้าใจและฉลาดขึ้น เปรียบเหมือนการอ่านหนังสือสะสมความรู้
การประมวลผลและให้เหตุผล (Processing & Reasoning) AI นำความรู้ที่เรียนมาใช้คิดวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ ๆ อย่างมีเหตุผล เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ได้รับมา
การคาดการณ์และการตัดสินใจ (Prediction & Decision Making) AI ตัดสินใจให้คำตอบหรือสร้างผลลัพธ์ออกมา เช่น การทายคำตอบ การแยกประเภทสิ่งของ หรือการแต่งประโยคใหม่
การตรวจสอบผลลัพธ์ (Evaluation) ระบบจะทำการตรวจเช็กว่า คำตอบที่ AI คิดออกมานั้น ถูกต้องและแม่นยำตามที่กำหนดไว้หรือไม่
การปรับปรุงตนเอง (Self-Correction) (กรณีผลลัพธ์ยังไม่ถูกต้อง) AI จะนำข้อผิดพลาดกลับไปเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง เพื่อปรับปรุงตัวเองให้เก่งและแม่นยำยิ่งขึ้น
จบการทำงาน (End) (กรณีผลลัพธ์ถูกต้องแล้ว) ระบบจะสิ้นสุดการทำงานเมื่อได้
ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์