แบบรายงานข้อตกลงประเด็นท้าทาย
แบบรายงานข้อตกลงประเด็นท้าทาย
📝แบบรายงานข้อตกลงประเด็นท้าทาย ปีงบประมาณ 2569
ประเด็นท้าทาย
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สาระเศรษฐศาสตร์ เรื่อง กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ โดยใช้เทคนิค STAD ร่วมกับเกมประกอบการสอนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา 3/4 โรงเรียนหนองแค “สรกิจพิทยา”
สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
จากการจัดการเรียนการสอน รายวิชาสังคมศึกษา 5 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีการศึกษาข้อมูลจากการสอนในภาคเรียนที่ผ่านมาพบว่าในการเรียนรายวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ยังมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาน ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบและการแก้ปัญหาอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ผลสัมฤทธิ์อยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
โดยรายวิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นรายวิชาที่ผู้เรียนมักจะเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัวเนื้อหาเข้าใจยากต่อการเรียนรู้และไมสามารถนําไปใช้ในชีวิตประจําวันได้จริง ทําให้ผู้เรียนขาดแรงบันดาลใจในการเรียนเพื่อเป็นการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้เป็นไปตามค่าเป้าหมายของมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดตามหลักสูตรสถานศึกษา และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ผูสอนจึงได้นำเทคนิคการสอน STAD ร่วมกับเกมประกอบการสอนมาใช้ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อให้นักเรียนเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้และสามารถความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจําวันได้
เพื่อให้นักเรียนได้เกิดการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีส่วนร่วมในการกิจกรรมที่มีส่วนช่วยในการตัดสินปัญหาอย่างมีเหตุผล มีหลักการและมีความรอบคอบในการใช้กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบและทักษะการแก้ปัญหา ซึ่งสอดคล้องกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ได้แก่ การสื่อสาร กระบวนการกลุ่ม การมีทักษะคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมด้วยองค์ความรู้ของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นผู้สอนจึงสนใจที่จะจัดการเรียนการสอน เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระเศรษฐศาสตร์ เรื่อง กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ โดยใช้เทคนิค STAD ร่วมกับเกมประกอบการสอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนหนองแค “สรกิจพิทยา” มาใช้จัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสในการทำงานเป็นกระบวนการกลุ่ม แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในกิจกรรรมการเรียนรู้อย่างทั่วถึง ตลอดจนช่วยให้ผู้เรียนและครูผู้สอนได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกตื่นตัวในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความสนใจใคร่รู้และหามาซึ่งคำตอบอย่างเป็นกระบวนการ โดยที่สำคัญทำให้เกิดองค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบที่นักเรียนสนใจ
วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
🌿ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาในส่วนของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
🌿 ออกแบบการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่สามารถประยุกต์ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค STAD ร่วมกับเกมประกอบการสอน ในรายวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กลไกราคราในระบบเศรษฐกิจ
🌿 จัดทำแผนการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคSTAD ร่วมกับเกมประกอบการสอนในรายวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
🌿 จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคSTAD ร่วมกับเกมประกอบการสอนในรายวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
🌿 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศในการสะท้อนผลการเรียนรู้ และนำผลที่ได้มาปรับปรุงพัฒนาต่อไป
ผลการดำเนินการเชิงปริมาณ
1. ผลการทดสอบก่อนเรียน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 จำนวน 33 คน ตามแบบประเมินผลก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ 20 ข้อ พบว่า นักเรียนมีคะแนนรวมเฉลี่ย เท่ากับ 4.30 คิดเป็นร้อยละ 21.52
2. ผลการทดสอบหลังเรียน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/4 จำนวน 33 คน ตามแบบประเมินผลหลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ 20 ข้อ พบว่า นักเรียนมีคะแนนรวมเฉลี่ย เท่ากับ 16.27 คิดเป็นร้อยละ 81.36
3. ผลการพัฒนาการผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Relative Growth) ของนักเรียนจากการใช้การจัดการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิค STAD ร่วมกับเกมประกอบการสอนของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/5 จำนวน 29 คนโดยเปรียบเทียบผลการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า ระดับการพัฒนาของนักเรียนมีคะแนนรวมเฉลี่ย เท่ากับ 11.97 คิดเป็นร้อยละ 59.85
ผลการดำเนินการเชิงคุณภาพ
นักเรียนได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคโดยใช้เทคนิค STAD ร่วมกับเกมประกอบการสอน ในรายวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง กลไกราคา นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สามารถคิด วิเคราะห์เชื่อมโยงความความรู้ได้
📝แบบรายงานข้อตกลงประเด็นท้าทาย ปีงบประมาณ 2568
ประเด็นท้าทาย
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง เรื่อง กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิดสี่สหาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/5 โรงเรียนหนองแค “สรกิจพิทยา”
สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
จากการจัดการเรียนการสอน รายวิชาสังคมศึกษา 5 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีการศึกษาข้อมูลจากการสอนในภาคเรียนที่ผ่านมาพบว่าในการเรียนรายวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ยังมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาน ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบและการแก้ปัญหาอยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ผลสัมฤทธิ์อยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
เพื่อให้นักเรียนได้เกิดการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีส่วนร่วมในการกิจกรรมที่มีส่วนช่วยในการตัดสินปัญหาอย่างมีเหตุผล มีหลักการและมีความรอบคอบในการใช้กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบและทักษะการแก้ปัญหา จากแนวคิดดังกล่าวข้างต้นผู้สอนจึงได้ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิดสี่สหาย ซึ่งสอดคล้องกับทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ได้แก่ การสื่อสาร กระบวนการกลุ่ม การมีทักษะคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์และสร้างนวัตกรรมด้วยองค์ความรู้ของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ
จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นผู้สอนจึงสนใจที่จะจัดการเรียนการสอน เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง เรื่อง กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิดสี่สหาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนหนองแค “สรกิจพิทยา” มาใช้จัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสในการทำงานเป็นกระบวนการกลุ่ม แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในกิจกรรรมการเรียนรู้อย่างทั่วถึง ตลอดจนช่วยให้ผู้เรียนและครูผู้สอนได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยจะเห็นได้ว่ารูปแบบในการจัดการเรียนการสอนแบบเทคนิคคู่คิดสี่สหาย ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความรู้สึกตื่นตัวในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความสนใจใคร่รู้และหามาซึ่งคำตอบอย่างเป็นกระบวนการ โดยที่สำคัญทำให้เกิดองค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบที่นักเรียนสนใจ
วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
🌿ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาในส่วนของกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
🌿 ออกแบบการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่สามารถประยุกต์ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดร่วมกันการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อคู่คิดสี่สหาย ในรายวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
🌿 จัดทำแผนการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดร่วมกันการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อคู่คิดสี่สหายในรายวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
🌿 จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดร่วมกันการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อคู่คิดสี่สหายในรายวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
🌿 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ เพื่อใช้เป็นข้อมูลสารสนเทศในการสะท้อนผลการเรียนรู้ และนำผลที่ได้มาปรับปรุงพัฒนาต่อไป
ผลการดำเนินการเชิงปริมาณ
1. ผลการทดสอบก่อนเรียน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/5 จำนวน 29 คน ตามแบบประเมินผลก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน 20 ข้อ พบว่า นักเรียนมีคะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ 9.07
2. ผลการทดสอบหลังเรียน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/5 จำนวน 29 คน ตามแบบประเมินผลก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน 20 ข้อ พบว่า นักเรียนมีคะแนนรวมเฉลี่ยเท่ากับ 15.45
3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง เรื่อง กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยใช้เทคนิคแผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อนคู่คิดสี่สหาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/5 โรงเรียนหนองแค “สรกิจพิทยา” สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญที่ .05
ผลการดำเนินการเชิงคุณภาพ
จากการตรวจผังมโนทัศน์ (Mind mapping) ของนักเรียนพบว่าของนักเรียนแต่ละกลุ่ม พบว่า
นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ ดีมาก จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 58.62
นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ ดี จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 41.38
จะเห็นได้ว่า นักเรียนจำนวน 29 คน (ร้อยละ 100) ผ่านเกณฑ์การประเมินจาก Rubric Scoring มากกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไป
📝แบบรายงานข้อตกลงประเด็นท้าทาย ปีงบประมาณ 2567
ประเด็นท้าทาย
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระภูมิศาสตร์ เรื่อง ทวีปอเมริกาเหนือ โดยจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะความรู้ (5E) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนหนองแค “สรกิจพิทยา”
สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
จากการจัดการเรียนการสอน รายวิชาสังคมศึกษา 5 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 จากการศึกษาข้อมูลจากการสอนในภาคเรียนที่ผ่านมาพบว่าในการเรียนรายวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ขาดทักษะการคิดอย่างเป็นระบบและการแก้ปัญหา ส่งผลให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมาย ผลสัมฤทธิ์อยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
เพื่อให้นักเรียนได้เกิดการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีส่วนร่วมในการกิจกรรมที่มีส่วนช่วยในการตัดสินปัญหาอย่างมีเหตุผล มีหลักการและมีความรอบคอบในการใช้กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบและทักษะการแก้ปัญหา จากแนวคิดดังกล่าวข้างต้นผู้สอนจึงได้ศึกษารูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ซึ่งมีแนวทางในการกระตุ้นความสนใจใคร่รู้ของผู้เรียน กระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งประเด็นคำถามที่จะนำไปค้นคว้า วิเคราะห์ค้นหาให้ได้มาซึ่งประเด็นคำตอบ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นกระบวนการกลุ่ม และการประเมินความรู้ด้วยกระบวนการต่างๆเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่นๆ โดยมีด้วยกัน 5 ขั้นตอน
ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ
ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา
ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป
ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้
ขั้นที่ 5 ประเมิน
วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
🌞 ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุงพ.ศ. 2560)
🌞 ออกแบบการจัดการเรียนรู้ในโดยประยุกต์ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะความรู้ (5E)
🌞 จัดทำแผนการเรียนรู้โดยใช้วิธีสืบเสาะความรู้ (5E) ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องทวีปอเมริกาเหนือ
🌞 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้
🌞 สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนในการจัดการเรียนการสอน
ผลการดำเนินการเชิงปริมาณ
นักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 5E เรื่อง ทวีปอเมริกาเหนือ รายวิชาสังคมศึกษา 6 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 ทั้งหมด 34 คน
นักเรียนที่ได้คะแนนสอบหลังเรียนมากกว่าสอบก่อนเรียนจำนวน 33 คน คิดเป็นร้อยละ 97.06 ของนักเรียนทั้งหมดนักเรียน
นักเรียนที่ได้คะแนนหลังเรียนเท่ากับก่อนเรียนจำนวน 1 คน คิดเป็น ร้อยละ 2.94 ของนักเรียนทั้งหมด
ดังนั้น นักเรียนร้อยละ 97.06 ของนักเรียนทั้งหมดในรายวิชาสังคมศึกษาสาระภูมิศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทวีปอเมริกาเหนือ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 มีผลลัพธ์สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ของนักเรียนทั้งหมดที่ตั้งไว้
ผลการดำเนินการเชิงคุณภาพ
จากการตรวจผังมโนทัศน์ (Mind mapping) ของนักเรียนพบว่าของนักเรียนแต่ละกลุ่ม พบว่า
นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ ดีมาก จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 50
นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ ดี จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 50
จะเห็นได้ว่า นักเรียนจำนวน 34 คน (ร้อยละ 100) ผ่านเกณฑ์การประเมินจาก Rubric Scoring มากกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไป