ชื่อ-นามสกุล นางสาววันเพ็ญ เส่งหล้า
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
ตำแหน่งเลขที่ 8076
สถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองโค้ง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ
ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
รายวิชา ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1-5/2 จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1-6/3 จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
วิชาการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1-5/2จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
รายวิชา แนะแนว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ลูกเสือ-เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาชุมนุม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ปฏิบัติงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมรักการอ่าน
- งานจุดเน้น สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ และเขตพื้นที่การศึกษา
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการ คือ แก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่มีทักษะการอ่านจับใจความสำคัญน้อย เห็นได้จากการสอนอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเรื่องต่างๆ ในหนังสือเรียนภาษาไทย เมื่ออ่านจบผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ทำให้ไม่เข้าใจในเนื้อหาเรื่องที่เรียน นักเรียนบางคนอ่านได้แต่ไม่รู้เรื่องและไม่สามารถตีความจากเรื่องที่อ่านได้เพราะไม่เข้าใจเรื่องราวไม่สามารถจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ ทำให้การอ่านขาดประสิทธิภาพในการอ่าน ซึ่งทักษะการอ่านจับใจความสำคัญเป็นหัวใจพื้นฐานของการอ่านที่จะทำให้เกิดสมรรถนะการอ่านขั้นสูงเพื่อต่อยอดการเรียนรู้ในรายวิชาอื่นๆ ต่อไป
จากที่กล่าวมาข้างต้นในฐานะครูผู้สอนรายวิชาภาษาไทย ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เห็นว่าการแก้ปัญหาดังกล่าวควรเริ่มต้นที่ครูเป็นอันดับแรก ครูควรออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดความตื่นตัว เร้าความสนใจ เข้าใจง่าย มีภาพประกอบ รูปแบบสวยงาม และสามารถฝึกได้ด้วยตนเอง จึงเป็นแนวคิดในการพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 5 ขั้น
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1. ศึกษาหลักสูตรมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ตามหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
2. วิเคราะห์สภาพปัญหาจากการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาภาษาไทย
3. นำสภาพปัญหาที่พบจากการจัดการเรียนรู้เข้าสู่กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ(PLC) ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย
4. ออกแบบโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 5 ขั้น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
5. นำโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 5 ขั้น ให้ครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ด้านเนื้อหา กิจกรรม การเฉลยคำตอบ พร้อมทั้งเสนอแนะเพื่อปรับปรุง แก้ไข
6. นำชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 5 ขั้น มาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
7. เขียนแผนการจัดการเรียนรู้การจัดกิจกรรมโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 5 ขั้น
8. นำแผนการจัดการเรียนรู้ไปให้คณะครูได้พิจารณาความสอดคล้องตามรูปแบบและนำไปปรับปรุง ตามคำแนะนำ
9. นำแผนการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 5 ไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
10. บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียน ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการเรียนรู้ ในรูปแบบข้อมูลสารสนเทศ หากมีนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้จัดกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน ช่วงหลังเลิกเรียนและทำการทดสอบใหม่จนกว่านักเรียนจะมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
11. สรุปผลการพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 5 ขั้น
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 70 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 5 ขั้นมีความสามารถในการอ่านหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 5 ขั้นอยู่ในระดับมาก
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความสามารถในการอ่านสูงขึ้นบรรลุตามตัวชี้วัด มีทักษะกระบวนการและเกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่ผู้สอนกำหนด
ลงชื่อ ..............นางสาววันเพ็ญ เส่งหล้า..............
(นางสาววันเพ็ญ เส่งหล้า)
ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
1 ตุลาคม พ.ศ. 2568