“สีไม้” หรือบางคนอาจเรียกว่า “ดินสอ” มีลักษณะเหมือนแท่งของดินสอ มีความแห้ง ด้าน มีความอ่อนแข็ง เปรียบเทียบได้กับดินสอทั่วไปอย่าง ดินสอ HB 2B เป็นต้น ส่วนไส้สีหรือเนื้อสีนั้นจะมีความเนียนนุ่ม ใช้ให้ระบายได้ง่าย เมื่อระบายลงบนกระดาษแล้วสีจะเนียนติดผิวกระดาษนานไม่เป็นผงปลิวหรือซีดเร็ว โดยคุณสมบัติของสีไม้นั้นจะเป็นสีที่โปร่งแสงหรือกึ่งทึบแสงแต่ไม่ทึบตันเหมือนสีโปสเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่สีไม้โดยทั่วไปจะผลิตมาจากขี้ผึ้ง เพราะมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน มีลักษณะอ่อนนุ่มทำให้เม็ดสีลื่นไหลไปทั่วพื้นผิวกระดาษและเกาะติดกระดาษได้ง่าย ทำให้สามารถลงสีได้หลายชั้น การระบายสีไม้จึงเหมาะสำหรับเด็กที่เพิ่งเริ่มต้นใช้สีไม้ในการระบายสี เพราะนอกจากจะง่ายในการใช้งานแล้วยังช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็กในเด็กและเสริมสร้างจินตนาการในเด็กโตได้ดีอีกด้วย
ที่มา https://masterart.co.th/index.php/2021/08/18/colourpencilforallage/
สีเทียนนั้นมีลักษณะเป็นสีเคลือบที่ผลิตจากเมล็ดสีผสมกับเข้าขี้ผึ้งแล้วจึงนำมาอัดเป็นแท่งทำให้มีข้อดีคือ หักได้ยาก ไม่เลอะมือเมื่อระบาย และยังมีคุณสมบัติที่ไม่ละลายน้ำอีกด้วย จึงเหมาะกับเด็ก ๆ หรือคนที่เพิ่งหัดวาดภาพระบายสี เพราะสีเทียนส่วนใหญ่จะถูกออกแบบมาให้จับได้ถนัดมือ และง่ายต่อการใช้งาน ด้วยเหตุนี้เองทำให้สีเทียนนั้นเป็นเครื่องมือในการช่วยเสริมทักษะการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี
ที่มา https://masterart.co.th/index.php/2021/05/20/waxcrayonforkids/
สีเมจิก เป็นสีบรรจุในแท่งพลาสติก ไส้สักหลาด บางครั้งก็เรียกว่าปากกาสักหลาด มีทั้งเชื้อน้ำ และเชื้อน้ำมัน เชื้อน้ำสามรถละลายน้ำได้ เชื้อน้ำมันเมื่อแห้งแล้วจะไม่ละลายน้ำอีก มีหลายสีให้เลือกเป็นชุด ๆ ตั้งแต่ชุดละ 12 สี 24 สี 36 สี 48 สี จนถึง 60 สี สีเมจิกหรือมาร์คเกอร์เป็นสีที่ระบายง่ายมากเพราะมีลักษณะคล้ายปากกา มีทั้งแบบปากแหลม และแบบปากตัด ข้อดีของสีชนิดนี้คือระบายง่าย สะดวก ไม่เลอะเทอะ ข้อเสียคือหากใช้ระบายในพื้นที่กว้าง ๆ จะเกิดรอยเป็นเส้น ๆ ทำให้งานไม่สวยอยากแนะนำให้ใช้สีเมจิกเฉพาะในพื้นที่ ไม่กว้างนักหรือใช้ตัดเส้นจะได้ภาพที่เรียบร้อยสีเมจิกใช้ร่วมกับสีหมึกและสีน้ำได้
ที่มา http://www.kidartshop.com/article
สีชอล์ค เป็นอีกสีประเภทฝุ่นที่มีลักษณะผงละเอียด นำมาอัดเป็นแท่ง และสีประเภทนี้ใช้ในงานวาดภาพมากกว่า 250 ปี ซึ่งสีชอล์คจะเป็นสีที่ผสมขี้ผึ้งหรือกาวยางไม้ เข้าไปเพื่อทำการอัดแท่ง แต่เนื้อของสีประเภทนี้มีความละเอียดมาก มักใช้กับงานวาดภาพเหมือน
ที่มา https://wetecacahuete.com/art
สีฝุ่นถือเป็นสีประเภทแรกที่ได้มาจากธรรมชาติ อย่างเช่น ดิน หิน พืช สามารถนำมาทำให้ละเอียดเป็นผง โดยยุโรปนิยมเขียนสีฝุ่นโดยผสมกับกาวยาง กาวน้ำ หรือไข่ขาว ซึ่งลักษณะของสีฝุ่นมีลักษณะทึบแสง มีเนื้อสีค่อนข้างหนา เขียนสีทับได้ โดยสีฝุ่นจะใช้กับงานภาพเขียนทั่วไป
ที่มา https://wetecacahuete.com/art
สีน้ำมันผสมระหว่างสีฝุ่นกับน้ำมัน ซึ่งจะต้องเป็นน้ำมันจากพืช โดยสีน้ำมันจะมีลักษณะเป็นสีทึบแสง มีความคงทนมากและกันน้ำได้ แต่สีน้ำมันข้อเสียคือแห้งช้ามาก แนะนำให้วาดภาพสีน้ำมันกับขนาดใหญ่
ที่มา https://wetecacahuete.com/art
สีโปสเตอร์ เป็นสีประเภทฝุ่น ที่ผสมกับกาวน้ำ และจะบรรจุเป็ดขวด ใช้งานเหมือนสีน้ำ จะต้องใช้น้ำเป็นส่วนผสมทำให้เจือจาง แต่จุดเด่นของสีโปสเตอร์จะเป็นสีทึบแสง เนื้อเข้มข้น สามารถระบายสีทับกันได้
ที่มา https://wetecacahuete.com/art
สีอะครีลิค เป็นสีที่มีส่วนผสมของสารพลาสติกโพลีเมอร์ จำพวกอะครีลิค หรือไวนิล โดยสีอะครีลิคเป็นสีที่ผลิตขึ้นมาใหม่ล่าสุด สามารถนำมาผสมน้ำ ใช้งานได้เหมือนกับสีน้ำและสีน้ำมัน โดยสีประเภทนี้มีความโปร่งแสง และทึบแสง แต่จะมีความแห้งเร็วกว่าสีน้ำมัน 1-6 ชั่วโมง สีอะคริลิคมีทั้งแบบขวด และแบบหลอด ข้อควรระวังคืออย่าให้เปื้อนเสื้อผ้า เพราะเมื่อแห้งแล้วจะไม่สามารถซักออกได้
ที่มา https://wetecacahuete.com/art
เริ่มที่สีประเภทแรกคือ สีน้ำ ซึ่งเป็นสีที่ใช้มาตั้งแต่โบราณ นิยมอย่างมากในทวีปยุโรปและเอเชีย โดยเฉพาะประเทศจีนและญี่ปุ่นที่ใช้สีประเภทนี้มาอย่างยาวนาน ซึ่งการระบายสีน้ำจะต้องใช้น้ำเป็นส่วนผสมและทำให้สีละลายและเจือจาง โดยลักษณะของสีน้ำจะมีลักษณะใส บาง และให้ความรู้สึกสะอาด
สีน้ำในปัจจุบันแบ่งได้ 3 ประเภท คือ 1.สีน้ำแบบบรรจุหลอด 2.สีน้ำชนิดก้อน 3.สีน้ำพร้อมใช้ชนิดด้ามปากกา (พู่กันแท็งค์น้ำ)
ที่มา https://wetecacahuete.com/art