ทีนี้เรามาศึกษากันก่อนว่า ลูกเสริฟที่ดี ต้องฝึกให้มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง?
1. ต้องไม่เสริฟผิดกติกา
ตัวอย่างการเสริฟผิดกติกาได้แก่ มือข้างที่ถือลูกปิงปองก่อนโยนลูกแบมือไม่ถูกต้อง , มือข้างที่ถือลูกปิงปองไม่หยุดนิ่งก่อนโยนลูกปิงปอง , โยนลูกเสริฟไม่ถึง 16 เซ็นติเมตร , โยนลูกเสริฟเข้าไปในโต๊ะปิงปอง , จงใจโยนลูกปิงปองให้เฉียงๆ ไม่เป็นเส้นตรง , จงใจโยนลูกปิงปองให้เกิดความหมุน , ก่อนเสริฟมือข้างที่ถือลูกอยู่ต่ำกว่าโต๊ะปิงปอง หรือ เข้าไปในโต๊ะปิงปอง , ตีลูกปิงปองในขณะที่ลูกปิงปองกำลังลอยขึ้น , ขณะที่โยนลูกปิงปองขึ้นไปในอากาศ มือข้างอิสระที่ไม่ถือไม้ปิงปอง หรือ ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย หรือ เสื้อผ้า บังลูกปิงปองอยู่ , โยนลูกปิงปองเพื่อจะเสริฟแต่เปลี่ยนใจไม่เสริฟ ฯลฯ
เฉพาะแค่เรื่องกติกาก็ทำให้เราปวดหัวแล้ว เพราะฉะนั้นนักกีฬาจะต้องระวังอย่าให้ตัวเองเสริฟผิดกติกา เพราะ หากผิดกติกา ผู้ตัดสินอาจจะขานให้เราเป็นฝ่ายเสียคะแนนให้กับคู่ต่อสู้ไปฟรีๆ ทันที ทำให้เกิดความหงุดหงิดกรรมการในขณะทำการแข่งขัน หรือโชคดีหน่อย กรรมการอาจจะแค่ขาน LET ให้เสริฟใหม่ ก็ได้ ถือเป็นโชคดีไป ดังนั้นเราจึงต้องรู้ตัวเอง และหมั่นฝึกเสริฟให้ถูกกติกาไว้ จะเป็นการดีที่สุดครับ
เสริฟให้เลียดเน็ตที่สุด
เพราะหากเสริฟสูง หรือ เสริฟโด่ง หากไปเล่นกับผู้เล่นระดับสูง จะถูกบุกด้วยลูก ท๊อปสปินในโต๊ะ (Half long) หรือ ถูกเขี่ย (FLIP) ให้เสียหลักหรือหลงทางเสียจังหวะทันที